แรงงานไร้เงินออม: ระเบิดเวลาเศรษฐกิจไทย! ที่รัฐต้องเร่งปลดชนวน

เผย! แรงงานไทยกว่า 79% ไม่มีเงินออม ท่ามกลางภาระหนี้และค่าครองชีพที่พุ่งสูง! กอช. กลายเป็น “ทางเลือกสำคัญ” ของ “แรงงานนอกระบบ” ในวันที่ความมั่นคงยังเข้าไม่ถึง โจทย์ใหญ่ของประเทศไทย นั่นคือ…รัฐบาลจะยกระดับ “บำนาญแรงงาน” ให้เป็น…ฐานรากทางเศรษฐกิจของไทยได้อย่างไร

แม้ “วันแรงงานแห่งชาติ” จะเพิ่งผ่านพ้นไป แต่ ภาพสะท้อน! จากข้อมูลล่าสุด กลับทำให้คำว่า “แรงงาน” ไม่ได้หมายถึงเพียง “กำลังผลิต” ของประเทศ หากแต่กำลังกลายเป็น “จุดเปราะบาง” ของโครงสร้างเศรษฐกิจไทยอย่างเงียบงัน

ข้อมูลที่ กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) อ้างถึง…ผลสำรวจหอการค้าโพลล์ ระบุชัดว่า…ตัวเลขแรงงานกว่า 79.1% ที่ไม่มีเงินออม และกลุ่มรายได้ไม่เกิน 15,000 บาท ที่มีหนี้เฉลี่ยเกือบ 5 แสนบาทต่อครัวเรือน

ข้อมูลข้างต้น หาใช่เพียงเป็นสถิติที่น่ากังวล หากแต่ยังเป็น “สัญญาณเชิงโครงสร้าง” ที่น่าสนใจว่า…ขณะนี้เศรษฐกิจไทยกำลังยืนอยู่บนฐานของคนทำงานที่ไม่มี “กันชนชีวิต” รองรับอนาคตของตัวเอง!!!

ทั้งนี้ ในโลกความเป็นจริง แรงงานจำนวนมาก “ไม่ได้ปฏิเสธการออม” หากแต่พวกเขาไม่มีโอกาสจะได้ออมเงินตั้งแต่ต้น???

รายได้ที่ได้มา…ถูกใช้ไปกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น หนี้สินที่กดทับ และความไม่แน่นอนของงาน

ทำให้การออมกลายเป็นเรื่องไกลตัว!!!

การใช้ชีวิตบนความเป็นจริง จึงกลายเป็นเพียงการ “ประคองวันต่อวัน” มากกว่าการวางแผนระยะยาว

เมื่อไม่มีเงินออม? การกู้ยืม…จึงกลายเป็นทางเลือกจำเป็น และยิ่งตอกย้ำ…วงจรเปราะบางที่ยากจะหลุดพ้นได้ง่ายๆ

ในบริบทเช่นนี้ การขับเคลื่อนของ กอช. เมื่อวันแรงงานที่ผ่านมา จึงมีความหมายมากกว่า…การประชาสัมพันธ์เชิงนโยบาย นั่นเพราะมันคือ…ความพยายามของรัฐในการสร้าง “ตาข่ายรองรับ” ให้กับ…“แรงงานนอกระบบ”  ที่อยู่นอกระบบประกันสังคม

สะท้อนความคาดหวังของ กอช. ที่ประกาศตัว ว่า…พวกเขาจะขอเป็นตัวช่วยที่จะเปลี่ยน “หยาดเหงื่อ” ให้เป็น “เงินบำนาญ” ที่เข้าถึงง่ายที่สุดสำหรับแรงงานนอกระบบทุกคน

พร้อมประกาศว่า…กอช. ถือเป็นตัวเลือกที่ถูกออกแบบมาเพื่อ “แรงงานนอกระบบ” สำหรับการวางแผนทางการเงินเพื่ออนาคต ด้วยจุดแข็ง 3 ด้าน ประกอบด้วย…

1.เงินสมทบจากรัฐบาล และผลตอบแทนจากการลงทุน แรงงานต้องแบกภาระหนี้สินและดอกเบี้ยนอกระบบสูงถึง 10.72% ต่อเดือน ในขณะที่ การออมกับ กอช. รัฐบาลจะช่วย สมทบเงินเพิ่มให้สูงสุด 100% ตามช่วงอายุ ไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี ซึ่งเปรียบเสมือนการได้รับผลตอบแทนที่แน่นอน และเป็นหลักประกันความมั่นคงให้ชีวิตในวัยเกษียณ

2.ยืดหยุ่นสูง ผลสำรวจระบุว่าแรงงาน 68% มองว่าค่าแรงขั้นต่ำปัจจุบันไม่เหมาะสม รายได้ไม่พอกับรายจ่าย ต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กอช. จึงออกแบบการออมแบบ “ยืดหยุ่น” เริ่มต้นเพียง 50 บาทต่อครั้ง สูงสุด 30,000 บาทต่อปี และไม่บังคับต้องออมทุกเดือน ออมเมื่อพร้อม มีมากออมมาก มีน้อยออมน้อย สิทธิ์การเป็นสมาชิกยังคงอยู่

และ 3.บำนาญตลอดชีพ แรงงานกว่า 21.9% มองว่ามีโอกาสตกงานสูง ดังนั้น การสมัครเป็นสมาชิก กอช. จึงถือเป็นการสร้างหลักประกันว่าจะมี “เงินบำนาญรายเดือน” ไว้ใช้ตลอดชีพหลังอายุ 60 ปี ไม่ว่าสถานการณ์การจ้างงานจะเป็นอย่างไร

ในมุมของ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” เชื่อว่า…“จุดแข็ง” ของ กอช. คือ…การสมทบเงินจากรัฐที่สูงสุดถึง 100% ความยืดหยุ่นในการออมที่เริ่มต้นเพียง 50 บาท และการรับประกันบำนาญรายเดือนตลอดชีพหลังอายุ 60 ปี

กลไกนี้สะท้อนแนวคิดของรัฐสวัสดิการแบบใช้แรงจูงใจ มากกว่าการบังคับ และพยายามทำให้การออมเป็นเรื่องที่ “เข้าถึงได้”

อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์ที่มีตามมา นั่นคือ…ในสภาพความเป็นจริงที่แรงงานจำนวนมากแทบไม่มีเงินเหลือในแต่ละเดือน ลำพังแนวคิดเรื่อง…การออมแบบสมัครใจ ที่มีความยืดหยุ่น จะเพียงพอหรือไม่ที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมและสร้างความมั่นคงในระยะยาว?

หรือ แท้จริงแล้ว…ประเทศไทยกำลังต้องการการ “ออกแบบระบบใหม่” ที่ลึกกว่านั้น???

ปัญหาการไม่มีเงินออมของแรงงาน มักถูกจัดอยู่ในหมวด “นโยบายสังคม” แต่หากพิจารณาให้ลึก จะพบว่า…นี่คือประเด็น “เศรษฐกิจมหภาค” อย่างชัดเจนที่สุด!

เพราะหากแรงงานจำนวนมาก เข้าสู่ “วัยเกษียณ” โดยไม่มีเงินออม ผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมา จะไม่ได้หยุดอยู่ที่ปัญหาเฉพาะเรื่อง…ปัจเจกบุคคล? แต่จะลุกลามไปสู่…ระบบเศรษฐกิจทั้งระบบ!!! ไม่ว่าจะเป็น…

ภาระงบประมาณของรัฐที่ต้องเพิ่มขึ้น

ภาระครัวเรือนที่ต้องดูแลผู้สูงอายุ

การหดตัวของกำลังซื้อในประเทศ

หรือแม้แต่…ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ยิ่งถ่างกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ

ด้วยเหตุนี้ “บำนาญแรงงานนอกระบบ” จึงไม่ควรถูกมองเป็นเพียงมาตรการช่วยเหลือ แต่ควรถูก “ยกระดับ” เป็น “โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ” ไม่ต่างจาก…ระบบถนน ไฟฟ้า หรือโครงสร้างดิจิทัล

เพราะในท้ายที่สุด! ความมั่นคงของแรงงาน มันก็คือ…รากฐานของเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ นั่นเอง

สัญญาณจากภาครัฐในวันแรงงานปี 2569 ได้สะท้อนการรับรู้ปัญหาในระดับหนึ่ง แม้ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน จะกล่าว ตาม “สคริปท์” ถึงแผนการขับเคลื่อน “5 ยุทธศาสตร์ยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน” ที่มุ่งดูแลสิทธิแรงงานทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม ทั่วถึง และเป็นธรรม ซึ่งถือเป็น “ทิศทาง” ที่สอดคล้องกับความท้าทายในปัจจุบัน ก็ตามที

กระนั้น เมื่อพิจารณาในเชิงโครงสร้าง จะพบว่า…สิ่งที่ยังขาด??? ก็คือ..แนวคิดและแนวนโยบายในการจะยกระดับ “ระบบบำนาญ” ให้กลายเป็นแกนกลางของยุทธศาสตร์แรงงาน ที่ไม่ใช่เพียงองค์ประกอบหนึ่งในหลายมิติ

โจทย์ใหญ่ของประเทศไทย! จึงไม่ใช่เพียงการสร้างเครื่องมือการออมเงิน แต่คือ…การทำให้คนที่ “ไม่มีศักยภาพจะออม” สามารถเริ่มต้นได้จริง ซึ่งอาจต้องอาศัยมาตรการที่มากกว่าการสมัครใจ เช่น…

การเพิ่มแรงจูงใจทางการคลัง

การเชื่อมระบบออมเข้ากับแพลตฟอร์มดิจิทัลที่แรงงานใช้อยู่

หรือ แม้แต่การออกแบบกลไกออมอัตโนมัติในบางอาชีพ

ควบคู่ไปกับนโยบายลดภาระหนี้และเพิ่มรายได้ เพื่อให้การออมไม่ใช่ภาระ แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

ท้ายที่สุดแล้ว! “แรงงานนอกระบบ” ไม่ใช่…คนชายขอบ แต่พวกเขา คือ…คนส่วนใหญ่ของประเทศนี้!!??

หากคนกลุ่มนี้ ไม่มีความมั่นคงในชีวิต เศรษฐกิจไทย…ก็จะเติบโตบนฐานที่ไม่มั่นคงเช่นกัน

กอช. อาจเป็น “ก้าวแรก…ที่สำคัญ” แต่สิ่งที่ประเทศต้องการ ก็คือ…การมองแรงงานในฐานะ “สินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ” ที่ต้องลงทุนอย่างจริงจัง!!??

และใน ยุคที่สังคมไทย กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว การลงทุนที่สำคัญที่สุด! อาจไม่ใช่โครงการขนาดใหญ่ หากแต่เป็นการสร้าง “หลักประกันเล็ก ๆ” ที่ทำให้แรงงานไทย ได้มีศักดิ์ศรีในวันที่…ไม่มีแรงทำงานได้อีกต่อไป…มากกว่า!

หรือ “รัฐบาลอนุทิน” จะเห็นเป็นอื่น…ก็ว่ามา!!??.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password