รีแบรนด์ผู้นำ!!??

(‘อนุทิน’ ขยับบท ‘นักการเมือง’ สายประนีประนอม สู่ ‘แม่ทัพ’ นำปราบสแกมเมอร์ข้ามชาติ)
จากการประชุมใหญ่ปราบอาชญากรรมข้ามชาติ สู่การประกาศผลงานลดบัญชีม้ากว่า 76 เปอร์เซ็นต์ ภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง สะท้อนยุทธศาสตร์สื่อสารการเมืองของรัฐบาลอนุทิน 1 ที่กำลังเร่งสร้างภาพจำใหม่ให้ผู้นำประเทศ ในฐานะ “ผู้บัญชาการศึก” ปราบสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ
สู่บทบาทผู้นำด้านความมั่นคง :
ตลอดเส้นทางการเมืองที่ผ่านมา ชื่อของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล มักถูกจดจำในฐานะ…นักการเมืองสายประนีประนอม ผู้มีความยืดหยุ่นในการทำงานร่วมกับทุกฝ่าย และมีบทบาทโดดเด่นในฐานะ รมว.สาธารณสุขช่วงวิกฤตโควิด-19
รวมถึง การผลักดัน “นโยบายกัญชาเสรี” จนกลายเป็นเอกลักษณ์ทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย
อย่างไรก็ตาม เมื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี แล้ว ภารกิจสำคัญไม่ได้อยู่เพียง…การบริหารราชการแผ่นดิน เท่านั้น แต่ยังหมายถึง…การสร้างภาพลักษณ์ใหม่ ในฐานะ “ผู้นำประเทศ” ที่สามารถจัดการปัญหาสำคัญของชาติได้อย่างเด็ดขาด
การประชุม คณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา จึงมี “นัยทางการเมือง” มากกว่าการประชุมราชการตามปกติ
เกมเร็วทางการเมือง ภายใน 24 ชม. :
สิ่งที่น่าสนใจ ก็คือ…หลังการประชุมเพียงหนึ่งวัน รุ่งขึ้น (6 มิถุนายน 2569) รัฐบาล โดย น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงตัวเลข ผลการปราบปรามบัญชีม้าและอาชญากรรมไซเบอร์อย่างเป็นระบบ
ทั้งจำนวนบัญชีม้าบุคคลธรรมดาที่ลดลง 76.9 เปอร์เซ็นต์ บัญชีนิติบุคคลลดลง 88.4 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงจำนวนคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่ลดลงกว่า 50.9 เปอร์เซ็นต์ และมูลค่าความเสียหายที่ลดลงกว่า 63.2 เปอร์เซ็นต์
การสื่อสารลักษณะนี้ ได้สะท้อนรูปแบบการบริหารข่าวสารที่ชัดเจน กล่าวคือ “ประกาศนโยบาย” ควบคู่กับ “แสดงผลลัพธ์” ในระยะเวลาใกล้เคียงกัน เพื่อสร้าง ความเชื่อมั่น ที่ว่า…
รัฐบาลไม่ได้เพียงสั่งการ แต่สามารถนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้จริง!!!
ในทางการเมือง นี่คือ…การสร้างความชอบธรรมผ่านผลงาน หรือ Performance-Based Legitimacy ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่หลายรัฐบาลทั่วโลกใช้ในการเสริมสร้างความนิยมทางการเมือง
สแกมเมอร์ กลายเป็นศัตรูร่วมของสังคม :
ความแตกต่างของประเด็น อาชญากรรมไซเบอร์จากนโยบายอื่น นั้นคือ…การเป็นปัญหาที่กระทบประชาชนทุกกลุ่ม???
ไม่ว่าจะเป็น…ข้าราชการ พ่อค้า แม่ค้า เกษตรกร หรือผู้สูงอายุ ต่างมีโอกาสตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ บัญชีม้า และขบวนการหลอกลวงออนไลน์ได้เหมือนกัน!!!
ดังนั้น การประกาศสงครามกับสแกมเมอร์จึงเป็นประเด็นที่รัฐบาลสามารถได้รับการสนับสนุนจากสังคมในวงกว้างโดยแทบไม่มีแรงต้านทางการเมือง
ยิ่งเมื่อ รัฐบาลสามารถแสดงตัวเลขการจับกุม การยึดทรัพย์ และการลดความเสียหายของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ยิ่งทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นพื้นที่สร้างคะแนนนิยมที่สำคัญ!!??
นอมินีต่างชาติ กับโจทย์ใหญ่ที่รออยู่ข้างหน้า :
แม้ “หัวข้อหลัก” ของการประชุมจะอยู่ที่อาชญากรรมทางเทคโนโลยี แต่ประเด็นที่ “ถูกพูดถึง” ควบคู่กันคือ…การปราบปราม “นอมินีต่างชาติ”
นี่ถือเป็น…สัญญาณสำคัญทางการเมือง! เพราะมันได้สะท้อนว่า…รัฐบาลไทย ภายใต้การนำของ นายอนุทิน กำลังขยายขอบเขตการแก้ปัญหาจาก…แก๊งคอลเซ็นเตอร์ไปสู่ธุรกิจสีเทา การถือครองธุรกิจแทนคนต่างชาติ และเครือข่ายทุนที่อาจเชื่อมโยงกับอาชญากรรมข้ามชาติ
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กระแสความกังวลเกี่ยวกับทุนต่างชาติผิดกฎหมาย โดยเฉพาะใน ภาคอสังหาริมทรัพย์ การท่องเที่ยว และธุรกิจบริการ ได้กลายเป็น…ประเด็นร้อนที่สังคมไทยต่างจับตามองอย่างต่อเนื่อง
หาก “รัฐบาลอนุทิน” สามารถขยายผลการปราบปรามจากสแกมเมอร์ ไปสู่…เครือข่ายนอมินีได้สำเร็จ ย่อมช่วยเสริมภาพลักษณ์…ความเด็ดขาดของ “ผู้นำรัฐบาล” ได้อีกระดับหนึ่งเลยทีเดียว!
เดิมพันใหม่ของนายกรัฐมนตรี :
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จทางการเมืองจะไม่ได้ “วัด” จาก…จำนวนคณะกรรมการหรือคำสั่งที่ออกมา เท่านั้น สิ่งที่ประชาชนต้องการจะเห็นมากที่สุด! นั่นก็คือ…
การจับกุมผู้บงการรายใหญ่ การตัดวงจรการเงินของเครือข่ายอาชญากรรม และการลดความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน
ตัวเลขบัญชีม้าที่ลดลงอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่สิ่งที่คนไทยให้ความสำคัญมากสุดคงไม่พ้น…รัฐบาลจะสามารถรักษาแนวโน้มดังกล่าวให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องได้หรือไม่???
เพราะหาก ปัญหาสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ ยังคงกลับมาสร้างความเสียหายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความสำเร็จในวันนี้ อาจกลายเป็นเพียง…ชัยชนะระยะสั้นทางการเมือง แค่นั้นเอง
ถึงบรรทัดนี้ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” เชื่อว่า…การเคลื่อนไหวของรัฐบาลในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มันได้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า…นายกฯอนุทิน อาจกำลังพยายาม “สร้างภาพจำใหม่” ให้กับตนเองและรัฐบาลของเขา…
จากนักการเมืองที่เคยถูกจดจำผ่านบทบาทด้านสาธารณสุขและการเมืองแบบประนีประนอม กำลังขยับเข้าสู่บทบาทผู้นำที่เน้นการรักษาความมั่นคงและการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ
ไม่ว่าจะเป็น…เกมการเมือง การสื่อสารผลงาน หรือการบริหารประเทศ
สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัด นั่นก็คือ…นายกฯอนุทิน กำลังเลือกใช้ปัญหา “สแกมเมอร์-บัญชีม้า-นอมินีต่างชาติ” เป็นสมรภูมิใหม่ในการพิสูจน์…ภาวะผู้นำ
และนี่อาจเป็น “การรีแบรนด์ทางการเมือง” ครั้งสำคัญที่สุด! ของ นายอนุทิน นับตั้งแต่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เลยก็ว่าได้! หรือใครจะเห็นต่าง!!??.






