Green Bridge เกมใหม่ไทย บนเวทีโลก

(เมื่อการตรวจสอบสิ่งแวดล้อม กลายเป็นเครื่องมือการทูต เศรษฐกิจ และการแข่งขันเพื่อความเชื่อมั่นของโลก)

ประเทศไทยกำลังส่งสัญญาณครั้งสำคัญสู่ประชาคมโลก ผ่านเวที The 1st Green Bridge Forum ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงการประชุมด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นการประกาศบทบาทใหม่ของไทยในฐานะ “ศูนย์กลางธรรมาภิบาลสีเขียว” ท่ามกลางการแข่งขันดึงดูดการลงทุนและการจัดระเบียบเศรษฐกิจโลกยุคใหม่

Green Bridge เกมใหม่ไทย บนเวทีโลก :

การประชุม The 1st Green Bridge Forum ที่ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เป็น “เจ้าภาพ” จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 21–23 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาตินงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี นั้น หลายคนอาจมองว่าเป็นเพียง เวทีสัมมนาด้านสิ่งแวดล้อมที่มีผู้แทนจากหลายประเทศเข้าร่วม

แต่หากพิจารณาในบริบท “การเมืองระหว่างประเทศ” จะพบว่า…งานนี้มีความหมายลึกซึ้งกว่านั้นมาก???

เพราะนี่คือ…การวางตำแหน่งประเทศไทย บนกระดานภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก ผ่านประเด็นที่กำลังได้รับความสำคัญสูงสุดในศตวรรษที่ 21 นั่นคือ…

การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) และ ธรรมาภิบาลด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Governance)

มุ่งสร้างเวทีเชื่อมโยงองค์กรระหว่างประเทศ :

นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวในฐานะที่ สตง. ทำหน้าที่…ประธานคณะทำงาน ด้านการตรวจสอบสิ่งแวดล้อมแห่งองค์การสถาบันการตรวจสอบสูงสุดระหว่างประเทศ หรือ INTOSAI Working Group on Environmental Auditing: INTOSAI WGEA ถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า…

การประชุมครั้งนี้ เป็นไปเพื่อ มุ่งสร้างเวทีเชื่อมโยงองค์กรตรวจเงินแผ่นดิน หน่วยงานภาครัฐ องค์การ ระหว่างประเทศ ภาควิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และหุ้นส่วนด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน สำหรับแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดีในการยกระดับการตรวจสอบสิ่งแวดล้อมให้สามารถสนับสนุนการกำหนดนโยบาย การจัดสรรงบประมาณ การบริหารความเสี่ยง และการตัดสินใจของภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยเวทีดังกล่าวมี ผู้แทนองค์กรตรวจเงินแผ่นดินและผู้เชี่ยวชาญจาก 11 ประเทศ ได้แก่ ฟินแลนด์ จีน ภูฏาน อินโดนีเซีย บราซิล อินเดีย มาเลเซีย โมร็อกโก ทูร์เคีย แทนซาเนีย และมัลดีฟส์ พร้อมด้วยองค์การระหว่างประเทศชั้นนำ ได้แก่ UNDP, UNDRR, GGGI และกลุ่มธนาคารโลก

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก ผู้นำองค์กรตรวจเงินแผ่นดิน ได้แก่ Mr. Metin Yener ประธานศาลบัญชีแห่งสาธารณรัฐทูร์เคีย, Dasho Jamtsho ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินแห่งราชอาณาจักรภูฏาน, Mr. Charles E. Kichere ผู้ควบคุมและผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินแห่งสหสาธารณรัฐแทนซาเนีย และ Mr. Hussain Niyazy ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินแห่งสาธารณรัฐมัลดีฟส์ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และบทเรียนเชิงสถาบัน

ภายใต้แนวคิด… Green Bridge Forum: สร้างสะพานสีเขียว เชื่อมความรับผิดชอบ สู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน”

เวทีของ สตง. แต่มีนัยระดับรัฐบาล :

แม้งานนี้ จะได้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย มาเป็น “ผู้กล่าวปาฐกถาพิเศษ” ในหัวข้อ “ประเทศไทยกับการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตสีเขียว : บทบาทของภาครัฐในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน”

แต่สาระสำคัญของเวทีนี้ กลับอยู่ที่บทบาทของ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ในฐานะ ประธานคณะทำงานด้านการตรวจสอบสิ่งแวดล้อมขององค์การสถาบันการตรวจสอบสูงสุดระหว่างประเทศ (INTOSAI WGEA)

หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง นายกรัฐมนตรี เป็น ผู้ถ่ายทอด “วิสัยทัศน์ของรัฐบาล” ขณะที่ สตง. เป็น เจ้าของ “เวทีความร่วมมือระหว่างประเทศ”

การมี “ผู้นำรัฐบาล” ขึ้นกล่าวเปิดงาน จึงไม่ใช่เพียง…พิธีการ แต่มันคือการ “ยกระดับ” เวทีวิชาชีพด้านการตรวจสอบ ให้กลายเป็นเวทีเชิงนโยบายที่รัฐบาลไทยให้การรับรองอย่างเป็นทางการ!!!

Green Bridge ไม่ใช่สะพาน แต่คือยุทธศาสตร์ :

คำว่า Green Bridge ไม่ได้หมายถึง โครงสร้างพื้นฐานหรือโครงการด้านสิ่งแวดล้อม หากแต่เป็นแนวคิดในการ “เชื่อมโยง” ข้อมูลจากการตรวจสอบไปสู่การกำหนดนโยบายสาธารณะ

กล่าวคือ…การตรวจสอบที่เกิดขึ้นนับจากนี้ จะไม่ได้สิ้นสุดเพียงการชี้ “ข้อบกพร่อง” หรือ “ความถูกต้อง” ของการใช้งบประมาณ แต่ต้องสามารถสะท้อนผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ประสิทธิภาพของโครงการ และความคุ้มค่าของการใช้ทรัพยากร เพื่อให้รัฐบาลใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ

และนี่คือ…แนวโน้มใหม่ขององค์กรตรวจเงินแผ่นดินทั่วโลก ที่กำลังขยายบทบาทจาก “ผู้ตรวจสอบการเงิน” ไปสู่ “ผู้สนับสนุนธรรมาภิบาลเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน”

จากจีน…สู่ชลบุรี :

สิ่งที่น่าสนใจ นั่นก็คือ…ช่วงเวลาของเวทีนี้ เกิดขึ้นทันทีหลังการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 16–20 กรกฎาคม 2569

โดยการเดินทางครั้งนั้น มุ่งเน้นการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมสีเขียว เทคโนโลยีขั้นสูง และการขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ การเปิดสำนักงาน BOI ณ นครเฉิงตู ประเทศจีน

เมื่อกลับถึงประเทศไทย นายกรัฐมนตรีเลือกเวที Green Bridge Forum เป็นพื้นที่ประกาศวิสัยทัศน์ด้านการพัฒนาสีเขียวต่อผู้แทนจาก 11 ประเทศ พร้อม องค์กรระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ กลุ่มธนาคารโลก UNDP และ GGGI

จึงอาจตีความได้ว่า…รัฐบาลไทยกำลังพยายามเชื่อมโยง “การทูตเศรษฐกิจ” กับ “การทูตด้านสิ่งแวดล้อม” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยพร้อมรองรับการลงทุนในยุคเศรษฐกิจสีเขียว

เมื่อ ESG กลายเป็นเงื่อนไขของการแข่งขัน :

โลกปัจจุบัน ไม่ได้แข่งขันกันเพียง…ต้นทุนแรงงานหรือสิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกต่อไป หากแต่แข่งขันกันที่คุณภาพของธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความสามารถในการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน

นักลงทุนระดับโลกจำนวนมากให้ความสำคัญกับหลัก ESG (Environment, Social and Governance) ในการตัดสินใจลงทุนในประเทศเหล่านี้ ดังนั้น เวทีที่เชื่อมโยงการตรวจสอบสิ่งแวดล้อมเข้ากับการกำหนดนโยบาย จึงเป็น “สัญญาณเชิงบวก” ต่อสายตาประชาคมโลก ว่า…

ประเทศไทยกำลังพยายามยกระดับมาตรฐานการบริหารภาครัฐให้สอดคล้องกับความคาดหวังของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่

บทบาทใหม่ของไทยบนเวทีนานาชาติ :

การมี ผู้แทนองค์กรตรวจเงินแผ่นดินจาก 11 ประเทศ รวมทั้ง องค์กรระหว่างประเทศสำคัญ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ สะท้อนว่า…ประเทศไทยกำลังได้รับความไว้วางใจในฐานะ “ศูนย์กลางความร่วมมือด้านการตรวจสอบสิ่งแวดล้อมในภูมิภาค”

แม้เวทีนี้ จะยังอยู่ใน…ระยะเริ่มต้น แต่หากสามารถต่อยอดเป็นความร่วมมือเชิงนโยบายอย่างต่อเนื่อง ก็อาจทำให้ประเทศไทยมีบทบาทโดดเด่นยิ่งขึ้นในเวทีธรรมาภิบาลโลก และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก

Green Bridge เป็นเพียงเวที หรือเป็นจุดเปลี่ยน :

ความสำเร็จของ Green Bridge Forum จะไม่ได้วัดจาก…จำนวนประเทศที่เข้าร่วม หรือจำนวนคำประกาศบนเวที หากแต่วัดจากการที่ข้อเสนอและองค์ความรู้เหล่านั้นสามารถแปลงเป็นนโยบาย การจัดสรรงบประมาณ และการบริหารทรัพยากรที่เกิดผลเป็นรูปธรรม

หาก “สะพานสีเขียว” ที่ถูกสร้างขึ้นในวันนี้ สามารถเชื่อมโยงการตรวจสอบเข้ากับการตัดสินใจของรัฐได้จริง เวทีนี้อาจกลายเป็น “ต้นแบบ” ของความร่วมมือด้านธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมในระดับนานาชาติ

และนั่นอาจเป็น “คุณูปการ” ที่สำคัญที่สุด! ของประเทศไทยบนเวทีโลก มากกว่า…การเป็นเพียงเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งหนึ่งเท่านั้น

เพราะใน โลกยุคใหม่ ประเทศที่ได้รับความเชื่อมั่น ไม่ใช่ประเทศที่ประกาศนโยบายได้ไพเราะที่สุด! แต่คือ…

ประเทศที่สามารถพิสูจน์ได้ว่า…นโยบายเหล่านั้นได้รับการกำกับ ตรวจสอบ และขับเคลื่อนด้วยธรรมาภิบาลที่โปร่งใสและยั่งยืน!!!.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password