ล้างบางต่างด้าว เดิมพันศรัทธารัฐ!

(รัฐบาลเปิดยาแรงจัดระเบียบต่างด้าวผิดกฎหมาย แต่บทพิสูจน์อยู่ที่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค)

กับคำถามตัวโตๆ? ถึง “รัฐไทย” เมื่อจะแก้ปัญหาต่างด้าวทำ “6 ความผิดฎหมาย” ชนิด…แก้ที่ “ต้นตอ” ของปัญหา หรือแค่จัดการตามกระแสที่ “ปลายเหตุ” ของผิวน้ำแห่งผลประโยชน์จำนวนมหาศาล ภายหลัง ครม.มีมติเห็นชอบมาตรการและแนวทางจัดระเบียบการดำเนินการกับคนต่างด้าวเข้าเมืองและกระทำผิดกฎหมายในไทย  

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ปัญหาคนต่างด้าวผิดกฎหมายไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการลักลอบเข้าเมือง แต่ได้ ขยายตัวเชื่อมโยงกับธุรกิจนอมินี การประกอบอาชีพสงวนของคนไทย การถือครองอสังหาริมทรัพย์โดยอำพราง ตลอด จนเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้ง แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การฟอกเงิน การพนันออนไลน์ และการค้ามนุษย์

ล่าสุด กับ ข่าวสดๆ ร้อนๆ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 โรงพัก “สภ.สันทราย” และ “สภ.แม่โจ้” ประสานกำลังบุกเข้าจับกุมตัว “แรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา” คาห้องพัก พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนของกลาง (ปืนไทยประดิษฐ์)

หลังก่อเหตุ ชักปืน “ข่มขู่ฆ่า” เจ้าของหอพักชาวไทยที่ได้ตักเตือนเรื่อง สุนัขที่เลี้ยงไว้ปัสสาวะเรี่ยราด ไม่เป็นที่ เหตุเกิดที่ จ.เชียงใหม่

ก่อนหน้านี้ ที่ จ.สมุทรสาคร หลังจาก เจ้าหน้าที่ ตม. นำกำลังบุกจับกุมหญิงชาวเมียนมา วัย 42 ปี คาห้องพักแรงงานต่างด้าว หลังจากได้รับการร้องเรียนว่า เธอและสามีชาวเมียนมา ชอบพกพา อาวุธปืน .38 และกระสุน .380 ออกมาเดินโชว์กร่างและข่มขู่ผู้พักอาศัยคนอื่นๆ จนอยู่อย่างหวาดผวา

ทั้ง 2 เคสท์ที่เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน และเป็นเจ้าหน้าที่ของไทย ที่ได้นำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมกับเตรียมผลักดันเนรเทศต่อไป

ยาแรงรัฐบาล – ส่งสัญญาณเอาจริง :

เหตุการณ์ทำนองนี้ ไม่ได้เฉพาะกับ ชาวเมียนมา หากแต่แรงงานต่างด้าวหลายเชื้อชาติ แม้กระทั่ง นักท่องเที่ยวจากชาติตะวันตกและอีกหลายๆ พื้นที่ ทั้ง ชาวจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ชาติอาเซียน แอฟริกา และอื่นๆ ล้วนเข้ามาสร้างปัญหาบนแผ่นดินไทย…

ต่างกรรมต่างวาระ!!!

รัฐบาล ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรึและรมว.มหาดไทย จึงเลือกใช้มาตรการที่เข้มข้นขึ้น! ทั้งการเร่งรัดการจับกุม การเพิกถอนสิทธิ การผลักดันออกนอกประเทศ และการประสานหน่วยงานด้านความมั่นคง การปกครอง การแรงงาน และการสืบสวนทางเศรษฐกิจให้ทำงานร่วมกันมากขึ้น

ในเชิงการเมือง นี่คือ ความพยายามแสดงให้เห็นว่า…รัฐไม่ได้เพิกเฉยต่อปัญหาที่ประชาชนร้องเรียนมาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวและพื้นที่เศรษฐกิจที่มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับธุรกิจต่างชาติผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

6 ความผิดหลัก – ปัญหาที่ซ่อนอยู่ในระบบเศรษฐกิจ :

การจัดระเบียบครั้งนี้ ไม่ได้มุ่งเฉพาะ ผู้หลบหนีเข้าเมือง แต่ครอบคลุมพฤติกรรมผิดกฎหมายหลายด้าน อาทิ

การลักลอบเข้าประเทศหรืออยู่เกินกำหนด

การทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต

การใช้คนไทยเป็นนอมินีถือครองธุรกิจ

การประกอบอาชีพที่กฎหมายสงวนไว้สำหรับคนไทย

การสนับสนุนเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

การใช้เอกสารหรือข้อมูลอันเป็นเท็จเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางธุรกิจ

ประเด็นเหล่านี้สะท้อนว่า…ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “จำนวนคนต่างด้าว” เพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับช่องโหว่ในการบังคับใช้กฎหมาย การทุจริตของเจ้าหน้าที่บางส่วน และการแสวงหาประโยชน์จากระบบของผู้ประกอบการที่ยอมละเมิดกฎหมายเพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

ศึกทุนสีเทา – มากกว่าเรื่องแรงงาน :

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเผชิญข้อกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการใช้ “บริษัทนอมินี” เป็นเครื่องมือในการเข้าถือครองกิจการและทรัพย์สินในภาคธุรกิจที่กฎหมายจำกัดการถือหุ้นของชาวต่างชาติ

ผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะการแข่งขันทางธุรกิจ แต่ยังลุกลามไปถึงราคาที่ดิน การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม การหลีกเลี่ยงภาษี และความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน เมื่อเงินทุนที่ไม่โปร่งใสสามารถแทรกซึมเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้ง่ายขึ้น

ด้วยเหตุนี้ การปราบปรามนอมินี จึงไม่ได้เป็นเพียงนโยบายด้านแรงงานหรือการตรวจคนเข้าเมือง แต่เป็น ส่วนหนึ่งของการคุ้มครองระบบเศรษฐกิจและเสริมสร้างความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในสายตานักลงทุนที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง

บททดสอบรัฐ – เสมอภาคสูงกว่าเข้มงวด :

แม้มาตรการจะเข้มงวดเพียงใด แต่ความสำเร็จไม่ได้วัดจาก “จำนวน” ผู้ถูกจับกุม หรือผู้ถูกผลักดันออกนอกประเทศเท่านั้น สิ่งที่ประชาชนจับตา คือ…

การบังคับใช้กฎหมายจะเป็นไปอย่างเสมอภาคหรือไม่?

ผู้มีอิทธิพล นายทุน หรือเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังจะถูกดำเนินคดีด้วยมาตรฐานเดียวกับผู้กระทำผิดรายย่อยหรือเปล่า?

หากการบังคับใช้กฎหมายเลือกปฏิบัติ หรือมุ่งเฉพาะแรงงานรายย่อย โดยละเลยผู้ได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ปัญหาก็อาจเกิดขึ้นซ้ำอีกในเวลาไม่นาน!!??

แก้ปัญหาที่ต้นเหตุหรือปลายเหตุ :

การจัดระเบียบคนต่างด้าว เป็นเพียง…หนึ่งในเครื่องมือของรัฐ

แต่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน! ยังต้องอาศัย…การปิดช่องโหว่ของกฎหมาย การยกระดับระบบตรวจสอบธุรกิจ การใช้ฐานข้อมูลร่วมกันระหว่างหน่วยงาน และการปราบปรามการทุจริตที่เอื้อให้การกระทำผิดดำรงอยู่ได้

หากไม่จัดการกับโครงสร้างเหล่านี้ การจับกุมและการเนรเทศอาจเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยที่เครือข่ายเดิมยังสามารถสร้างคนใหม่และธุรกิจใหม่ขึ้นมาทดแทนได้

เดิมพันความเชื่อมั่น :

การเดินหน้าจัดระเบียบต่างด้าวและปราบปรามนอมินี จึงไม่ใช่เพียงภารกิจด้านความมั่นคง หากแต่เป็น “บททดสอบสำคัญ” ของรัฐไทยในการพิสูจน์ ว่า…

หลักนิติธรรมสามารถบังคับใช้ได้กับทุกคนอย่างเท่าเทียม!!!

ความสำเร็จของมาตรการนี้ จะไม่ได้วัดจากจำนวนคดีที่ประกาศในแถลงข่าว หากแต่วัดจากความสามารถของรัฐในการสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนักลงทุน ว่า…

ประเทศไทยมีกฎหมายที่ศักดิ์สิทธิ์ บังคับใช้อย่างเป็นธรรม และไม่เปิดพื้นที่ให้ผู้แสวงหาประโยชน์อยู่เหนือกฎหมาย

ข้อเสนอแนะ – ทำควบคู่กันไป :

ในมุมมองของ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” เชื่อว่า…การจัดระเบียบคนต่างด้าว และการปราบปรามธุรกิจนอมินี ควรดำเนินควบคู่กับ…การปฏิรูประบบกำกับดูแล การบูรณาการฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และการดำเนินคดีกับผู้สนับสนุนหรือผู้ได้รับผลประโยชน์จากการกระทำผิด

ไม่ใช่มุ่งเน้นเพียงผู้ปฏิบัติการระดับล่าง!!??

หากการบังคับใช้กฎหมายสามารถเข้าถึงต้นตอของปัญหาได้จริง มาตรการครั้งนี้…ก็อาจจะเป็น “จุดเริ่มต้น!” ของการฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อระบบนิติรัฐของไทย

แต่หากทำได้เพียงแค่…ปลายเหตุ “ลูบหน้าปะจมูก” กันไปวันๆ สิ่งนี้…ก็อาจเป็น “อีกหนึ่งวัฏจักร” ของการแก้ปัญหาที่ไม่ยั่งยืน เหมือนเช่นที่เคยเป็นกันมา!!!.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password