พาณิชย์เดินหน้าข้าวแกงราคาประหยัด เชื่อมวัตถุดิบลดต้นทุน-ตรึงค่าครองชีพ

กระทรวงพาณิชย์ย้ำไม่ยกเลิกแนวคิดโครงการข้าวแกงราคาประหยัด พร้อมเปิดรับฟังความเห็นทุกภาคส่วน เพื่อกำหนดรูปแบบที่เหมาะสม ควบคู่เชื่อมโยงวัตถุดิบจากแหล่งผลิตสู่ร้านอาหาร ลดต้นทุนผู้ประกอบการ ติดตามราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด และเดินหน้ามาตรการช่วยลดค่าครองชีพประชาชนอย่างต่อเนื่อง

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน แถลงร่วมกับนายจักรา ยอดมณี ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ และนายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ ว่า กระทรวงพาณิชย์ไม่ได้ยุติแนวคิดโครงการอาหารราคาประหยัด แต่กำลังรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อออกแบบมาตรการที่ช่วยลดค่าครองชีพได้จริง โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้ประกอบการและไม่ให้บิดเบือนกลไกตลาด
ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้า กระทรวงพาณิชย์เตรียมหารือร่วมกับสมาคมภัตตาคารไทย เพื่อรับฟังข้อเสนอและแลกเปลี่ยนแนวทางดำเนินโครงการ ขณะที่ก่อนหน้านี้ได้หารือกับกลุ่มตลาดสดที่มีเครือข่ายร้านอาหารและร้านข้าวแกงกว่า 50 ตลาด เพื่อเชื่อมโยงวัตถุดิบจากเกษตรกรสู่ร้านอาหาร ลดต้นทุนการประกอบอาหาร และอยู่ระหว่างรอข้อเสนอรูปแบบความร่วมมือจากผู้ประกอบการ ซึ่งการดำเนินโครงการจะพิจารณาความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ เนื่องจากต้นทุนของผู้ประกอบการแตกต่างกัน รวมทั้งจะพิจารณาความเป็นไปได้ของการสนับสนุนจากภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค โดยไม่กระทบต่อกลไกตลาด พร้อมย้ำว่าระหว่างการหารือ กระทรวงพาณิชย์ยังคงเดินหน้าดูแลต้นทุนวัตถุดิบและติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างต่อเนื่อง

สำหรับสถานการณ์ราคาสินค้า พบว่า สินค้าหลายรายการยังไม่มีการปรับขึ้นราคา อาทิ น้ำตาลทรายขาว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง และนมพร้อมดื่ม ขณะที่สินค้าบางรายการมีแนวโน้มปรับลดลงตามต้นทุน เช่น ซอสปรุงรส ซีอิ๊ว และผักหลายชนิด อาทิ ผักกาดขาวและกวางตุ้ง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการประกอบอาหารของผู้ค้า และ กระทรวงพาณิชย์ยังเดินหน้ามาตรการลดค่าครองชีพผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” โดยจัดกิจกรรมแล้วกว่า 926 ครั้งทั่วประเทศ มูลค่าจำหน่ายรวมกว่า 1,000 ล้านบาท รวมถึงโครงการรถโมบายธงฟ้าที่ร่วมกับไปรษณีย์ไทย นำสินค้าอุปโภคบริโภค 14 รายการออกจำหน่ายในพื้นที่ต่างๆ มียอดจำหน่ายสะสมกว่า 223 ล้านบาท และโครงการจำหน่ายปัจจัยการผลิตราคาประหยัดที่ดำเนินการแล้ว 17 จังหวัด ช่วยลดต้นทุนค่าปุ๋ยให้เกษตรกรกว่า 45 ล้านบาท

ด้านนายจักรา กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศติดตามสถานการณ์สินค้าอย่างใกล้ชิด โดยเน้นกำกับดูแลสินค้าอุปโภคบริโภค น้ำมันเชื้อเพลิง และปัจจัยการเกษตร เพื่อป้องกันการกักตุนสินค้า การจำหน่ายเกินราคา และกำกับให้ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ยังเดินหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส ณ ที่ว่าการอำเภอ” ระยะที่ 2 อย่างต่อเนื่อง เพื่อจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัด และเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น สินค้าชุมชน และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีนำสินค้ามาจำหน่าย ควบคู่กับการเชื่อมโยงวัตถุดิบจากแหล่งผลิตสู่ร้านอาหาร เพื่อช่วยลดต้นทุนการประกอบอาหาร เพิ่มช่องทางการตลาดให้ผู้ผลิต และลดค่าครองชีพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง
พร้อมกันนี้ กระทรวงพาณิชย์ประเมินสถานการณ์ทุเรียนภาคใต้มีแนวโน้มราคาปรับตัวสูงขึ้น หลังเร่งบริหารจัดการผลผลิตและเชื่อมโยงตลาดดูดซับผลผลิตกว่า 300,000 ตัน ขณะที่ราคาทุเรียนคุณภาพดีเริ่มปรับเพิ่มขึ้น 10-15 บาทต่อกิโลกรัม พร้อมเดินหน้ามาตรการกระจายผลผลิตและขยายตลาดรองรับผลผลิตที่เหลือในช่วงฤดูกาล

ทั้งนี้ ปี 2569 ผลผลิตทุเรียนภาคใต้คาดมีประมาณ 752,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 30 ขณะนี้ออกสู่ตลาดแล้วประมาณร้อยละ 35 หรือราว 260,000 ตัน เหลือผลผลิตที่จะทยอยออกสู่ตลาดอีกราว 490,000 ตัน โดยจังหวัดหลัก ได้แก่ ชุมพร นครศรีธรรมราช และยะลา โดยราคาทุเรียนช่วงต้นฤดูกาลได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย ทั้งการชะลอรับซื้อของตลาดจีน ปัญหาทุเรียนอ่อนบางล็อตที่ส่งออก รวมถึงผลผลิตจากหลายพื้นที่ออกสู่ตลาดในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสถานการณ์เริ่มปรับตัวดีขึ้น โดยตลาดส่งออกกลับมามีความต้องการเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาทุเรียนคุณภาพดีปรับเพิ่มขึ้นแล้วประมาณ 10-15 บาทต่อกิโลกรัม ราคาเกรด AB อยู่ที่ประมาณ 85 บาทต่อกิโลกรัม และบางเกรดปรับสูงกว่า 100 บาทต่อกิโลกรัม
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์เดินหน้ามาตรการบริหารจัดการผลผลิตผลไม้ภาคใต้ ตั้งเป้าดูดซับผลผลิตรวมประมาณ 300,000 ตัน ผ่านการเชื่อมโยงตลาดสด ตลาดกลาง โมเดิร์นเทรด ผู้ค้าส่ง และผู้ประกอบการทั่วประเทศ รวมทั้งจัดกิจกรรมส่งเสริมการบริโภค การไลฟ์คอมเมิร์ซ การเปิดจุดจำหน่าย และสนับสนุนด้านการขนส่ง เพื่อเร่งกระจายผลผลิตออกจากแหล่งผลิต และยังประสานผู้ประกอบการห้องเย็นและโรงงานแปรรูปรับซื้อทุเรียนเข้าสู่กระบวนการแช่แข็งและแปรรูป เพื่อรองรับผลผลิตที่ไม่เหมาะสำหรับการส่งออก และลดผลกระทบต่อราคาทุเรียนสดในตลาด
สำหรับกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลว่าทุเรียนบางพื้นที่มีราคาตกต่ำ นายวิทยากร ชี้แจงว่า เป็นทุเรียนพันธุ์พื้นบ้านผลขนาดเล็กที่มีปริมาณไม่มาก และส่วนใหญ่รับซื้อเพื่อนำไปแปรรูป จึงไม่ใช่ราคาของทุเรียนหมอนทองที่ซื้อขายในตลาดโดยรวม

ทั้งนี้ จังหวัดอุตรดิตถ์ได้เร่งเชื่อมโยงผู้ประกอบการจากนอกพื้นที่เข้ารับซื้อทุเรียนหมอนทอง เพื่อลดแรงกดดันด้านราคา ขณะที่ทุเรียนพันธุ์หลงลับแลและหลินลับแล ซึ่งเป็นสินค้า GI ของจังหวัด แทบไม่ได้รับผลกระทบด้านราคา และผลผลิตออกสู่ตลาดเกือบทั้งหมดแล้ว และกระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์ผลผลิตและราคาทุเรียนภาคใต้อย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อบริหารจัดการผลผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และผลักดันให้ราคาทุเรียนปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของฤดูกาลและยังจับมือเอกชนจัดโปรโมชันข้าวถุง–สินค้าอุปโภคบริโภค ช่วยลดค่าครองชีพ โดยได้ประชุมร่วมกับผู้ประกอบการสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่กว่า 80 ราย เพื่อหารือแนวทางดูแลค่าครองชีพของประชาชน โดยผู้ประกอบการพร้อมปรับลด ค่า GP หรือส่วนแบ่งทางการค้าที่ผู้ผลิตจ่ายให้ช่องทางจำหน่าย รวมถึงค่าใช้จ่ายทางการค้าบางรายการที่ปรับเพิ่มขึ้นในช่วงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เมื่อสถานการณ์ผ่อนคลายลง ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้สินค้าอุปโภคบริโภคหลายรายการมีแนวโน้มทยอยปรับลดราคาลงในระยะต่อไป
ทั้งนี้ กรมการค้าภายในได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและโปรโมชันสินค้าจำเป็นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น สบู่ แชมพู และยาสีฟัน เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งส่วนข้าวถุง โดยเฉพาะข้าวขาวซึ่งเป็นสินค้าที่มีผู้บริโภคจำนวนมาก แม้ต้นทุนยังได้รับผลกระทบจากราคาข้าวเปลือกและราคาปลายข้าวที่อยู่ในระดับสูง แต่กรมการค้าภายในได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการปรับลดราคาข้าวขาว และจัดโปรโมชันข้าวถุงเพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนสามารถซื้อข้าวในราคาที่เหมาะสม โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นแนวโน้มราคาปรับลดลงเมื่อปัจจัยด้านต้นทุนทยอยผ่อนคลาย และที่ผ่านมา แม้ผู้ประกอบการหลายรายจะยื่นขอปรับราคาสินค้า แต่กรมฯ ได้กำกับดูแลอย่างใกล้ชิด และยังไม่มีสินค้าจำเป็นรายการใดได้รับอนุญาตให้ปรับขึ้นราคาเกินกรอบที่กำหนด โดยผู้ประกอบการยังให้ความร่วมมือในการตรึงราคาสินค้าอย่างต่อเนื่องโดยกรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์ต้นทุนสินค้าอย่างใกล้ชิด และประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและดูแลราคาสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การปรับลดต้นทุนสะท้อนสู่ราคาจำหน่าย และช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม.






