เครือข่ายบุรีรัมย์ = อำนาจจริงของ ‘รบ.อนุทิน 2’???

โผ ครม. “อนุทิน 2” ที่เริ่มชัดขึ้น! ไม่ได้เป็นเพียงการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีของรัฐบาลผสม แต่สะท้อนโครงสร้างอำนาจทางการเมืองที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ “เครือข่ายบุรีรัมย์” ซึ่งกำลังกลายเป็นกลไกหลักในการกำหนดทิศทางการเมืองและเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่
วานนี้ (12 มีนาคม 2569) “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” เขียนถึงประเด็นข่าว “บุรีรัมย์พาวเวอร์ ศูนย์อำนาจ รัฐสภา – การเมืองไทย” (อ่านข่าวได้ที่… https://yutthasartonline.com/political/158635) วันนี้…ถือเป็นประเด็นข่าวต่อเนื่องกันไป???
ท่ามกลางความเคลื่อนไหวในการจัดตั้ง “รัฐบาลชุดใหม่” ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรี เริ่มมีภาพชัดเจนมากขึ้น หลังมีรายงาน โผคณะรัฐมนตรี “อนุทิน 2” ที่จัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีรวมมากถึง 35 ตำแหน่ง
พรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำรัฐบาล ได้สัดส่วนสูงถึง 14 กระทรวง รวม 26 เก้าอี้รัฐมนตรี
ขณะที่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ “พรรคร่วมรัฐบาล” ได้รับโควตาดูแลบางกระทรวงด้านนโยบายสังคม เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รวมถึง กระทรวงแรงงาน และ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในเชิงโครงสร้างการเมือง โผ ครม.ชุดนี้…ไม่ได้สะท้อนเพียงการแบ่งโควตาระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้น แต่ยังสะท้อนบทบาทของ “เครือข่ายทางการเมือง” ที่มีอิทธิพลต่อการกำหนดโครงสร้างอำนาจของรัฐบาล
หนึ่งในจุดสำคัญของ โผ ครม.ชุดนี้ คือสูตรที่…นายอนุทิน จะนั่งควบตำแหน่ง…นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย โดยมี รมช.มหาดไทย 4 คน ได้แก่ นายทรงศักดิ์ ทองศรี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี
สูตร “นายกฯ ควบมหาดไทย” ไม่ใช่เรื่องใหม่ในการเมืองไทย แต่เป็นการสร้างภาพว่า “ผู้นำรัฐบาล” ควบคุมกลไกรัฐโดยตรง ขณะที่ การบริหารงานจริง! มักอาศัย “ทีมรัฐมนตรีช่วย” ที่มีเครือข่ายการเมืองและความเข้าใจระบบราชการส่วนภูมิภาค
ในมุมการเมือง จึงถือเป็นกระทรวงที่มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างฐานอำนาจทางการเมืองระดับจังหวัด
แน่นอนว่า…การจัดวางตำแหน่งดังกล่าว สะท้อนบทบาทของ นายทรงศักดิ์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในบุคคลใกล้ชิดกับ นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำสำคัญของพรรคภูมิใจไทย และถูกมองว่าเป็น…นักการเมืองที่มีความเข้าใจระบบการบริหารราชการส่วนภูมิภาคเป็นอย่างดี
หลายฝ่ายใน วงการการเมือง มองว่า…นายทรงศักดิ์ คนนี้ ถือผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการประสานเครือข่ายการเมืองระดับจังหวัด และมีประสบการณ์ทำงานกับกลไกของกระทรวงมหาดไทยมายาวนาน
การที่เขาเข้ามาดำรงตำแหน่ง รมช.มหาดไทย “ลำดับที่ 1” จึงไม่ใช่เพียง การจัดสรรตำแหน่งตามโควตาทางการเมือง แต่เป็นการวาง “กลไกบริหารอำนาจจริง” ภายในกระทรวงที่มีอิทธิพลมากที่สุดกระทรวงหนึ่งของรัฐบาล
แม้ตำแหน่ง “รมว.มหาดไทย” จะอยู่ในมือของ นายกฯอนุทิน แต่ในทางปฏิบัติ ภาระงานของ “ผู้นำรัฐบาล” ที่มีมากมาย อาจทำให้การบริหารงานประจำของกระทรวง จำเป็นต้องอาศัย “รมช.มหาดไทย” ที่มีบทบาทในการกำกับดูแลกลไกของราชการส่วนภูมิภาค
ด้วยเหตุนี้ ในมุมมองของ นักวิเคราะห์การเมืองบางส่วน จึงมอง นายทรงศักดิ์ เสมือนเป็น “ตัวจริง” ของการขับเคลื่อนงานมหาดไทย ขณะที่ตำแหน่ง “รมว.มหาดไทย” ซึ่งอยู่ในมือของนายกรัฐมนตรี มีนัยเชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง ก็เท่านั้น!!!
ความสำคัญของกระทรวงมหาดไทยไม่ได้อยู่เพียงในเชิงตำแหน่งทางการเมือง เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับโครงสร้างอำนาจของรัฐ เพราะกระทรวงนี้กำกับดูแลผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ
โครงสร้างดังกล่าว…ทำให้ กระทรวงมหาดไทย กลายเป็น“ศูนย์กลาง” ของโครงสร้างอำนาจระดับพื้นที่ เนื่องจากกำกับดูแลผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ อีกทั้งยังเป็น “กลไกสำคัญ” ในการเชื่อมโยงนโยบายของรัฐบาลกับพื้นที่ระดับจังหวัด แล้วยังเกี่ยวข้องกับงบประมาณพัฒนาจังหวัด โครงการท้องถิ่น และการบริหารราชการระดับพื้นที่
ทั้งหมด….ล้วนมีความสำคัญต่อการสร้างฐานการเมืองของพรรคการเมืองในระยะยาว!!!
นอกจาก กระทรวงมหาดไทย แล้ว โผ ครม.ยังวางตัวบุคคลในกระทรวงเศรษฐกิจสำคัญ ไว้กับ…เครือข่ายพรรคแกนนำ เช่น…
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข
กระทรวงเหล่านี้ ล้วนเกี่ยวข้องกับ…งบประมาณขนาดใหญ่ โครงการลงทุน และนโยบายอุตสาหกรรมของประเทศ
โดยเฉพาะ กระทรวงคมนาคม ซึ่งดูแลโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น รถไฟ มอเตอร์เวย์ ท่าเรือ และสนามบิน ถือเป็น…กระทรวงที่เชื่อมโยงทั้งเศรษฐกิจระดับชาติและเศรษฐกิจระดับภูมิภาค
อีกด้านหนึ่ง โผ ครม.ชุดนี้ยังสะท้อนความพยายามสร้างความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจ ด้วยการดึง “บุคคล…สายมืออาชีพ” เข้ามาดูแลกระทรวงสำคัญ ได้แก่..
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ
รายงานข่าวยังระบุด้วยว่า…กระทรวงเหล่านี้จะไม่มีรัฐมนตรีช่วย เพื่อเปิดพื้นที่ให้การทำงานเป็นไปในรูปแบบมืออาชีพ และลดแรงกดดันจากการเมือง
การจัดวางลักษณะนี้ สะท้อนสูตรรัฐบาลที่ผสมผสานระหว่าง “นักการเมือง” ที่ควบคุมกลไกรัฐ กับ “technocrat” ที่ดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจ
หากพิจารณาใน มุมเศรษฐกิจการเมือง โผ “ครม.อนุทิน 2” จึงสะท้อนรูปแบบรัฐบาลที่แบ่งบทบาทค่อนข้างชัดเจน
พรรคแกนนำรัฐบาลดูแลกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ โครงสร้างรัฐ และกลไกการบริหารระดับพื้นที่ ขณะที่ พรรคร่วมรัฐบาลมีบทบาทในกระทรวงด้านนโยบายสังคม
โครงสร้างเช่นนี้ ทำให้ “ศูนย์กลางอำนาจ” ของรัฐบาล…ไม่ได้อยู่เพียงที่ตำแหน่งทางการเมือง แต่ยังเชื่อมโยงกับเครือข่ายทางการเมืองที่อยู่เบื้องหลัง
ดังนั้น โผ ครม.ชุดนี้ จึงอาจสรุปได้ว่า…
“ตำแหน่งรัฐมนตรีอาจเป็นเพียงโครงสร้างของรัฐบาล แต่เครือข่ายการเมืองต่างหากที่เป็นอำนาจจริงของรัฐบาลอนุทิน 2”
หรือใคร?…จะมีความเห็นเป็นอย่างอื่น!!!.






