ธ.ก.ส. ขยับบทบาท! สู่ Rural Transformation?


การประชุมบูรณาการเครือข่ายพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของ ธ.ก.ส. สะท้อนทิศทางใหม่ในการเชื่อมโยงเทคโนโลยี เงินทุน และตลาดสู่ชุมชน ทีมข่าวยุทธศาสตร์ตั้งข้อสังเกตว่า แนวทางดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณของการขยับบทบาทจากธนาคารสินเชื่อเกษตรแบบดั้งเดิม ไปสู่กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจชนบทของประเทศ
การประชุมบูรณาการเครือข่ายความร่วมมือเพื่อยกระดับขีดความสามารถเศรษฐกิจฐานรากสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ “Synergy for Sustainability: Empowering the Local Economy” ที่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จัดขึ้น เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมมารวยการ์เด้น กรุงเทพมหานคร
เวทีนี้ นอกจากจะใช้…แลกเปลี่ยน “องค์ความรู้” ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ นักวิจัย และผู้ปฏิบัติงานด้านการพัฒนาชุมชน แล้ว ยังสะท้อน “ทิศทางสำคัญ” ขององค์กรในการยกระดับบทบาทการทำงานเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจชนบทไทยในยุคใหม่
การประชุมดังกล่าว มี ผู้แทนจากหลายหน่วยงาน เข้าร่วม อาทิ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กรมส่งเสริมการเกษตร สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) รวมถึง ผู้บริหารของ ธ.ก.ส. โดยมี นายกษาปณ์ เงินรวง กรรมการ ธ.ก.ส. นายพิสุทธิ์ จันทรสุรินทร์ กรรมการ ธ.ก.ส. นางสาวลดาวัลย์ คำภา ผู้ทรงคุณวุฒิ นางสาวไข่มุก จูงใจจารุมาศ รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. และนายเกียรติศักดิ์ พระวร ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. เข้าร่วมการประชุม
สาระสำคัญของเวทีดังกล่าว อยู่ที่…การสร้าง “พื้นที่กลาง” เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยี และกลไกด้านการเงิน เพื่อสนับสนุนการพัฒนา “เศรษฐกิจฐานราก” อย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้น การ “ยกระดับ” ศักยภาพของเกษตรกรและผู้ประกอบการเกษตร
ทั้งในด้าน…ทักษะเทคโนโลยี การเข้าถึงแหล่งทุน และการเชื่อมโยงตลาด ซึ่งถือเป็น “องค์ประกอบสำคัญ” ของการพัฒนาเศรษฐกิจชนบทในบริบทเศรษฐกิจยุคดิจิทัล
แม้ภาพที่ปรากฏ! จะเป็นเพียง…กิจกรรมการประชุมเชิงนโยบาย แต่เมื่อพิจารณา ความเคลื่อนไหวของ ธ.ก.ส. ในช่วงระยะหลัง จะพบว่า…ทิศทางการดำเนินงานขององค์กร มีลักษณะ “ขยาย” ออกจากบทบาทเดิม ที่เน้นการให้สินเชื่อแก่เกษตรกรรายบุคคล ไปสู่การสร้าง “ระบบสนับสนุน” การพัฒนาเศรษฐกิจชนบทในมิติที่กว้างขึ้น
ที่ผ่านมา ธ.ก.ส. ถูกมองในฐานะ “สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ” ที่ทำหน้าที่สนับสนุนเงินทุนให้กับภาคเกษตรกรรม โดยเฉพาะ การปล่อยสินเชื่อเพื่อการผลิต การเสริมสภาพคล่องของเกษตรกร และการช่วยเหลือด้านการปรับโครงสร้างหนี้ในช่วงที่ภาคเกษตรเผชิญความผันผวน
อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ธ.ก.ส. เริ่มปรับแนวทางการทำงานไปสู่การส่งเสริม “การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน” มากขึ้น
ตัวอย่างเช่น…การสนับสนุน “โมเดลเศรษฐกิจ BCG” (Bio-Circular-Green Economy) การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคการเกษตร การพัฒนาวิสาหกิจชุมชน การสนับสนุนสินเชื่อสีเขียว รวมถึง การเชื่อมโยงสินค้าเกษตรเข้าสู่ตลาดสมัยใหม่และแพลตฟอร์มออนไลน์
ทั้งหมดนี้…สะท้อนบทบาทที่ “ก้าวออก” จากการเป็นเพียงผู้ให้สินเชื่อ ไปสู่การเป็น…กลไกสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจชนบทในมิติที่กว้างยิ่งขึ้น!!!
ทีมข่าวยุทธศาสตร์ ตั้งข้อสังเกตว่า…ความเคลื่อนไหวดังกล่าว อาจสะท้อนแนวโน้มการขยับบทบาทของ ธ.ก.ส. จากธนาคารสินเชื่อเกษตรแบบดั้งเดิม ไปสู่…การมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน “การเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจชนบท” หรือที่ในแวดวงนโยบายการพัฒนาเรียกว่า…“Rural Transformation”
แนวคิด Rural Transformation หมายถึง…การเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจชนบทจากระบบการผลิตแบบดั้งเดิมที่พึ่งพาการขายวัตถุดิบทางการเกษตร ไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ผ่านการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และการเชื่อมโยงตลาด
โดยมี เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ นั่นคือ…การเพิ่มรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนชนบท
ในบริบทของประเทศไทย เศรษฐกิจชนบท…ยังคงมีบทบาทสำคัญต่อโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งในแง่ของจำนวนประชากรที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตร และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น
อย่างไรก็ตาม ภาคเกษตรยังเผชิญความท้าทายหลายประการ เช่น ความผันผวนของราคาพืชผล ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น รวมถึงข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีและการเข้าถึงตลาด
ดังนั้น การพัฒนาเศรษฐกิจชนบทในยุคใหม่ จึงไม่อาจอาศัยเพียงการเพิ่มปริมาณการผลิต แต่ต้องอาศัยการ “ยกระดับห่วงโซ่มูลค่า” (Value Chain) ตั้งแต่…ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือของหลายภาคส่วน
ใน “โมเดล” ที่เริ่มปรากฏชัดมากขึ้น! สะท้อนภาพ…เทคโนโลยีและองค์ความรู้จากหน่วยงานวิจัย เช่น สวทช. และ วว. มีบทบาทในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ขณะที่ ธ.ก.ส. เอง ก็ได้ทำหน้าที่สนับสนุนเงินทุนและกลไกทางการเงิน
ส่วน หน่วยงานด้านตลาด เช่น กรมการค้าภายใน และกรมส่งเสริมการเกษตร ทำหน้าที่เชื่อมโยงสินค้าเกษตรเข้าสู่ช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย ทั้งตลาดสมัยใหม่และแพลตฟอร์มดิจิทัล
โครงสร้างความร่วมมือลักษณะนี้ มันได้สะท้อนถึง…การพัฒนาเศรษฐกิจชนบทแบบครบวงจร! ซึ่งแตกต่างจาก แนวทางเดิม…ที่ หน่วยงานภาครัฐ มักจะมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนเฉพาะด้านการผลิตหรือการเงินเพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจชนบทในลักษณะดังกล่าว ยังมีความท้าทายหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น…
การยกระดับทักษะของเกษตรกรในการใช้เทคโนโลยีใหม่ การสร้างตลาดที่รองรับสินค้าเกษตรมูลค่าสูง รวมถึงการลดภาระหนี้สินของเกษตรกรที่ยังคงเป็นปัญหาสำคัญของภาคเกษตรไทย
ในระยะต่อไป ความสำเร็จของแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชนบท ย่อมต้องขึ้นอยู่กับความสามารถในการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งทางด้าน…เทคโนโลยี การเงิน และตลาด รวมถึงการสร้าง “โมเดลความสำเร็จ” ที่สามารถขยายผลไปยังชุมชนอื่น ๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ณ วันนี้ แม้ ธ.ก.ส. จะยังคงใช้ “วิสัยทัศน์” อย่างเป็นทางการ ว่า…“ธนาคารพัฒนาชนบทที่ยั่งยืน” หรือ Sustainable Rural Development Bank แต่ความเคลื่อนไหวขององค์กรในช่วงระยะหลัง ไม่ว่าจะเป็น…
การบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การเงิน และการตลาด ตลอดจน การส่งเสริมโมเดลเศรษฐกิจ BCG การพัฒนาวิสาหกิจชุมชน และการเชื่อมโยงสินค้าเกษตรเข้าสู่ตลาดสมัยใหม่
ทุกอย่าง….ล้วนสะท้อนความพยายามในการ “ยกระดับ” บทบาทของธนาคารให้ก้าวไปไกลกว่าการเป็นผู้สนับสนุนสินเชื่อภาคเกษตรเพียงอย่างเดียว
ในอีกมิติหนึ่ง ทิศทางการทำงานของ ธ.ก.ส. ยังสอดคล้องกับแนวนโยบายด้านเศรษฐกิจของกระทรวงการคลัง ภายใต้การกำกับของ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง ในฐานะ ประธานกรรมการ ธ.ก.ส.
ซึ่ง ดร.เอกนิติ มีแนวคิดในการจะ “ผลักดัน” แนวทางการยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทยผ่านนโยบาย “10 Plus” ที่มุ่งเน้น…การสร้างความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจในหลายมิติ รวมถึง การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก การเพิ่มผลิตภาพภาคเกษตร และการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ยกระดับภาคการผลิต
แนวคิดดังกล่าว…มีเป้าหมายสำคัญในการเชื่อมโยงกลไกทางการเงินของรัฐกับการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะภาคชนบท ซึ่งยังคงเป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย
ดังนั้น การสนับสนุนบทบาทของสถาบันการเงินเฉพาะกิจอย่าง ธ.ก.ส. จึงถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวให้เกิดผลในเชิงปฏิบัติ
ในมุมนี้ การบูรณาการความร่วมมือ ระหว่าง…ธ.ก.ส. กับหน่วยงานด้านเทคโนโลยี การตลาด และการพัฒนาชุมชน อาจสะท้อนความพยายามเชื่อมโยงนโยบายเศรษฐกิจระดับมหภาค เข้ากับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในระดับพื้นที่ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจชนบทในระยะยาว
“ทีมข่าวยุทธศาสตร์” ตั้งข้อสังเกตว่า…แนวโน้มดังกล่าวอาจกำลังสะท้อนการขยับบทบาทของ ธ.ก.ส. ไปสู่การทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการ “ขับเคลื่อน…การเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจชนบท” หรือที่ในแวดวงนโยบายการพัฒนาเรียกว่า“Rural Transformation”
ที่หมายถึง…การ “ยกระดับ” โครงสร้างเศรษฐกิจชนบทจากการผลิตสินค้าเกษตรแบบดั้งเดิม ไปสู่…ระบบเศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าเพิ่มผ่านเทคโนโลยี นวัตกรรม และการเชื่อมโยงตลาดในห่วงโซ่เศรษฐกิจอย่างครบวงจร
ในบริบทดังกล่าว บทบาทของ ธ.ก.ส. จึงอาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเป็น “แหล่งเงินทุน” ของเกษตรกร เท่านั้น แต่กำลังขยายไปสู่การเป็น “ตัวเชื่อมระบบ” ระหว่าง…องค์ความรู้ เทคโนโลยี การเงิน และตลาด เพื่อช่วย “ยกระดับศักยภาพ” ของเศรษฐกิจชุมชน ให้สามารถปรับตัวและเติบโตได้ ในท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจยุคใหม่
หากแนวทางดังกล่าว สามารถขยายผลไปสู่…การสร้าง “โมเดลความสำเร็จ” ในระดับพื้นที่ และเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือระหว่าง…ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการได้อย่างต่อเนื่อง
สิ่งนี้…อนาคตอันใกล้ มันอาจทำให้ “บทบาทใหม่” ของ ธ.ก.ส. ไม่ได้เป็นเพียง “ธนาคารเพื่อการเกษตร” ในความหมายดั้งเดิม แต่จะเป็นหนึ่งใน “กลไกสำคัญ” ของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ
และในมุมมองของ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” ทิศทางดังกล่าว อาจสอดคล้องกับคำอธิบายที่สะท้อนในพาดหัวของเรื่องนี้ ที่ว่า “ธ.ก.ส.ขยับบทบาทสู่ Rural Transformation” ซึ่งนั่นหมายถึง…
การก้าวเข้าสู่ “บทบาทใหม่” ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ที่ได้ทำหน้าที่ “เชื่อมโยง” ทุน เทคโนโลยี และตลาด เพื่อร่วมขับเคลื่อนการ “ปรับเปลี่ยนโฉม” เศรษฐกิจชนบทของไทยในระยะยาว ก็อาจเป็นได้!!??.






