แลนด์มาร์ก – เบญจกิติ

(ไทยเปิดตัวแลนด์มาร์ก รับ IMF–World Bank 2026 ประหนึ่ง…กดปุ่ม นับถอยหลังสู่ ‘สนามพิสูจน์ศักยภาพรัฐ – เมือง – ระบบการเงิน’)

คลัง–ธปท.–กทม. เปิดตัวแลนด์มาร์กที่ “สวนเบญจกิติ” ปักหมุดความพร้อมก่อนรับการประชุมใหญ่ของ International Monetary Fund และ World Bank Group ห้วงตุลาคม 2569 งานนี้เป็นได้มากกว่าอีเวนต์ระดับโลก เพราะนี่คือ…เวทีวัดความน่าเชื่อถือเชิงนโยบาย ความปลอดภัยดิจิทัล และสมรรถนะเมืองหลวงของไทย ต่อสายตานานาชาติ โดยเฉพาะ คนกำหนดนโยบายการเงิน จากกว่า 190 ประเทศทั่วโลก
การแถลงข่าวร่วมของ 3 หน่วยงานหลัก อย่าง…กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมการ “เปิดตัว…แลนด์มาร์ก” การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 International Monetary Fund (IMF) – World Bank Group Annual Meetings) เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

สิ่งนี้ คือ สัญญาณชี้ชัด ว่า…ไทยได้เข้าสู่ “ช่วงนับถอยหลังจริง” ของการเป็นเจ้าภาพเวทีเศรษฐกิจการเงินระดับโลกในปีหน้าแล้ว
ไม่ใช่เพียงการเตรียมสถานที่ แต่นี่คือการเตรียมความพร้อม ทั้ง ภาพลักษณ์ประเทศ ระบบการเงิน และเมืองเจ้าภาพ รองรับสายตาจาก…ผู้กำหนดนโยบายการเงินการคลังทั่วโลกกว่า 190 ประเทศ
ฝั่ง กระทรวงการคลัง วางน้ำหนักของงานนี้ไว้ไกลกว่า…มิติอีเวนต์ โดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ย้ำว่า…การประชุมครั้งนี้ คือ เวทีที่กำหนด “กรอบความร่วมมือและความเชื่อมั่น” ของระบบเศรษฐกิจการเงินโลก และ การที่ไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพอีกครั้งหลังผ่านมากว่า 35 ปี สิ่งนี้คือ…โอกาสสำคัญในการสะท้อนศักยภาพประเทศทั้งในระยะสั้น กลาง และยาว ตั้งแต่การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวและบริการ ไปจนถึงการดึงดูดนักลงทุนและการแสดงบทบาทของไทยภายใต้กติกาเศรษฐกิจโลก
สาระสำคัญที่ กระทรวงคลังพยายามสื่อสาร ไม่ใช่แค่ “มีคนมาเป็นหมื่น” แต่ต้องการจะย้ำว่า…ไทยต้องใช้เวทีนี้ เล่าเรื่องอนาคตประเทศ ผ่านแนวคิดหลัก Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience

สะท้อนมุมมองว่า…การพัฒนาในโลกยุคใหม่ ไม่อาจวัดจากตัวเลข GDP เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นการเติบโตที่เข้มแข็งจากภายใน ยืดหยุ่นต่อความเสี่ยง และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
รัฐบาลไทย เชื่อว่า “คน” คือหัวใจของระบบเศรษฐกิจ และระบบเศรษฐกิจที่ดีต้องกลับมารองรับประชาชนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง
ในมิติ ระบบการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย เลือกใช้โอกาสเจ้าภาพครั้งนี้ ดันประเด็นที่ “โลกกำลังเจ็บจริง”
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย สะท้อนว่า เวที IMF–World Bank คือพื้นที่หารือปัญหาเศรษฐกิจการเงินระดับโลกที่ไม่มีประเทศใดแก้ได้ลำพัง โดยเฉพาะในยุคที่การเงินดิจิทัลเติบโตเร็วกว่าเกราะป้องกันความเสี่ยง
ดังนั้น ธปท. จึงเตรียมผลักดันแนวคิด Safe and Inclusive Digital Finance (SIDF) for Financial Wellbeing เพื่อสร้าง “ภูมิคุ้มกันใหม่” ให้ระบบการเงินดิจิทัล ครอบคลุมทั้งการลดภัยทุจริตทางดิจิทัล การเสริมความมั่นคงไซเบอร์ และการยกระดับระบบนิเวศดิจิทัลให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง

ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ชี้ว่า…ปัญหาสแกมเมอร์และอาชญากรรมทางการเงินออนไลน์ ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่เป็นปัญหาความเชื่อมั่นของระบบการเงินโลก ซึ่งยังขาดทั้งงานวิจัย แนวปฏิบัติ และความร่วมมือข้ามประเทศอย่างจริงจัง
ในบริบทนี้ ไทยและประเทศในเอเชียที่มี “บทเรียนจริง” จากการรับมือภัยทุจริตดิจิทัล อาจกลายเป็นผู้ร่วมออกแบบแนวทางเชิงนโยบายที่ IMF และ World Bank นำไปต่อยอดเป็นมาตรฐานสากลได้ หากทำได้สำเร็จ เวทีนี้จะไม่ใช่แค่การประชุมที่ไทยเป็นเจ้าภาพ แต่เป็นเวทีที่ไทยมี agenda ของตัวเองบนโต๊ะโลก
ขณะที่ กรุงเทพมหานคร รับบท “เจ้าบ้าน” เต็มตัว นั้น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเสริมว่า การเป็นเจ้าภาพประชุมระดับโลก ไม่ได้วัดกันแค่ในห้องประชุม แต่ตัดสินกันจากประสบการณ์ทั้งเมือง ตั้งแต่ระบบคมนาคม โครงสร้างพื้นฐาน ที่พัก ความปลอดภัย ระบบสาธารณสุข ไปจนถึงบริการทางการแพทย์ระดับนานาชาติ
สิ่งที่ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พยายามสื่อสาร นั่นคือ…กรุงเทพฯ ไม่ได้ขายแค่โครงสร้างพื้นฐาน แต่ขาย “พลังของผู้คน” และวัฒนธรรมการต้อนรับแบบไทย ซึ่งจะเป็น “ตัวแปรสำคัญ” ในการสร้างความประทับใจให้ผู้แทนจากทั่วโลก

และ “แลนด์มาร์ก” ที่สวนเบญจกิติ ได้ถูกออกแบบให้เป็น “จุดเริ่มต้น” ของการต้อนรับ สะท้อน…ภาพเมืองเจ้าภาพที่เปิดกว้าง เชื่อมต่อ และพร้อมเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้ทุกวัน เพื่อดึงคนเมืองเข้ามามีส่วนร่วมกับการเป็นเจ้าภาพตั้งแต่วันนี้
ในเชิงยุทธศาสตร์ การเปิด “แลนด์มาร์ก” ครั้งนี้ มันคือการ “ล็อกไทม์ไลน์” ให้ทุกหน่วยงานเดินหน้าแบบถอยไม่ได้ เพราะจากนี้ไป…ไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเตรียมงานที่โลกจะเริ่มจับตาอย่างจริงจัง ทั้งในเรื่องความพร้อมด้านความปลอดภัยดิจิทัล การบริหารจัดการเมือง การประสานรัฐ–เอกชน และความสามารถในการแปลงธีม New Horizons ให้เป็นนโยบายและประสบการณ์ที่จับต้องได้
สุดท้ายแล้ว! 2026 IMF–World Bank Annual Meetings จะไม่ถูกจดจำว่า…มันเป็นเพียงงานใหญ่ที่จัดได้หรือไม่ได้?
แต่จะถูกจดจำว่า…ไทยสามารถใช้เวทีนี้ยกระดับความน่าเชื่อถือของประเทศ เมือง และระบบการเงิน ได้มากแค่ไหน?
และ “แลนด์มาร์ก” ที่ 3 หน่วยงานหลัก ได้จับจองพื้นที่บริเวณสวนเบญจกิติ ก็คือ “หมุดแรก!” ของสนามสอบระดับโลก ที่เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการแล้วนั่นเอง!!!.









