ครม.เคาะ 7 มาตรการช่วยคนไทยสู้วิกฤตพลังงาน!

วิกฤตพลังงานโลกเขย่าไทย ครม.นัดพิเศษ “เคาะด่วน!” มาตรการอุ้มประชาชน ลุ้นลดภาษีน้ำมัน – สั่งห้ามราชการดูงานต่างประเทศ หวังบรรเทาภาระค่าครองชีพ และไม่ฉุดภาพลักษณ์หน่วยงานรัฐลงต่ำ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) นัดพิเศษ เมื่อช่วงสายวันนี้ (26 มีนาคม 2569) โดยที่ประชุมฯมีมติเดินหน้ามาตรการเร่งด่วนเพื่อรับมือวิกฤตพลังงานโลก หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางยังตึงเครียด โดยที่ประชุมฯ มีมติเห็นชอบ 7 มาตรการช่วยเหลือประชาชนและภาคเศรษฐกิจ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นำแถลงผลการประชุม ครม. โดยระบุว่า รัฐบาลมุ่งใช้ทุกเครื่องมือทางกฎหมายที่สามารถดำเนินการได้ในช่วงรัฐบาลรักษาการ เพื่อช่วยลดผลกระทบให้ประชาชนมากที่สุด
โดยมาตรการสำคัญ ได้แก่ การเพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจาก 300 บาท เป็น 400 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 1 เดือน การเตรียมซอฟต์โลนวงเงิน 10,000 ล้านบาท ผ่านธนาคารออมสิน เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ รวมถึง การช่วยเหลือกลุ่มขนส่ง เกษตรกร และประมง
ในส่วนของ ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวเสริมว่า สามารถดำเนินการได้ทันทีหากได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยหลักการคือ หากลดภาษีลงเท่าใด ราคาน้ำมันจะต้องปรับลดลงในอัตราเดียวกัน
ก่อนหน้านี้ นายกฯอนุทิน ได้กำชับทุกหน่วยงานภาครัฐให้ดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการ “ห้ามเดินทางไปดูงานต่างประเทศ” เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายของภาครัฐในช่วงวิกฤต
ทั้งนี้ หัวหน้ารัฐบาล ย้ำว่า…วิกฤตพลังงานเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ แต่จะพยายามบรรเทาผลกระทบให้ประชาชนมากที่สุด พร้อมติดตามสถานการณ์ราคาพลังงานโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับมาตรการให้เหมาะสมต่อไป
ในมุมของ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” มองมาตรการของรัฐบาล ผ่านมติ ครม.นัดพิเศษในครั้งนี้ โดยเชื่อว่า…สิ่งนี้ได้สะท้อน “ยุทธศาสตร์ระยะสั้นเชิงประคอง (Stabilization Strategy)” มากกว่าการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง
โดยมุ่งเน้นลดแรงกระแทกทางเศรษฐกิจผ่านเครื่องมือทางการคลัง เช่น การเพิ่มเงินสวัสดิการ การอัดฉีดสภาพคล่อง และการพิจารณาลดภาษีสรรพสามิต ซึ่งช่วยลดแรงกดดันค่าครองชีพในทันที
ทว่าสิ่งนี้…จะยังไม่แตะรากของปัญหาอย่างการพึ่งพาพลังงานนำเข้า
ในมิติการเมือง การต้องขออนุญาต กกต. สะท้อนข้อจำกัดของ “รัฐบาลรักษาการ” ซึ่งทำให้ ทุกมาตรการมีความไม่แน่นอนและต้องเดินเกมอย่างระมัดระวัง ส่งผลให้รัฐบาลเลือกใช้มาตรการที่ “ไม่ผูกพันระยะยาว” เช่น การลดภาษีชั่วคราว มากกว่าการกู้เงินหรือโครงการขนาดใหญ่
ในเชิงภาพลักษณ์ การสั่งห้ามดูงานต่างประเทศ ถือเป็น…สัญญาณเชิงสัญลักษณ์ (Symbolic Policy) ที่สำคัญ เพราะช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่า…
ภาครัฐ “ร่วมประหยัดกับประชาชน” ซึ่งมีผลทางจิตวิทยาและการสื่อสารการเมืองสูง
ทั้งนี้ แม้มูลค่าทางเศรษฐกิจจริง อาจจะมีไม่มากนัก แต่มาตรการทางจิตวิทยาดังกล่าวแล้ว สิ้งนี้…ก็น่า จะช่วยลดแรงต้านและสร้างความชอบธรรมให้มาตรการอื่นๆ ได้อย่างแน่นอน!!!.






