60 ปีกรุงไทย จุดเปลี่ยน! ธนาคารเพื่อชาติ

(จาก ‘แบงก์รัฐ’ สู่โครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจ ‘เดิมพัน’ ทศวรรษใหม่ ด้วยดิจิทัล – ข้อมูล – AI)

ฉลอง 60 ปีแบงก์กรุงไทย เป็นมากกว่าการทบทวนความสำเร็จในอดีต แต่เป็นประกาศ “ภารกิจครั้งใหม่” ที่เชื่อมโยงรัฐ ธุรกิจ และประชาชนเข้าด้วยกัน โจทย์สำคัญนับจากวันนี้…จะเปลี่ยนเทคโนโลยี ฐานข้อมูล และความไว้วางใจ ให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่เข้าถึงได้ เป็นธรรม และตรวจสอบได้อย่างไร?

60 ปีที่ต้องไปต่อ :

งาน Krungthai 60th Anniversary Gala Dinner ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ส.ค.2569 ณ โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 60 ปี และประกาศทิศทางก้าวสู่ทศวรรษใหม่ในการเป็น Corporate Partner ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

ภาพภายนอกอาจดูเหมือนเป็น งานเฉลิมฉลองและขอบคุณลูกค้า ตลอดจน พันธมิตรที่ร่วมสนับสนุนธนาคารมาตลอดหกทศวรรษ แต่สาระที่มี “นัยสำคัญ” ต่อสาธารณชน กลับอยู่ที่…คำประกาศถึงบทบาทของธนาคารกรุงไทยในทศวรรษใหม่

เพราะ ธนาคารกรุงไทย ในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียง…ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ หรือสถาบันการเงินที่รัฐถือหุ้นสำคัญ เท่านั้น หากยังเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงรัฐบาล ภาคธุรกิจ และประชาชนหลายสิบล้านคน ผ่านระบบชำระเงิน สินเชื่อ แอปพลิเคชันทางการเงิน และช่องทางส่งผ่านมาตรการภาครัฐ

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวในฐานะ ประธานเปิดงาน ว่า…ตลอด 60 ปีที่ผ่านมา ทุกวิกฤตและทุกพัฒนาการของเศรษฐกิจไทยล้วนมีกรุงไทยร่วมอยู่เคียงข้างประเทศ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า…ธนาคารจะยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทย ท่ามกลางความท้าทายจากเศรษฐกิจโลก เทคโนโลยี AI และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ถ้อยแถลงนี้ จึงไม่ใช่เพียงคำอวยพรในงานครบรอบ แต่เท่ากับเป็นการ วางโจทย์เชิงนโยบายต่อธนาคารว่า ภารกิจในทศวรรษที่ 7 จะต้องก้าวพ้นการทำหน้าที่รับ–จ่ายเงินตามมาตรการของรัฐ ไปสู่การใช้โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินเพื่อเพิ่มศักยภาพของประชาชนและเศรษฐกิจไทยอย่างแท้จริง

จากแบงก์หลวง สู่แพลตฟอร์มชาติ :

ธนาคารกรุงไทยก่อตั้งขึ้นในปี 2509 จากการควบรวมธนาคารไทยกับธนาคารมณฑล ก่อนพัฒนาจากสำนักงานใหญ่แห่งแรกบนถนนเยาวราช ขยายเครือข่ายไปทั่วประเทศ และได้รับความไว้วางใจในฐานะ “แบงก์หลวง” ที่ทำหน้าที่สนับสนุนทั้งภาครัฐและประชาชน

บทบาทของธนาคารเปลี่ยนไปตามแต่ละช่วงของเศรษฐกิจ ตั้งแต่…การขยายสาขา การนำเทคโนโลยี ATM และบัตรเครดิตมาใช้ การสนับสนุนผู้ประกอบการและเกษตรกร ตลอดจนการมีส่วนช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังวิกฤตต้มยำกุ้ง

จุดเปลี่ยนสำคัญ! ในระยะหลัง คือ…การพัฒนา Krungthai NEXT และแอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งทำให้กรุงไทยก้าวจากธนาคารที่ให้บริการผ่านสาขา ไปเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เชื่อมโยงนโยบายของรัฐเข้ากับชีวิตประจำวันของประชาชน โดยเฉพาะช่วง วิกฤตโควิด-19 ที่มาตรการช่วยเหลือและกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวนมากต้องอาศัยระบบดิจิทัลของธนาคารเป็นช่องทางสำคัญ

ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้ ธนาคารกรุงไทยมีสินทรัพย์ทางยุทธศาสตร์ พร้อมกันอย่างน้อย 3 ประการ ประกอบด้วย…

ฐานผู้ใช้งานขนาดใหญ่

โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับประเทศ

และ ความสามารถในการประสานงานระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน

หากนำ สินทรัพย์ทั้ง 3 ส่วนมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ธนาคารกรุงไทย ย่อมมีโอกาสพัฒนาจาก “ธนาคารพาณิชย์ของรัฐ” ไปเป็น “โครงสร้างพื้นฐานทางโอกาส” ที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงเงินทุน บริการรัฐ การออม การลงทุน และเครื่องมือประกอบธุรกิจได้สะดวกขึ้น

ความไว้วางใจต้องวัดผลได้ :

นายลวรณ แสงสนิท ประธานกรรมการธนาคารกรุงไทย ระบุว่า…ความไว้วางใจจากลูกค้า ประชาชน และพันธมิตร คือ…รากฐานที่ทำให้ธนาคารเติบโตอย่างมั่นคง พร้อมย้ำว่า…ทุกก้าวของกรุงไทยไม่ใช่เพียงก้าวของธนาคาร แต่เป็นก้าวที่เดินไปพร้อมกับคนไทย เศรษฐกิจไทย และอนาคตอีกนับล้าน

อย่างไรก็ตาม ในโลกการเงินยุคใหม่ “ความไว้วางใจ” ไม่อาจดำรงอยู่ได้ด้วยชื่อเสียงหรือประวัติศาสตร์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องได้รับการยืนยันผ่านคุณภาพบริการ ความปลอดภัยของระบบ การคุ้มครองข้อมูล และผลลัพธ์ที่ประชาชนสัมผัสได้

เมื่อธนาคารมีข้อมูลจำนวนมากและมีบทบาทเชื่อมโยงมาตรการของรัฐ ความรับผิดชอบย่อมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะการป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน การดูแลผู้เสียหายจากมิจฉาชีพ การอธิบายหลักเกณฑ์พิจารณาสินเชื่อ และการคุ้มครองผู้ที่มีข้อจำกัดในการใช้เทคโนโลยี

ความสำเร็จของทศวรรษใหม่ จึงไม่ควรวัดจากจำนวนบัญชี หรือยอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพียงอย่างเดียว แต่ต้องวัดจากจำนวนประชาชนที่เข้าถึงบริการอย่างเป็นธรรม จำนวนธุรกิจที่ได้รับโอกาสทางการเงิน ต้นทุนธุรกรรมที่ลดลง และความเสียหายจากภัยการเงินที่ได้รับการป้องกันหรือแก้ไขอย่างรวดเร็ว

Data – AI เปลี่ยนเกมสินเชื่อ :

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ประกาศว่า…ก้าวต่อไปของธนาคารจะขับเคลื่อนด้วยความร่วมมือ เทคโนโลยีดิจิทัล นวัตกรรมทางการเงิน และการใช้ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งมอบบริการที่ชาญฉลาด ปลอดภัย และเข้าถึงง่ายขึ้น

ทิศทางดังกล่าวเปิดโอกาสให้ธนาคารกรุงไทยเปลี่ยนวิธีประเมินลูกค้า โดยเฉพาะ ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม เกษตรกร ผู้ค้าอิสระ และประชาชนที่มีรายได้ไม่สม่ำเสมอ ซึ่งมัก เข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบเดิม เพราะไม่มีหลักประกันหรือเอกสารรายได้ตามเกณฑ์ของธนาคาร

ข้อมูลกระแสเงินสด การรับชำระเงิน คำสั่งซื้อ หรือประวัติการทำธุรกรรม อาจนำมาใช้ประกอบการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ ทำให้ธุรกิจที่ดำเนินงานจริงแต่เข้าไม่ถึงสินเชื่อแบบเดิมมีโอกาสได้รับเงินทุนมากขึ้น

AI ยังสามารถช่วยตรวจจับธุรกรรมผิดปกติ เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม แต่เทคโนโลยีจะสร้างประโยชน์ได้เต็มที่ก็ต่อเมื่อมีหลักธรรมาภิบาลกำกับอย่างชัดเจน

ลูกค้าควรทราบว่า…ข้อมูลถูกนำไปใช้อย่างไร? สามารถขอแก้ไขข้อมูลที่ผิดได้หรือไม่? และ หาก AI มีส่วนต่อการอนุมัติหรือปฏิเสธสินเชื่อ ธนาคารจะมีช่องทางอธิบายและทบทวนผลการตัดสินใจอย่างไร? เพื่อไม่ให้เทคโนโลยีกลายเป็นกำแพงทางการเงินรูปแบบใหม่

โอกาสคนไทย–ธุรกิจไทย :

สำหรับ ประชาชน ประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านของ ธนาคารกรุงไทย ควรปรากฏในรูปแบบ บริการที่สะดวกขึ้น ต้นทุนต่ำลง ปลอดภัยขึ้น และช่วยให้วางแผนทางการเงินได้ดีขึ้น

ไม่ใช่เพียงเพิ่มช่องทางเสนอขายผลิตภัณฑ์

สำหรับ SMEs โอกาสสำคัญอยู่ที่ การเข้าถึงเงินทุนหมุนเวียน การชำระเงินดิจิทัล และข้อมูลที่ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจรายได้ ต้นทุน และความเสี่ยงของตนเองมากขึ้น ธนาคารกรุงไทยยังสามารถเชื่อมผู้ประกอบการรายเล็กเข้ากับตลาด การจัดซื้อภาครัฐ และห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจขนาดใหญ่ได้

ในพื้นที่ต่างจังหวัด เครือข่ายของธนาคารสามารถยกระดับจากจุดให้บริการธุรกรรม ไปเป็น ศูนย์ให้คำปรึกษา ด้านหนี้ การออม การลงทุน และการปรับตัวของธุรกิจ โดย ผสานช่องทางดิจิทัลกับบุคลากรในพื้นที่ เพื่อไม่ให้ประชาชนที่ไม่พร้อมใช้เทคโนโลยีถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

สำหรับ เศรษฐกิจไทย ธนาคารกรุงไทยมีโอกาสช่วยลดต้นทุนของระบบ เพิ่มความแม่นยำในการส่งผ่านมาตรการรัฐ สนับสนุนธุรกิจให้เข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล และช่วยเตรียมผู้ประกอบการรับมือมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

หากดำเนินการได้จริง ธนาคารกรุงไทยจะไม่ได้ทำหน้าที่เพียงปล่อยสินเชื่อ แต่จะเป็นกลไกเพิ่มผลิตภาพ กระจายโอกาส และเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ภารกิจที่ต้องระวัง :

ความใกล้ชิดกับภาครัฐ เป็นทั้ง…จุดแข็งและความเสี่ยงของธนาคารกรุงไทย???

จุดแข็ง คือ…ธนาคารสามารถเชื่อมโยงนโยบายกับประชาชนได้รวดเร็ว แต่ ความเสี่ยง คงไม่พ้น…กรณีที่อาจถูกคาดหวังให้ดำเนินนโยบายที่มีต้นทุนหรือมีความเสี่ยง โดยไม่มีการแบ่งแยกความรับผิดชอบอย่างชัดเจน

ภารกิจเชิงนโยบาย จึงต้อง…ไม่ทำให้มาตรฐานสินเชื่อลดลง ไม่บิดเบือนการแข่งขัน และไม่ผลักภาระจากนโยบายสาธารณะ มาเป็น…ความเสี่ยงของธนาคารโดยขาดความโปร่งใส

รัฐควรกำหนดเป้าหมาย แหล่งงบประมาณ และกลไกชดเชยอย่างชัดเจน ขณะที่ ธนาคารเอง ก็จะต้องเปิดเผยผลลัพธ์และความเสี่ยงให้ผู้ถือหุ้น ผู้ฝากเงิน และสังคมตรวจสอบได้

อีกประเด็นที่ต้องจับตา! คือ…การใช้ข้อมูลประชาชนในวงกว้าง เพราะการเชื่อมต่อบริการจำนวนมากไว้บนแพลตฟอร์มเดียว แม้เพิ่มความสะดวก แต่ก็เพิ่มความเสียหายหากระบบถูกโจมตีหรือข้อมูลรั่วไหล ความมั่นคงทางไซเบอร์และการบริหารความต่อเนื่องของบริการจึงต้องเป็นภารกิจระดับยุทธศาสตร์ ไม่ใช่เพียงงานสนับสนุนด้านเทคนิค

เปลี่ยนคำประกาศเป็นคำตอบ :

หลังงานเฉลิมฉลองผ่านพ้นไป ธนาคารกรุงไทย ควรเปลี่ยนแนวคิด “ทุกก้าว เพื่อล้านอนาคต” ให้เป็นเป้าหมายที่ตรวจสอบได้ เช่น จำนวน SMEs และประชาชนที่เข้าถึงสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ ระยะเวลาพิจารณาสินเชื่อที่สั้นลง ต้นทุนธุรกรรมที่ลดลง ผลสำเร็จจากการปรับโครงสร้างหนี้ และระยะเวลาในการช่วยเหลือผู้เสียหายจากภัยการเงิน

ธนาคารควรเปิดเผยด้วยว่า…สินเชื่อกระจายไปยังธุรกิจขนาดเล็กและภูมิภาคมากเพียงใด มีลูกค้ากลุ่มเปราะบางได้รับบริการจำนวนเท่าใด? และการใช้ข้อมูลกับ AI ช่วยสร้างโอกาสเพิ่มขึ้นโดยไม่?ก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติอย่างไร?

ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลัง ในฐานะ ผู้กำกับนโยบายและผู้ถือหุ้นสำคัญ ควรกำหนด “เส้นแบ่ง” ระหว่าง…เป้าหมายเชิงพาณิชย์กับภารกิจสาธารณะให้ชัด เพื่อให้ ธนคารกรุงไทยสามารถสนับสนุนนโยบายประเทศ ควบคู่กับ การรักษาความแข็งแกร่งทางการเงิน ธรรมาภิบาล และการแข่งขันที่เป็นธรรม

ทศวรรษแห่งการพิสูจน์ :

จากนี้ไป…ทิศทางของธนาคารกรุงไทย มีแนวโน้มมุ่งสู่การเป็น “แพลตฟอร์ม” ที่หลอมรวมบริการทางการเงิน บริการภาครัฐ ข้อมูล และ AI เข้าด้วยกันมากขึ้น

โดย ธนาคารจะมีบทบาทไม่เพียงในวันที่ประชาชนต้องการทำธุรกรรม แต่ครอบคลุมถึงการประกอบธุรกิจ การออม การลงทุน สุขภาพ การศึกษา และการรับสิทธิจากรัฐ

นี่คือ…โอกาสที่ธนาคารกรุงไทยจะใช้ขนาดและความพร้อมของตนสร้างประโยชน์ให้ประเทศในระดับที่ธนาคารทั่วไปทำได้ยาก แต่ก็เป็นภารกิจที่ต้องดำเนินการภายใต้ความโปร่งใส การคุ้มครองข้อมูล และความรับผิดชอบที่สูงกว่าธนาคารทั่วไปเช่นกัน

ความไว้วางใจตลอด 60 ปี คือ ทุนสำคัญของธนาคารแห่งนี้ แต่ก็ไม่ใช่หลักประกันความสำเร็จในอนาคต เพราะความไว้วางใจใน “ทศวรรษใหม่” จะไม่ได้วัดจากความเก่าแก่หรือขนาดของธนาคาร อีกต่อไป

แต่จะ วัดจากคำตอบ ที่ว่า…เทคโนโลยีและข้อมูลของธนคารช่วยให้คนไทยมีโอกาสมากขึ้นจริงหรือไม่? ช่วยให้ธุรกิจไทยแข็งแรงขึ้นเพียงใด? และช่วยให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างทั่วถึงและยั่งยืนได้แค่ไหน?

ดังนั้น ก้าวแรกหลังวาระ 60 ปีจึงไม่ใช่เพียงการก้าวเข้าสู่ทศวรรษใหม่ของธนาคาร แต่มันคือ…การเริ่มต้น “ทศวรรษแห่งการพิสูจน์” ว่า…ธนาคารกรุงไทยจะสามารถเปลี่ยนความไว้วางใจที่สั่งสมจากอดีต ให้เป็นทุนทางเศรษฐกิจและโอกาสสำหรับอนาคตของประเทศไทยได้อย่างเป็นรูปธรรมเพียงใด?.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password