• จันทร์ 14 กันยายน 2569 เวลา 04:38 น.

รวบ ‘บัญชีม้า’ เครือข่ายสแกมฯ โกง 18 คดี เสียหาย 30 ล.

BREAKING NEWS JUSTICE & CRIME

ตำรวจสอบสวนกลางตามรวบชายวัย 20 ผู้เปิดบัญชีม้าโยงขบวนการสแกมหลอกลงทุนหลายรูปแบบ พบเชื่อมโยงคดีฉ้อโกงทั่วประเทศ 18 คดี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 30 ล้านบาท

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และชุดสืบสวน กก.4 บก.ป. เข้าจับกุม นายกฤษณะ อายุ 20 ปี ตามหมายจับศาลแขวงพระนครใต้ ที่ 71/2568 ข้อหา “นำข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบโดยทุจริต” และ “ร่วมกันฉ้อโกง” หลังถูกตรวจพบว่า ใช้บัญชีธนาคารของตนเป็น บัญชีม้า เพื่อรับเงินจากเหยื่อในหลายคดี

เจ้าหน้าที่ติดตามตัวผู้ต้องหามาพบในพื้นที่หน้าแคมป์ก่อสร้าง หมู่ 2 ตำบลหันสัง อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงแสดงหมายจับให้อ่านต่อหน้า ผู้ต้องหารับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกดำเนินคดีตามหมายนี้มาก่อน ก่อนถูกควบคุมตัวไปทำบันทึกจับกุมที่ สภ.บางปะหัน และเตรียมส่งต่อให้พนักงานสอบสวน สน.บางรักดำเนินคดี

จากการตรวจสอบข้อมูลในระบบแจ้งความออนไลน์ พบว่า บัญชีธนาคารของนายกฤษณะถูกใช้เป็นบัญชีม้าใน 18 คดีทั่วประเทศ รวมความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท โดยมีลักษณะหลอกลวงหลายรูปแบบ เช่น

  • หลอกลงทุนผ่านไลน์และเว็บเทรดปลอมจนเหยื่อสูญเงินหลายสิบล้าน
  • อ้างตัวเป็นผู้ค้าสินค้าออนไลน์ ให้เหยื่อโอนเงินลงทุนแล้วปิดช่องทางติดต่อ
  • หลอกลงทุนเหรียญดิจิทัลผ่านเว็บไซต์ปลอม “tidex-otc.com”
  • ใช้เฟซบุ๊กสร้างความไว้ใจ ก่อนชวนร่วมลงทุนแล้วเชิดเงินหนี

หลังถูกจับกุม ผู้ต้องหาอ้างในชั้นสอบสวน ว่า ถูกหลอกไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้าน และถูกบังคับให้เปิดบัญชีธนาคารกว่า 6–7 บัญชีเพื่อใช้ในขบวนการสแกมเมอร์ โดยอ้างว่าหวาดกลัวเพราะเห็นผู้อื่นถูกทำร้าย จึงยอมทำตามคำสั่งของกลุ่มมิจฉาชีพ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เตรียมสอบสวนขยายผลหาความเชื่อมโยงกับเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง

ทั้งนี้ เจ้าหน้าตำรวจ ย้ำเตือนว่า การเปิดบัญชีให้ผู้อื่นใช้งานมีความผิดตามกฎหมาย

  • เจ้าของบัญชีมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ผู้จัดหา ซื้อขาย ให้เช่า หรือให้ยืมบัญชีธนาคาร บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือซิมโทรศัพท์ มีโทษจำคุก 2–5 ปี หรือปรับ 200,000–500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เจ้าหน้าที่ ระบุว่า การเผยแพร่คดีนี้เพื่อประโยชน์สาธารณะ ให้ประชาชนรู้เท่าทันกลโกง รวมถึงป้องกันเหตุซ้ำ ขณะเดียวกันย้ำว่า ผู้ต้องหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด.