‘เอกนิติ’ ชง ครม.ด่วน! อัดมาตรการ ‘ลดต้นทุนน้ำมัน’ พยุงเศรษฐกิจ!

คลังเตรียมเสนอ ครม.นัดพิเศษ ออกแพ็กเกจเร่งด่วนบรรเทาน้ำมันแพง เติมเงินบัตรสวัสดิการ-ช่วยประมง-ปล่อยซอฟต์โลนเกษตรกร ดัน “รถเก่าแลกรถใหม่” พร้อมโยกงบแสนล้านพยุงเศรษฐกิจ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษในวันที่ 11 เมษายนนี้ เพื่อพิจารณามาตรการเร่งด่วนในการบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูง โดยเน้นช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและภาคการผลิตที่ได้รับผลกระทบโดยตรงทั้งนี้ มาตรการระยะสั้นจะครอบคลุมการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 100 บาท เป็นเวลา 1 เดือน การช่วยเหลือภาคประมงที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนน้ำมัน รวมถึงการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อช่วยเกษตรกรจัดซื้อปุ๋ย

นอกจากนี้ ยังเตรียมผลักดันมาตรการ “รถเก่าแลกรถใหม่” โดยสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำวงเงินรวม 30,000 ล้านบาท สำหรับการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และ รถยนต์ไฮบริดที่ผลิตในประเทศ เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและลดการปล่อยคาร์บอน

ในส่วนของ มาตรการภาครัฐ กระทรวงต่างๆ จะร่วมกันดูแลผลกระทบ โดย กระทรวงคมนาคมจะดูแลผู้ประกอบการขนส่งและประมง กระทรวงพาณิชย์ควบคุมราคาสินค้าผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย” ขณะที่ สำนักงบประมาณเตรียมพิจารณาปรับค่า K เพื่อช่วยผู้รับเหมาที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น

ปัจจุบันภาครัฐยังคงอุดหนุนราคาน้ำมันเกือบ 20 บาทต่อลิตรต่อวัน เพื่อไม่ให้ราคาพุ่งสูงเกินไปเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีการศึกษาแนวทางของมาเลเซียที่ให้ราคาสินค้าเป็นไปตามกลไกตลาด แต่รัฐช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มขนส่ง

นายเอกนิติ ระบุว่า วิกฤตราคาน้ำมันส่งผลเป็นลูกโซ่ ตั้งแต่วิกฤตพลังงาน ไปสู่ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ราคาสินค้าแพง เงินเฟ้อ และอาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจชะงักงันแต่เงินเฟ้อสูง (Stagflation) ดังนั้น มาตรการของรัฐต้องมุ่ง “หยุดเลือดไหล” โดยช่วยเหลือแบบเฉพาะกลุ่ม เพื่อลดการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาสินค้า

ด้าน การบริหารงบประมาณ กระทรวงการคลังเตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณคงเหลือวงเงินประมาณ 100,000 ล้านบาท ให้รัฐสภาพิจารณา เพื่อนำมาใช้แก้ปัญหาอย่างโปร่งใส พร้อมทั้งขยายเวลาให้หน่วยงานรัฐเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ

ขณะเดียวกัน ยังมีแผนปรับปรุงโครงการ “ไทยช่วยไทย” หรือคนละครึ่งในรูปแบบใหม่ โดยนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยยกระดับร้านค้าและการตลาด เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะถัดไป

ในภาพรวมเศรษฐกิจ กระทรวงการคลัง คาดว่า หากราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นทุก 10 ดอลลาร์ จะกระทบต่อ GDP ราว 0.2% โดยปี 2569 คาดเศรษฐกิจเติบโตประมาณ 2% ต่ำกว่าศักยภาพที่ 2.7%

หลังเทศกาลสงกรานต์ นายเอกนิติเตรียมเดินทางไปร่วมประชุมกับธนาคารโลกที่สหรัฐฯ เพื่อชี้แจงสถานะเศรษฐกิจและฐานะการคลังของไทยต่อสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลยังคงรักษาวินัยการเงินการคลัง และดำเนินนโยบายตามกรอบแผนการคลังระยะปานกลาง (MTFF) เพื่อรักษาอันดับเครดิตของประเทศ

ทั้งนี้ รัฐบาลยังเตรียมเดินหน้าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและพลังงาน โดยเน้นพลังงานทดแทนผ่านความร่วมมือรัฐ-เอกชน (PPP) และ กองทุน Thailand Future Fund (TFF) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจในระยะยาว.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password