คลังเปิดเกม ‘บอนด์ออมพลัส’

(ยุทธศาสตร์ใหม่รัฐไทย เปลี่ยนเงินออมของคนไทย เป็น ‘พลังระดมทุน’ ของภาครัฐ)

กระทรวงการคลังเตรียมเปิดขาย “บอนด์ออมพลัส” ล็อตแรกวงเงิน 4,000 ล้านบาท ปลายเดือนกรกฎาคมนี้ ผ่านแอปเป๋าตังและ Bond Connect Platform เปิดทางประชาชนเข้าถึงพันธบัตรรัฐบาลได้สะดวกขึ้น พร้อมเดินหน้ายุทธศาสตร์ขยายฐานผู้ลงทุนรายย่อย เสริมความมั่นคงทางการคลังในระยะยาว

การเปิดจำหน่าย “บอนด์ออมพลัส” วงเงิน 4,000 ล้านบาท ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2569 ของกระทรวงการคลัง อาจดูเป็นเพียงการออกพันธบัตรรัฐบาลอีกหนึ่งรุ่น แต่หากพิจารณาในเชิงนโยบายเศรษฐกิจ จะพบว่า…นี่คือการปรับยุทธศาสตร์การระดมทุนภาครัฐครั้งสำคัญ ที่มุ่งเปลี่ยนบทบาทของประชาชนจาก “ผู้ฝากเงิน” ให้กลายเป็น “ผู้ลงทุนในหนี้สาธารณะของประเทศ”

กระทรวงการคลังมีแผนที่จะจำหน่ายบอนด์ “ออมพลัส” เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีความมั่นคงสูงและปลอดภัยของภาครัฐได้ง่ายและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น และเพื่อให้คนไทยสามารถออมได้ต่อเนื่อง สม่ำเสมอ และนำไปสู่ความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว” นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ระบุ

นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า สบน.มีแผนที่จะจำหน่ายในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2569 วงเงินรวม 4,000 ล้านบาท 2 รุ่นอายุ ได้แก่ 3 ปี และ 10 ปี โดยผู้ลงทุนสามารถซื้อได้ผ่าน 2 ช่องทาง ได้แก่…

1) วอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชัน เป๋าตัง ซึ่งเป็นช่องทางเดิมที่ประชาชนคุ้นเคย วงเงิน 2,000 ล้านบาท จัดสรรแบบ First-come, First-served และซื้อขั้นต่ำเพียง 100 บาท

2) ผ่านช่องทาง Bond Connect Platform ซึ่งเป็นช่องทางใหม่ที่พัฒนาร่วมกันกับ สบน. บริษัท เซ็ทเทรด ดอท คอม จำกัด (Settrade) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD)

โดยสามารถ จองซื้อผ่านช่องทางของธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์ และผ่านแอปพลิเคชัน Streaming วงเงิน 2,000 ล้านบาท และเป็นการจัดสรรแบบ Small Lot First และจองซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท ซึ่งเพียงมีบัญชีหุ้นไทย ก็สามารถจองซื้อบอนด์ออมพลัสได้ทันที

ภายใต้ภาวะที่รัฐบาลยังมีภารกิจลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน กระตุ้นเศรษฐกิจ และบริหารภาระหนี้สาธารณะ การขยายฐานผู้ถือครองพันธบัตรจากนักลงทุนสถาบันมาสู่ประชาชนทั่วไป จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มช่องทางการออม แต่เป็นการสร้างฐานเงินทุนภายในประเทศให้เข้มแข็งมากขึ้น ลดการพึ่งพาเงินทุนจากภายนอก และเพิ่มเสถียรภาพของตลาดตราสารหนี้ไทยในระยะยาว

ผลิตภัณฑ์การออมของคนไทย :

โดยสาระสำคัญของ บอนด์ออมพลัสไม่ได้อยู่ที่วงเงิน 4,000 ล้านบาท แต่อยู่ที่การออกแบบระบบใหม่ให้ประชาชนเข้าถึงพันธบัตรรัฐบาลได้ง่ายกว่าเดิม

ผู้ลงทุนสามารถซื้อผ่านวอลเล็ต สบน. บนแอปพลิเคชันเป๋าตังด้วยเงินเริ่มต้นเพียง 100 บาท ขณะเดียวกัน ยังเปิดช่องทางใหม่ผ่าน Bond Connect Platform ที่เชื่อมต่อธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์ และแอปพลิเคชัน Streaming ทำให้ผู้มีบัญชีซื้อขายหุ้นสามารถลงทุนได้ทันที

การเพิ่มช่องทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า…กระทรวงการคลังไม่ได้เพียง “ขายพันธบัตร” แต่กำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน (Financial Infrastructure) เพื่อให้การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลกลายเป็นเรื่องปกติของประชาชน เหมือนการซื้อกองทุนรวมหรือหุ้นในปัจจุบัน

ยุทธศาสตร์กระจายฐานผู้ลงทุน :

ที่ผ่านมา ตลาดพันธบัตรรัฐบาลไทยมีนักลงทุนสถาบัน ธนาคาร บริษัทประกัน และกองทุนขนาดใหญ่เป็นผู้ถือครองหลัก

ดังนั้น การเปิดให้ประชาชนลงทุนผ่านระบบดิจิทัลอย่างต่อเนื่องทุกเดือน จึงมีนัยสำคัญต่อการกระจายฐานผู้ลงทุน ลดการกระจุกตัวของผู้ถือครองตราสารหนี้ และทำให้รัฐบาลมีแหล่งเงินทุนที่หลากหลายมากขึ้น

ในมุมของการบริหารหนี้สาธารณะ ยิ่งประชาชนถือพันธบัตรมากขึ้นเท่าใด รัฐบาลก็ยิ่งสามารถระดมเงินภายในประเทศได้มากขึ้น ลดความผันผวนจากเงินทุนต่างชาติ และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารต้นทุนการกู้ยืมในอนาคต

เชื่อมตลาดทุนกับการออมของคนรุ่นใหม่ :

อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ การนำ Bond Connect Platform เข้ามาเป็นช่องทางหลักในการจำหน่าย

การเชื่อมระบบของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะเข้ากับธนาคารแห่งประเทศไทย บริษัท เซ็ทเทรด ดอท คอม จำกัด และบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ทำให้พันธบัตรรัฐบาลเริ่มเคลื่อนเข้าสู่ระบบนิเวศเดียวกับตลาดทุนไทย

ผลที่ตามมา นั่นคือ นักลงทุนรายย่อยไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ระบบใหม่ทั้งหมด หากมีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์อยู่แล้ว ก็สามารถเข้าถึงพันธบัตรรัฐบาลได้ทันที

นี่เป็นการลด “ต้นทุนในการเข้าถึงการลงทุน” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้าง Financial Inclusion ในยุคดิจิทัล

โอกาสและโจทย์ที่ต้องติดตาม :

แม้แนวคิดดังกล่าวจะได้รับการประเมินว่า…เป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาตลาดทุนไทย แต่ความสำเร็จในระยะยาวยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย

ประการแรก คือ อัตราดอกเบี้ยที่จะประกาศในแต่ละรอบ หากผลตอบแทนไม่สามารถแข่งขันกับเงินฝาก หุ้นกู้เอกชน หรือกองทุนรวมได้ ความสนใจของประชาชนอาจลดลง

ประการที่สอง คือ สภาพคล่องของตลาดรอง ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่าพันธบัตรเหล่านี้สามารถซื้อขายได้สะดวกเพียงใด

และ ประการสุดท้าย คือ ความต่อเนื่องของนโยบาย เพราะกระทรวงการคลังประกาศชัดว่าจะออกบอนด์ออมพลัสเป็นประจำทุกเดือน หากดำเนินการได้จริง ก็อาจเปลี่ยนพฤติกรรมการออมของคนไทยจากการฝากเงินเพียงอย่างเดียว ไปสู่การลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐอย่างเป็นระบบ

ยุทธศาสตร์เชื่อมโยงการออมของคนไทย :

ถึงตรงนี้ การเปิดขาย “บอนด์ออมพลัส” จึงไม่ใช่เพียงมาตรการระดมทุนของรัฐบาล แต่เป็น…ยุทธศาสตร์การเชื่อมโยงการออมของประชาชน เข้ากับการบริหารหนี้สาธารณะของประเทศ ผ่านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิม

หากนโยบายนี้ดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมและมีตลาดรองที่มีประสิทธิภาพ ประเทศไทยอาจกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ “ประชาชน” จะกลายเป็นฐานผู้ลงทุนหลักของพันธบัตรรัฐบาล

ซึ่งไม่เพียงช่วย…สร้างความมั่นคงทางการเงินให้ครัวเรือน แต่ยังช่วยเสริมความมั่นคงทางการคลังของประเทศในระยะยาวอีกด้วย!!!

อนึ่ง รายชื่อผู้จัดจำหน่ายภายใต้โครงการ Bond Connect Platform ประกอบด้วย…

ผู้จัดจำหน่ายที่เป็นธนาคาร

  1. ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
  2. ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
  3. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) 
  4. ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน)                
  5. ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
  6. ธนาคารออมสิน             

ผู้จัดจำหน่ายที่เป็นบริษัทหลักทรัพย์

  1. บริษัทหลักทรัพย์กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด
  2. บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี จำกัด (มหาชน)
  3. บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
  4. บริษัทหลักทรัพย์โกลเบล็ก จำกัด
  5. บริษัทหลักทรัพย์ ทีทีบี เวลธ์ จำกัด (มหาชน)                    
  6. บริษัทหลักทรัพย์ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
  7. บริษัทหลักทรัพย์บียอนด์ จำกัด (มหาชน)             
  8. บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
  9. บริษัทหลักทรัพย์แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)          
  10. บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส จำกัด
  11. บริษัทหลักทรัพย์ไอร่า จำกัด (มหาชน)                 
  12. บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน)
  13. บริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ จำกัด                              
  14. บริษัทหลักทรัพย์เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
  15. บริษัทหลักทรัพย์อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด               
  16. บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด
  17. บริษัทหลักทรัพย์ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด
  18. บริษัทหลักทรัพย์ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password