มุขตลก! ‘ปธ.โสภณ’ สู่มาตรการจริง! บททดสอบความจริงใจ ‘ตัดงบอาหาร สส.’

จาก “มุขตลก” สู่ “วาระเร่งด่วน” งบอาหาร สส. กลายเป็นบททดสอบความรู้สึกของสังคม
คำถามจึงไม่ใช่แค่…เปลี่ยนท่าที แต่คือ…เปลี่ยนใจจริง หรือแค่ “ตั้งรับ” แรงกดดัน! เพราะสุดท้าย ประชาชนไม่ได้ฟังสิ่งที่พูด แต่ดูสิ่งที่ทำ และจะทำให้มากกว่านี้ กับ
…สถานีต่อไป!!!

การเมืองไทยไม่เคยขาดเรื่องใหญ่??? แต่หลายครั้ง “เรื่องเล็ก” กลับกลายเป็น “ตัวชี้วัดสำคัญ” ของความรู้สึกประชาชน และกรณี “งบอาหาร สส.” คือหนึ่งในนั้น


จาก ประเด็นที่เคยถูกพูดถึงในเชิงหยอกล้อ วันนี้…กลับกลายเป็นวาระเร่งด่วนในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมคำถามสำคัญว่า…

การเปลี่ยนท่าที กรณีข้อเสนอให้มีการ “ตัดหรือปรับลด” ค่าอาหารของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในครั้งนี้ของ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ

มันคือ…ความจริงใจ หรือเป็นเพียงการ “ตั้งรับ” แรงกดดัน กันแน่!!!

เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่สังคมไทยต้องการ…ไม่ใช่คำพูดสวยหรู แต่คือ…คำตอบที่พิสูจน์ได้ด้วยการกระทำ

ล่าสุด วันนี้ (27 มีนาคม 2569) นายโสภณ ได้ออกมาสั่งการให้เร่งพิจารณาปรับลดหรือตัดงบประมาณค่าอาหารของ สส. อย่างจริงจัง พร้อมทั้งได้กำหนด “กรอบเวลา” ที่ชัดเจน!

นั่นคือ…ภายหลังการแถลงนโยบายรัฐบาล หรือหลังเทศกาลสงกรานต์

ภาพที่เกิดขึ้นในทางการเมือง! จึงไม่ได้มีเพียง “นโยบายใหม่” แต่มันคือ “การเปลี่ยนบทบาท” จากผู้ที่เคยแสดงท่าทีไม่จริงจังกับประเด็นนี้ สู่…ผู้ผลักดันอย่างเป็นทางการ!!??

คำถามสำคัญ จึงไม่ได้อยู่ที่ “ควรลดงบหรือไม่?” เพราะคำตอบนั้น แทบจะเป็นฉันทามติของทั้งสภาฯไปแล้ว

หากแต่อยู่ที่ “เหตุใด…จึงเพิ่งจริงจัง?” และ “ความจริงจังนี้…จะยั่งยืนเพียงใด?”

งบประมาณค่าอาหารของ สส. ที่ถูกตั้งไว้ปีละกว่า 70 ล้านบาท แม้ในทางบัญชีจะมีการเบิกจ่ายจริงต่ำกว่าวงเงิน และมีการส่งคืนคลังทุกปี

แต่ในทางการเมือง ตัวเลขเหล่านี้…ไม่ได้ถูกตีความผ่านหลักเศรษฐศาสตร์ หากแต่ผ่าน “ความรู้สึกของประชาชน” ซึ่งเปรียบเทียบโดยตรงกับ “ค่าครองชีพ” ในชีวิตจริงของคนไทย 70 ล้านคน โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจยังเปราะบาง

เมื่อเรื่องนี้กลายเป็นกระแส การนิ่งเฉย! จึงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก ดังนั้น การขยับของประมุขฝ่ายนิติบัญญัติจึงเกิดขึ้น และเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ปรากฏการณ์ “สส. หิ้วปิ่นโต” หรือ การลงไปซื้ออาหารรับประทานเองในโรงอาหารรัฐสภา ไม่ได้เป็นเพียงการปรับพฤติกรรม แต่เป็น “สัญลักษณ์ทางการเมือง” ที่ส่งสารถึงสังคมไทย ว่า…

ผู้แทนกำลังพยายามลดภาระภาษีของประชาชน แม้ในความเป็นจริง…จะยังไม่มีการตัดงบอย่างเป็นทางการก็ตาม

สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้น คือ…การเกิด “ฉันทามติข้ามพรรค” อย่างผิดปกติ!!!

พรรคฝ่ายค้าน พรรคฝ่ายค้านใหม่ ไปจนถึงพรรคฝ่ายรัฐบาล ต่างแสดงท่าทีไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคือ… สนับสนุนให้ สส. รับผิดชอบค่าอาหารของตนเอง

ในเชิงการเมือง นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นสัญญาณของ “แรงกดดัน” จากสังคมไทย…ที่มีสูงพอจะทำให้ “ต้นทุนของการปฏิเสธ” มีมากกว่า “ต้นทุนของการยอมเสียผลประโยชน์” ที่เคยได้รับกันมายาวนาน

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนท่าทีของ…ผู้นำสภาฯ จาก “มุขตลก” สู่ “มาตรการจริง” ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกตั้งคำถามถึงความสม่ำเสมอของจุดยืน???

นั่นเพราะ…ในยุคที่ข้อมูลย้อนกลับได้ทุกวินาที “คำพูดในอดีต” ก็อาจสามารถกลายเป็น “หลักฐานเชิงประจักษณ์” ในปัจจุบันได้ทันทีเช่นกัน!!!

การ “กลับลำ” ในทางการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด! หากมีเหตุผลรองรับและนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

ตรงกันข้าม การ “ยึดติดกับจุดยืนเดิม” ทั้งที่บริบทเปลี่ยนไปแล้ว อาจเป็นสิ่งที่สังคมไทยไม่ต้องการด้วยซ้ำ

แต่ปัญหาที่แท้จริงคือ…การ “กลับลำ” นั้นเป็นเพียงแค่ “การสื่อสารทางการเมือง” หรือจะเป็น “การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง” อย่างแท้จริง!!??

หากมาตรการ “ลด” งบอาหาร สส. เกิดขึ้นจริงอย่างมีระบบ โปร่งใส และตรวจสอบได้ ภาพของ…ผู้นำที่ “ฟังเสียงประชาชน” จะค่อย ๆ กลบภาพเดิม…ที่เคยถูกมองว่าไม่จริงจัง

แต่หากมาตรการนี้ หยุดอยู่เพียงระดับการสร้าง “สัญลักษณ์” ในทางการเมือง หรือถูก “ปรับลด” เพียงเล็กน้อยโดยไม่แตะโครงสร้างหลัก

ความสงสัยที่ไม่เพียงจะไม่หายไป แต่อาจจะกลับทำลายคนพูด…คนทำ ได้อย่างรุนแรงมากกว่าเดิมด้วยซ้ำไป!!!

ในอีกมิติหนึ่ง ประเด็นนี้…กำลังเปิดประตูไปสู่การตรวจสอบ “สวัสดิการนักการเมือง” ในภาพรวม ตามมา ไม่ว่าจะเป็น…

งบผู้ช่วย สส. งบรับรอง หรือสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่เคยถูกมองว่า…เป็นเรื่องปกติ แต่เมื่อถูกตั้งคำถามแล้ว ย่อมยากที่จะกลับไปอยู่ในพื้นที่เดิม…โดยไม่ถูกผู้คนในสังคมไทยจับตามอง!!??

แรงกระเพื่อมที่เริ่มจาก “ข้าวหนึ่งจาน” อาจขยายไปสู่ “โครงสร้างงบประมาณทั้งระบบ” และนั่นคือ…สิ่งที่ฝ่ายการเมืองต้องประเมินให้ดี

เพราะการยอมใน “จุดหนึ่ง” อาจนำไปสู่แรงเรียกร้องใน “จุดถัดไป” หรือ “สถานีต่อไป” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!!??

ท้ายที่สุดแล้ว เกมการเมือง…ในประเด็นนี้ ไม่ได้ตัดสินกันที่ว่า…“ใครเสนอมาก่อน?” หรือ “ใครพูดเสียงดังที่สุด!”

แต่ตัดสินกันที่ว่า…“ใครทำให้เกิดผลลัพธ์จริง!!!”

เพราะ สำหรับประชาชน สิ่งที่ต้องการไม่ใช่การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ไม่ใช่การซื้อข้าวกินเองเพียงไม่กี่วัน และไม่ใช่คำสั่งที่ยังไม่เกิดผล

แต่มันคือ…ระบบที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน และจะไม่ย้อนกลับมาอีก!!!

การ “กลับลำ” จาก…มุขตลก! จึงไม่ใช่ปัญหา หากมันนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง แต่หากมันเป็นเพียงการ “ตั้งรับ” ต่อแรงกดดัน โดยปราศจากความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน แล้วล่ะก็…

ปัญหาที่แท้จริง! ก็จะไม่ใช่เรื่องงบอาหารอีกต่อไป หากแต่เป็น “ความเชื่อมั่น” ที่ยากจะเรียกคืนกลับมาได้ง่ายๆ

และ ในทางการเมือง ไม่มีต้นทุนใด?…ที่จะสูงไปกว่า “การสูญเสียความเชื่อมั่น” นั้นอีกแล้ว!!!.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password