บททดสอบ! โจทย์ใหญ่?

(เปิดวิสัยทัศน์ ‘ผู้นำใหม่ – แบงก์ออมสิน’ : ปรับเกมสู่ Smart Social Bank for All Lives)

ธนาคารออมสิน ภายใต้ “ผู้นำคนใหม่ ลำดับที่ 18 – ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์” ประกาศเร่ง “ยกระดับ” บทบาทธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต เชื่อมภารกิจ…สถาบันการเงินรัฐ “สอดรับ” นโยบายใหม่รัฐบาล กับยุทธศาสตร์เดินหน้า “ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ” รับมือโลกยุคหลังวิกฤติ พร้อมสนับสนุน “ฐานราก – SMEs” สร้างกลไกใหม่ของการเติบโต ท่ามกลาง “โลกเศรษฐกิจ” ที่กำลังเปลี่ยนเกมใหม่!
ภาพการเปิดตัว “ผู้อำนวยการธนาคารออมสินคนที่ 18” นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ พร้อม คณะผู้บริหารระดับสูง ระหว่าง การแถลงวิสัยทัศน์การนำองค์กรและนโยบายการดำเนินงาน เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 28 เมษายน 2569 ณ ห้องแกรนด์ฮอลล์ อาคารออมสินพิพัฒน์ ธนาคารออมสินสำนักใหญ่
สะท้อน ภาพความยิ่งใหญ่และความเชื่อมั่นใน “พันธกิจ” ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐแห่งนี้ ทั้งต่อ…ภาพรวมธุรกิจและระบบเศรษฐกิจไทย แม้กระทั่ง ความเชื่อมั่นของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ที่กำลังปรับเปลี่ยน “กลยุทธ์ประเทศ” ไปสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ

ด้วยการ “ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ” ให้สอดรับกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ที่ได้รับผลกระทบจาก…ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง
“ในปี 2569 นี้ เป็น วาระโอกาสครบรอบ 113 ปี ของธนาคารออมสิน ที่ได้ดำเนินภารกิจตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ในการส่งเสริมการออมทรัพย์ของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ขยายผลสู่การเป็นธนาคารเพื่อสังคม และนับจากนี้ไป ธนาคารพร้อมเดินหน้าต่อเพื่อยกระดับการดำเนินงานมุ่งเป้าหมายการเป็น ธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต หรือ Smart Social Bank for All Lives ที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมครอบคลุมทุกช่วงชีวิตของคนไทย”
ข้างต้นคือ…พันธกิจของธนาคารออมสิน ภายใต้การนำของ นายทรงพล
การเข้ามารับตำแหน่งของ “ผู้อำนวยการธนาคารออมสินคนที่ 18” เกิดขึ้นในจังหวะที่ เศรษฐกิจไทย กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน นอกจาก…ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ที่ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อหลายภาคส่วนแล้ว ยังจะมี ปัญหาความผันผวนของค่าเงิน และ การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างการค้าโลก
ส่งผลกระทบต่อ…การเติบโตระยะสั้น และ “บีบ” ให้ประเทศไทย จำต้องเร่ง “ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ” ให้สอดรับกับบริบทใหม่ของโลก!!??

“ภายใต้บริบทปัจจุบันของเศรษฐกิจโลกที่มีปัจจัยเสี่ยงและความท้าทาย ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ สะท้อนผ่านตัวเลข GDP ที่ลดต่ำแตะระดับ 1.4% ค่าเงินบาทแกว่งตัวสูง และอ่อนค่าลงอยู่ที่ประมาณ 31-33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ น้ำมันดีเซลราคาเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 40.2 – 50.5 บาท/ลิตร ธนาคารออมสินกำหนดบทบาทชัดเจนพร้อมดูแลคนไทยทุกช่วงชีวิตให้สามารถฝ่าฟันอุปสรรคความท้าทายครั้งนี้ไปด้วยกัน” นายทรงพล ระบุ
ในมุมของ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” ที่เฝ้ามอง ภาพใหญ่ของประเทศไทย เชื่อว่า…รัฐบาล ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และ “ทีมเศรษฐกิจ” ที่มี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ต่างกำลังเร่ง “ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์” โดยการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจ ที่มุ่งเน้นการ “ยกระดับ” อุตสาหกรรมเป้าหมาย การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และการสร้างความแข็งแรงจากภายในประเทศ
ขณะเดียวกัน รัฐบาลเอง ก็เฝ้ามองบทบาทของสถาบันการเงินของรัฐ โดยเฉพาะ ธนาคารออมสิน ที่ถูกคาดหวังให้เป็น “กลไกเชิงนโยบาย” ที่จะช่วย “ผลักดัน” ให้ประเทศเกิดการ “เปลี่ยนผ่าน” อย่างแท้จริง!
ภายใต้บริบทนี้ ธนาคารออมสิน โดยการนำของ นายทรงพล จึงไม่ได้เพียง “ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่” แต่กำลัง Reposition ตัวเองให้สอดรับกับ “ทิศทางรัฐ” อย่างชัดเจน ผ่านการ ยกระดับสู่ “Smart Social Bank for All Lives” ซึ่งสะท้อน “บทบาทใหม่” ของธนาคาร ในฐานะ…
“ตัวเชื่อมสำคัญ” ระหว่าง…นโยบายเศรษฐกิจระดับมหภาค กับศักยภาพของประชาชนในระดับฐานราก!!!
หัวใจของแนวคิดนี้ อยู่ที่…การดูแลคนไทย “ตลอดช่วงชีวิต” ผ่านโมเดล From Birth to Legacy ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่…วัยเริ่มต้นจนถึงการส่งต่อความมั่งคั่ง

และเป็น นายทรงพล ที่ออกมาย้ำว่า… ธนาคารจะยึดหลักคิด “From Birth, to Legacy” เริ่มต้นที่ กลุ่มวัยเด็กเล็ก (First Steps) ตั้งเป้าปลูกฝังวินัยการออม วางรากฐานการสร้างพฤติกรรมทางการเงินที่ดีตั้งแต่ยังเยาว์วัย
กลุ่มวัยเรียน (Education) โดยให้การสนับสนุนทางการเงินแก่นักเรียนนักศึกษา เพื่อเติมเต็มโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง
กลุ่มวัยสร้างตัว (Building) ธนาคารพร้อมเคียงข้างสนับสนุนการตั้งต้นชีวิตโดยสร้างโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อประกอบอาชีพและริเริ่มทำธุรกิจ
กลุ่มวัยเติบโต (Growing) คือ การส่งเสริมให้คนกลุ่มวัยนี้มีการออมและการลงทุนที่เหมาะสมเพียงพอต่อการสร้างความมั่งคั่งที่มั่นคงในระยะยาว รองรับการวางแผนเกษียณ
กลุ่มวัยเก็บเกี่ยว (Harvest) ธนาคารจะช่วย “ยกระดับคุณภาพชีวิต” ของผู้เกษียณให้สามารถบริหารจัดการทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีรายได้เพียงพอและสมดุลคุณภาพชีวิตที่คาดหวัง
และจนถึง ช่วงวัยสุดท้ายของชีวิต คือ วัยส่งมอบ (Legacy) ที่ธนาคารออมสินจะเคียงข้างช่วยวางแผนการส่งต่อความมั่นคงมั่งคั่งไปสู่คนรุ่นหลัง
โดยธนาคารตั้งเป้าหมายเป็นสถาบันการเงินที่สามารถสนับสนุนเป้าหมายทางการเงินสำหรับคนทุกกลุ่มทุกช่วงวัยนับตั้งแต่ก้าวแรก ไปตลอดทุกช่วงชีวิต

หากมองในเชิงยุทธศาสตร์ โมเดลดังกล่าว มันคือ…การ “สร้างทุนมนุษย์ทางเศรษฐกิจ” ให้สอดคล้องกับ “โครงสร้างเศรษฐกิจใหม่” ที่ต้องการแรงงานและผู้ประกอบการที่มีศักยภาพมากขึ้น
ในอีกด้านหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ที่กำลังเคลื่อนจากระบบการผลิตแบบกระจายหลายประเทศ ไปสู่การ รวมกลุ่มเป็น “คลัสเตอร์ขนาดเล็ก” ทำให้ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างฐานเศรษฐกิจภายในให้เข้มแข็ง โดยเฉพาะในกลุ่ม SMEs และผู้ประกอบการรายย่อย
นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญทำให้ ธนาคารออมสินในยุคนี้ จำต้องวางบทบาทตัวเอง ไปสู่ความเป็น “กลไกสนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน” โดยใช้เงินทุนเป็น “เครื่องมือหลัก” ในการช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัว เข้าถึงโอกาส และเชื่อมเข้าสู่ห่วงโซ่เศรษฐกิจใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้น
สอดกับ คำประกาศ ของ นายทรงพล ที่ย้ำบนเวทีอย่างหนักแน่นว่า…ธนาคารพร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้น 2 ภารกิจที่สำคัญ นั่นคือ…
1) ภารกิจช่วยเหลือคนตัวเล็ก รายย่อย กลุ่มฐานราก ให้ได้ลืมตาอ้าปาก และมีเงินออม โดยตั้งเป้าให้คนกลุ่มนี้ ได้รับสิทธิประโยชน์จากธนาคารในมิติต่าง ๆ เช่น การขยายโอกาสเพิ่มการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบสถาบันการเงินให้แก่คนฐานรากที่ส่วนใหญ่ขาดหลักประกันการกู้
เน้นให้ความสำคัญกับ กลุ่มลูกหนี้ที่มีประวัติการผ่อนชำระดีให้ได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นการ “แก้หนี้เชิงป้องกัน” เพื่อไม่ให้ลูกหนี้ต้องเสียประวัติเครดิต และช่วยสร้างวินัยทางการเงินที่ดี ตลอดจนการส่งเสริมอาชีพเพื่อช่วยสร้างรายได้เพิ่ม เป็นต้น

และ 2) ภารกิจช่วยผู้ประกอบการรายเล็ก ธุรกิจ SMEs และ Supply Chain ของอุตสาหกรรมเป้าหมาย ให้สามารถประคับประคองธุรกิจก้าวต่อได้ภายใต้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่มีปัจจัยเสี่ยงหลากหลาย ผ่านการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ หรือNew Business Ecosystem ที่สามารถสนับสนุน การเชื่อมต่อ…นโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน
และนั่น จึงนำไปสู่เป้าหมายการเพิ่มลูกค้ารายย่อย 1 ล้านรายภายในปี 2569 ที่จะไม่ได้เป็นแค่เพียง…การขยายฐานลูกค้า แต่เป็นการ “ขยายฐานเศรษฐกิจ” ให้สอดรับกับนโยบายรัฐที่ต้องการ “ยกระดับเศรษฐกิจ” จากฐานราก
ขณะเดียวกัน การเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อใหม่ในกลุ่มผู้ประกอบการมากกว่า 40% ก็สะท้อนการเปลี่ยนบทบาทจากการพยุงระบบ ไปสู่การสร้างการเติบโตในเชิงโครงสร้าง
ในเชิงขนาด พอร์ตสินเชื่อกลุ่มธุรกิจ และ Social Enterprise ที่มีอยู่ราว 120,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยอาจแตะระดับใกล้ 300,000 ล้านบาท เมื่อรวมสินเชื่อรายย่อยทั้งหมด แล้ว…
สิ่งนี้…มันแสดงให้เห็นศักยภาพของธนาคารออมสิน ในการจะเป็น “ฟันเฟืองเศรษฐกิจ” ที่เชื่อมโยง “นโยบายรัฐ” สู่ภาคปฏิบัติ ได้อย่างแท้จริง!!!
“ธนาคารได้ตั้งเป้าหมายสนับสนุนประชาชนฐานรากให้ได้มากกว่า 1 ล้านคน เพิ่มสัดส่วนสินเชื่อใหม่แก่ผู้ประกอบการมากกว่าร้อยละ 40 ของสินเชื่อรวมในปี 2568 พร้อมเดินหน้า พัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ทุกช่วงชีวิต อาทิ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ที่สนับสนุน การใช้พลังงานทดแทน ทั้งที่เป็น การกู้ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์และกู้เพื่อซื้อยานยนต์ไฟฟ้า และ การเปิดจำหน่ายสลากออมสินพิเศษในโอกาสครบรอบก่อตั้งธนาคาร 113 ปี รวมถึง ผลิตภัณฑ์เงินฝากที่มีสิทธิประโยชน์ เช่น เงินฝากแบบมีประกันชีวิต/ประกันสุขภาพ เพื่อส่งเสริมการออมและสร้างความมั่นคงทางการเงินให้คนไทยในทุกมิติ” นายทรงพล ระบุและย้ำว่า…

จากนี้…ไม่เกิน 5-6 เดือนข้างหน้า ตนและคณะผู้บริหารของธนาคารออมสิน จะนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาช่วยในการดำเนินงาน เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง และตอบโจทย์ความต้องการของทุกภาคส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ก่อนจะทิ้งท้ายบนเวที ว่า…“ธนาคารออมสิน พร้อมก้าวต่อไปในการสานต่อพระราชปณิธานฯ ในการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับคนไทยทุกคน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ภายใต้แนวคิด “ธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต”…Smart Social Bank for All Lives”
อย่างไรก็ตาม กับมุมมองของ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” ต่อการเดินเกมลักษณะนี้ของ “ผู้บริหารระดับสูง” ธนาคารออมสิน เชื่อว่า…พวกเขายังอาจต้องเผชิญกับ “โจทย์สำคัญ” อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น…
“การรักษาสมดุล” ระหว่าง…การขยายการเข้าถึงแหล่งทุน กับ การควบคุมคุณภาพสินเชื่อ (NPL) ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ สะท้อนความท้าทายของสถาบันการเงินรัฐในยุคที่ต้องทำหน้าที่ทั้ง “ขับเคลื่อนนโยบาย” และ “รักษาเสถียรภาพระบบ”
ขณะเดียวกัน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น สลากออมสินรูปแบบที่ไม่กระทบเงินต้น และ เปิดให้เลือกหมายเลขได้ ยังได้สะท้อน…ความพยายามในการ “ออกแบบ” เครื่องมือทางการเงิน ที่สอดรับกับพฤติกรรมประชาชน
อีกทั้ง ยัง…สนับสนุนนโยบายรัฐด้านการสร้างวินัยการออม ควบคู่กับการขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ
และเมื่อพิจารณาโดยรวม “วิสัยทัศน์” ของ “ผู้นำคนใหม่” ของธนาคารออมสิน ที่ได้แสดงเอาไว้ทั้ง บนเวทีฯและการให้สัมภาษณ์สื่อฯ นอกรอบ ในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียง…การ “ปรับทิศทางองค์กร” ของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐแห่งนี้

แต่เป็น…การ “จัดวางบทบาทใหม่” ในโลกที่ “โครงสร้างเศรษฐกิจ” ปรับเปลี่ยนได้เร็วกว่าที่เคยเป็น!!! เพื่อจะได้ทำหน้าที่เป็น “สะพานเชื่อม” ระหว่าง…นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล กับ ความสามารถในการปรับตัวของคนไทยในทุกระดับ
ดังนั้น การมีสถาบันการเงินที่สามารถ “แปลงนโยบาย” ให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจจริง! ก็อาจจะเป็น “ตัวแปรสำคัญ” ที่สามารถจะกำหนด ได้ว่า…
การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้! จะยอม “ทิ้งใครไว้ข้างหลัง?” หรือ “พาคนไทยก้าวไปพร้อมกัน” ได้มากน้อยเพียงใด???
และนี่คือ…โจทย์ใหญ่ของแนวคิด “Smart Social Bank for All Lives” ภายใต้การนำของ “ผู้อำนวยการธนาคารออมสินคนที่ 18 – นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์” ซึ่งกำลังจะ “ถูกทดสอบ” ในสนามเศรษฐกิจจริง!!??
“ทีมข่าวยุทธศาสตร์” ขอเป็นกำลังใจและเอาใจช่วยเต็มที่!!!.






