จับมือ? แยกเขี้ยว!

(ภาพใหญ่…แกนนำ 2 พรรคโชว์ภาพสมานฉันท์ทางการเมือง แต่สนามล่าง กลับแยกเดิน สร้างเกมศึกนิยาม ‘รักชาติ!’)

 ภาพจับมือกลางตลาดเมืองอยุธยา ระหว่าง “หัวหน้าฯอนุทิน” กับ “ธนาธร” แกนนำจิตวิญญาณของ “พรรคส้ม” สะท้อนการเมืองแบบ “ไม่แยกเขี้ยว” ในระดับ “ผู้นำ” ที่เล่นเกมบน แต่กลับคำพูดจากเวทีล่าง…ระหว่างแกนหลักของ 2 พรรค เสมือนเป็น…ตัวเร่งเกม! แบ่งขั้ว…แยกเขี้ยวใส่กัน จนเกิดวาทกรรม “รักชาติ – ไม่รักชาติ” และ “ไม่เลือกเรา…เขา-เทามาแน่!” ได้ถูก “ยก” ขึ้นเป็น…ศึกระดับประเทศไปแล้ว???

ฉากการเมือง…เดินหาเสียงเลือกตั้ง 2569 ณ ตลาดเจ้าพรหม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวานนี้ (28 ม.ค.2569) อาจดูเป็นเพียง…เหตุบังเอิญของการหาเสียง

แต่ในทางการเมืองแล้ว ภาพที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เดินเข้าหากัน…จับมือ ทักทาย และแยกโซนกันเดิน พร้อมคำอธิบายสั้นๆ ทำนอง…

“เสียงจะได้ไม่ตีกัน!!!”

ฉากนี้…หาใช่แค่เป็นเพียง “มารยาทส่วนบุคคล” หากแต่มันคือ “ภาษาการเมือง” ที่ตั้งใจจะสื่อสารไปยังสาธารณะ

นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ในเวลาต่อมาว่า “คนรู้จักกัน เจอต้องทักกัน จะให้ไปเดินสวนแล้วแยกเขี้ยวใส่กันเป็นไปไม่ได้”

ก่อนจะย้ำอีกครั้ง…“การจับมือกันเป็นเพียงการแสดงให้เห็นว่า ต่างคนต่างรักชาติ รักประชาชน อยากทำงานให้ประเทศ ไม่ใช่สัญญาณดีลล่วงหน้าใดๆ”

ถ้อยคำเหล่านี้…มันสะท้อนความพยายามที่จะวางตัวเองเป็น…นักการเมืองที่ “ไม่สร้างศัตรู” เปิดพื้นที่ให้ความเป็นไปได้หลังเลือกตั้ง และรักษาภาพพรรคที่สามารถอยู่ร่วมกับทุกฝ่ายได้?

ในระดับ “บน” ภาพนี้คือ…การเมืองแบบผู้ใหญ่!!! ที่พร้อมทำให้สังคมไทยได้มองเห็นถึง…การแข่งขันที่ไม่จำเป็นต้อง “ด่าทอ” ชนิดต้องให้มันแตกหัก!

ถือเป็นการ “ส่งสัญญาณ” ไปยัง…ชนชั้นกลาง ผู้ประกอบการ และประชาชน ที่เหนื่อยล้ากับความขัดแย้ง??? ประมาณว่า…

การเมืองยังสามารถแข่งกันได้ โดยไม่เป็นจะต้อง…เผาบ้านเผาเมือง!!??

แต่ในขณะที่ “ภาพใหญ่…เวทีบน” พยายาม “จับมือ” ทว่า…“ภาพเล็ก…เวทีล่าง” แกนนำของ 2 พรรคใหญ่ ที่ดูเหมือนว่า…นาทีนี้ มีแนวโน้มสูงที่จะเหลือ “คู่ชิงดำ” ก็แค่…“พรรคภูมิใจไทย” กับ “พรรคประชาชน”

และเป็นไปได้ว่า…พรรคอันดับ 1 และ 3 จับมือจัดตั้ง “รัฐบาลใหม่” ปล่อยให้พรรคที่ได้อันดับ 2 ไปทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภาฯ

ภาพที่เห็น จึงกลายเป็นว่า…แกนนำของทั้ง 2 พรรค กลับกำลัง “แยกเขี้ยว” ใส่กัน! ชนิด…ใครพลาด อาจต้องพ่ายแพ้สถานเดียว และเป็นการแสดงออกอย่างชัดเจน???

คำปราศรัยของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ดูแลรับผิดชอบการหาเสียงเลือกตั้ง 2569 ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งตัวเขาได้ส่งเสียงและปลุกเร้าให้คนใต้ จะต้องตัดสินใจเลือก “ฝ่ายรักชาติ” หรือ “ไม่รักชาติ”

พร้อมย้ำบทบาของททหารว่า…“มีไว้ปกป้องอธิปไตย ไม่ใช่มีไว้ทำไม???”

สิ่งนี้ มิต่างจากการใช้ “วาทกรรม” ที่รุนแรงและเฉพาะเจาะจง ต่อ “อารมณ์การเมือง” ของคนในพื้นที่ด้ามขวานทอง

แน่นอนว่า…ภาคใต้ ถือเป็นพื้นที่ที่ฐานคิดทางด้านความมั่นคง กองทัพ และอัตลักษณ์ความเป็นชาติ ฝังรากลึก ดังนั้น วาทกรรมในลักษณะนี้ จึง “ทำงานได้ดี” ในเชิงการระดมคะแนนเสียงระดับเขต

อย่างไรก็ตาม ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ นายพิพัฒน์พูดกับใคร? แต่อยู่ที่ คำพูดนั้น…ไม่หยุดอยู่แค่ในพื้นที่ เมื่อถูกหยิบขึ้นมาเผยแพร่ในสื่อและโซเชียลมีเดีย

ไม่แน่แปลกใจ! เหตุใด? วาทกรรม “รักชาติ–ไม่รักชาติ” จึงถูกดึงออกจากบริบทภาคใต้ และกลายเป็นประเด็นระดับประเทศในทันที!!!

จุดนี้เองที่ “ไหม” น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล แกนนำพรรคประชาชน ได้…เปิดเกม “แก้” อย่างเป็นระบบ! บนเวทีปราศรัย

ไม่เพียงตอบโต้ แต่เธอเลือกที่จะสร้าง “นิยามใหม่” ว่า…“ชาติคือประชาชน ไม่ใช่ผู้มีอำนาจเหนือประชาชน” พร้อม “ยกระดับ” การเลือกตั้งรอบนี้ ให้เป็นการตัดสินระหว่าง…

อนาคตสีส้ม” กับ “อนาคตสีน้ำเงิน”

การแก้เกมของ น.ส.ศิริกัญญา ไม่ได้มุ่งตอบ นายพิพัฒน์…ในลักษณะ “โต้ตอบ…รายบุคคล” แต่นี่คือ…การยึดสนาม “ความหมาย” ทั้งประเทศ!!!

เพราะหากปล่อยให้คำว่า…“รักชาติ” ถูกผูกขาดโดยอีกฝ่าย พรรคประชาชนจะถูก “ผลัก” ไปอยู่ฝั่ง “ไม่รักชาติ” โดยปริยายและในทันที!

นี่คือเหตุผลที่ “วาทกรรม” ซึ่ง รองหัวพรรคภูมิใจไทย ตั้งใจจะใช้ในแบบเฉพาะเจาะจง ในพื้นที่ภาคใต้ แต่กลับ “ถูกดึง” ขึ้นมาเป็นความขัดแย้งเชิงคุณค่า…ในระดับชาติ

และกำลัง…ย้อนกลับมากระทบกับ “ภาพลักษณ์” ของพรรคภูมิใจไทยเอง!!!

เมื่อพิจารณา 2 ภาพ “ใหญ่…บน” และ “เล็ก…ล่าง” ควบคู่กันไปแล้ว สังคมไทย…จะเห็นถึงความย้อนแย้งทางการเมืองอย่างชัดเจน???

ด้านหนึ่ง นายอนุทิน พยายามสื่อสารภาพความสมานฉันท์ “ไม่แยกเขี้ยว” กับคู่แข่ง

แต่อีกด้านหนึ่ง แกนนำพรรคในสนามล่าง กลับใช้…ภาษาการเมืองแบบแบ่งฝ่าย!!! “เปิดช่อง” ให้ฝ่ายตรงข้ามนำไปขยายผล และตั้งคำถามกลับ ถึงความสอดคล้องของท่าที “พรรคสีน้ำเงิน” ทั้งพรรค!!??

ความตึงเครียดนี้ยิ่งทวีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เมื่อมันถูกเชื่อมโยงเข้ากับอีกวาทกรรม ที่วนเวียนอยู่ในสนามเลือกตั้งไทย มาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็น…

“ไม่เลือกเรา เขามาแน่” หรือ เวอร์ชันแก้เกมกลับ! จาก “แกนนำสีส้ม” ที่ดูจะรุนแรงยิ่งกว่า! อย่างวลี “ไม่เลือกเรา เทามาแน่”

วาทกรรมเหล่านี้ เสมือนเป็น “คำขู่ทางการเมือง” ที่ใช้สร้างความกลัว เพื่อบอก “คนไทย…ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” ว่า…

การไม่เลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง…อาจนำไปสู่ความหายนะได้!!!

น.ส.ศิริกัญญา และพรรคประชาชน เลือกตอบโต้กลับ ด้วยการชี้ให้เห็นว่า…วาทกรรมเช่นนี้ คือ “การเมืองแบบเดิม” ที่พยายาม “ล็อกอนาคต…ด้วยความกลัว” ก่อนจะตอกย้ำว่า…

คนไทยไม่ควรถูกบังคับให้ต้องเลือกจาก…ความหวาดระแวง แต่ควรเลือกจาก…ความหวังและความชอบธรรมของเสียงข้างมาก

ทั้งหมดนี้…ทำให้ภาพการเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันนโยบาย แต่กลายเป็นการแข่งขันเพื่อ “นิยามความชอบธรรม” ของการเป็นรัฐบาล

ภาพจับมือในตลาด…จึงไม่ใช่เรื่องเล็ก หากแต่มันคือ “สัญลักษณ์” ของ…การเมืองระดับบน! ที่ยังพยายามรักษาพื้นที่ร่วมกัน

ขณะที่ สนามล่าง…กลับกำลังเดือด! จากการแย่งชิงความหมายของคำว่า “ชาติ” และ “ประชาชน”

ถึงบรรทัดนี้! คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ว่า…ใครจับมือกับใครได้หลังเลือกตั้ง??? แต่คือ ประชาชนจะเลือกการเมืองแบบไหน?ระหว่าง…

การเมืองที่ “บนจับมือ” เพื่อบริหารความขัดแย้ง กับ การเมืองที่ “ล่างแยกเขี้ยว” เพื่อเร่งเร้าอารมณ์และแบ่งฝ่าย

เพราะคำตอบที่จะมีตามมานั้น จะเป็น…ตัวกำหนด? ที่ไม่เฉพาะแค่ผลของการเลือกตั้ง หากแต่ยังจะกำหนด “ทิศทาง” ของความขัดแย้งทางการเมืองไทย! หลังวันเลือกตั้งใหญ่ 8 กุมภาพันธ์นี้ด้วย!!!.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password