STRATEGY THAILAND : ไทยในสายตาโลก

(เมื่อความโปร่งใสกลายเป็น ‘เงื่อนไขใหม่’ ของการแข่งขันทางเศรษฐกิจและการลงทุน)

การเดินทางเยือนไทยของประธานองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ อาจเป็นมากกว่าภารกิจทางการทูตตามปกติ หากแต่อาจสะท้อนการจับตามองทิศทางการปฏิรูปธรรมาภิบาลของไทยในสายตาโลกอย่างใกล้ชิด ในวันที่หลายประเทศคู่แข่งไม่ได้วัดกันที่ขนาด GDP แต่เป็นความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสของระบบรัฐ

จากข่าวการเยือน สู่คำถามที่ใหญ่กว่าข่าว :

การพบหารือระหว่าง นายฟรองซัวส์ วาเลเรียน (Mr. François Valérian) ประธานองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) กับ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ตัวแทนรัฐบาลไทย เมื่อวานนี้ (19 มิ.ย.2569) ที่ทำเนียบรัฐบาล อาจเป็นข่าวที่ถูกนำเสนอในฐานะ กิจกรรมด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ

แต่หากมองในมิติยุทธศาสตร์ เหตุการณ์นี้มีความหมายมากกว่านั้น???

Transparency International ไม่ใช่องค์กรที่มีหน้าที่มอบรางวัลให้รัฐบาล หรือออกใบรับรองว่าประเทศใดโปร่งใส? หากแต่เป็น…องค์กรที่ทั่วโลกใช้เป็นหนึ่งในแหล่งอ้างอิงสำคัญในการประเมินสถานการณ์คอร์รัปชันและธรรมาภิบาลของแต่ละประเทศ

ดังนั้น การที่ “ผู้นำองค์กร” ดังกล่าวเดินทางมาเยือนไทยในช่วงเวลานี้ จึงอาจถูกแปลความเป็นสัญญาณว่า… ประเทศไทยกำลังอยู่ในความสนใจของประชาคมโลกในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความโปร่งใส การบริหารจัดการภาครัฐ และความพร้อมในการก้าวสู่มาตรฐานสากลที่สูงขึ้น!!??

ความโปร่งใสกลายเป็นปัจจัยการแข่งขันใหม่ของโลก :

ในอดีต การแข่งขันระหว่างประเทศมักวัดกันที่ต้นทุนแรงงาน ทรัพยากรธรรมชาติ หรือขนาดของตลาดภายในประเทศ

แต่ในโลกยุคใหม่ ปัจจัยเหล่านั้นไม่เพียงพออีกต่อไป!!!

นักลงทุนระดับโลกจำนวนมาก เริ่มให้ความสำคัญกับ…คุณภาพของสถาบันรัฐ ความเป็นธรรมของกฎหมาย และระดับความโปร่งใสของภาครัฐ เนื่องจากสิ่งเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อความเสี่ยงในการลงทุน

ประเทศที่มีระบบราชการที่ตรวจสอบได้ มีข้อมูลสาธารณะที่เข้าถึงได้ง่าย และมีมาตรฐานธรรมาภิบาลที่ชัดเจน มักได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนมากกว่าประเทศที่ยังเผชิญปัญหาความไม่แน่นอนในการบังคับใช้กฎหมายหรือการใช้ดุลพินิจที่ขาดความโปร่งใส

ด้วยเหตุนี้ ความโปร่งใส…จึงไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านจริยธรรมอีกต่อไป แต่กลายเป็นยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของประเทศ!

เหตุใด OECD จึงถูกพูดถึงมากขึ้น :

อีกประเด็นที่น่าสนใจจากการหารือครั้งนี้ คือ…การกล่าวถึงมาตรฐานของ OECD อยู่หลายครั้ง

สำหรับหลายคน OECD อาจเป็นเพียงองค์กรระหว่างประเทศด้านเศรษฐกิจ แต่ในความเป็นจริง OECD เป็นเสมือนเวทีที่รวบรวมประเทศซึ่งให้ความสำคัญกับหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการบริหารภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ

การที่ประเทศไทยแสดงความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานตามแนวทาง OECD จึงไม่ได้หมายถึงการปรับปรุงกฎระเบียบบางประการเท่านั้น หากแต่หมายถึงการปรับวิธีคิดในการบริหารประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลที่เข้มข้นกว่าเดิม!

น่าสนใจว่า…ประเทศไทยพร้อมจะก้าวเดินเพื่อให้ไปถึงจุดนั้นได้จริงหรือไม่? แค่ไหน? และอย่างไร?

จากรัฐบาลดิจิทัล สู่รัฐบาลที่ตรวจสอบได้ :

หนึ่งในประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมา นั่นคือ…การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การเชื่อมโยงฐานข้อมูล และการประยุกต์ใช้ AI เพื่อป้องกันและตรวจจับการทุจริต!!!

แน่นอนว่า…เทคโนโลยีสามารถช่วยลดช่องว่างของการทุจริตได้ในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น…การวิเคราะห์ความผิดปกติของการจัดซื้อจัดจ้าง การติดตามการใช้จ่ายงบประมาณ หรือการตรวจสอบเส้นทางการเงิน

แต่ใน…มุมยุทธศาสตร์ เทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือ แค่นั้นเอง

สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า ก็คือ…การทำให้ข้อมูลภาครัฐสามารถถูกตรวจสอบได้จากทุกภาคส่วน

นั่นเพราะ…ประเทศที่โปร่งใสอย่างแท้จริง! ไม่ได้เกิดจากการมีระบบคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยที่สุด แต่เกิดจากการที่ประชาชน ภาคธุรกิจ สื่อมวลชน และภาควิชาการ สามารถเข้าถึงข้อมูลสาธารณะและร่วมตรวจสอบได้อย่างเป็นรูปธรรม

โลกกำลังจับตาอะไรจากประเทศไทย :

ท้ายที่สุดแล้ว! สิ่งที่ประชาคมโลกกำลังจับตามอง อาจไม่ใช่จำนวนคณะกรรมการที่ถูกตั้งขึ้น หรือจำนวนแผนงานที่ถูกประกาศออกมา

แต่คือ…ความสามารถในการเปลี่ยนคำประกาศเชิงนโยบายให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้!!??

ดังนั้น การเยือนไทยของประธาน Transparency International จึงอาจเป็นมากกว่าข่าวการพบปะระหว่างบุคคลสำคัญ หากแต่เป็น “เครื่องเตือนใจ” ว่า…

ในโลกที่ความเชื่อมั่นกลายเป็นทุนทางเศรษฐกิจ ประเทศไทยกำลังถูกประเมินจากสิ่งที่ทำ มากกว่าสิ่งที่พูด???

และบางที คำถามที่สำคัญที่สุดในเวลานี้อาจไม่ใช่ว่า…ประเทศไทยประกาศต่อต้านคอร์รัปชันหรือไม่? แค่ไหน? และอย่างอย่างไร?

หากแต่คือ…ประเทศไทยพร้อมเปิดประตูให้โลกเห็นและตรวจสอบได้จริงเพียงใด? ก็เป็นได้!!!.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password