Bangkok Blueprint

(เร่งตั้งรัฐบาล เดินหน้าแก้ปมเศรษฐกิจ สานต่องานใหญ่ในเวทีโลก สร้างแนวร่วมป้องกันภัยการเงินดิจิทัล)  

 ปมแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน อาจกลายเป็นแรงดัน ให้การเมืองจำต้องเร่งจัดตั้ง “รัฐบาลอนุทิน 2” และแผนยุทธศาสตร์ “Bangkok Blueprint” ที่เจ้าภาพ “ไทย” เตรียมเสนอต่อเวทีประชุม International Monetary Fund และ World Bank Group ปลายปีนี้ ท่ามกลางสายตานักลงทุนทั่วโลก กว่า 15,000 คนจาก 191 ประเทศ ยังช่วยดึงดูดเงินทุน FDI เข้าไทยโดยตรงอีกมหาศาล

ประเทศไทย! วลี “การเมือง…กำหนดทิศทางเศรษฐกิจ” ดูจะไม่ไกลเกินจริงมากนัก ตราบใดที่การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่…ยังไม่เกิดขึ้น ความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจ ในสายตาของนักลงทุนทั้งในและนอกประเทศ ก็จะยิ่งไม่นิ่ง

“ประเทศไทยคงรอไม่ได้!!!” คำพูดที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เกี่ยวกับการจัดตั้ง “รัฐบาลชุดใหม่” และการรวมเสียงพรรคร่วมฝ่ายค้าน 300 เสียง

แม้จะไม่ตรงกับสิ่งที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ในเวลาต่อมา แต่ในทางการเมืองแล้ว คนส่วนใหญ่เชื่อไปเกินครึ่ง ปม “ดีลจบแล้ว” สำหรับการรวมเสียงพรรคร่วมฯ

ล่าสุด มีกระแสข่าวจาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถึงการเตรียมการ ประกาศรับรอง สส. ในเร็วๆ นี้ แม้ว่าจะยังไม่ครบ 100% โดยจะทยอยประกาศไปก่อน แล้วค่อยตามสอยหากพบว่า สส.รายใด ทำผิดกฎหมายการเลือกตั้งภายใน 1 ปี

ถึงขั้นที่ นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมของ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในการรับรายงานตัวว่าที่ สส. ชุดที่ 27 ทั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ

สอดรับกับสิ่งที่ นายพิพัฒน์ พูดเอาไว้…“ประเทศไทยคงรอไม่ได้!!!” และนั่น จะนำไปสู่การจัดตั้ง “ครม.ชุดใหม่” ที่มี การวางตัว และแบ่งกระทรวง ล่วงหน้าไปแล้ว

อาการเร่งประกาศรับรอง สส.ใหม่ และจัดตั้ง “รัฐบาลใหม่” ก็ด้วยเหตุผลเดียว นั่นคือ…ฝ่ายการเมืองจำเป็นต้องเร่งจัดตั้งรัฐบาล…เพื่อขับเคลื่อนการฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยเร็ว

วันก่อน ก็เป็น…นายอนุทิน ที่นัดหมายประชุมคณะรัฐมนตรี มีการหารือในเรื่องเร่งด่วนหลายประเด็น โดยเฉพาะประเด็น ศาลสูงสหรัฐฯกับภาษีทรัมป์ รวมถึงการค้าระหว่างประเทศ และการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป

อีกประเด็น ที่ นายกฯอนุทิน กำชับให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เร่งเตรียมการและความพร้อม “รับมือ” บทบาทการเป็นเจ้าภาพการประชุม The 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings ของไทยในอีก 8 เดือนข้างหน้า ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ภายใต้ธีม Thailand’s New Horizon, Empowering People, Building Resilience”

สิ่งนี้…จึงไม่ใช่เพียงงานเชิงพิธีการ หากแต่เป็น “เครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์” ในการสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในช่วงที่ “รัฐบาลใหม่” กำลังจะเริ่มต้นวาระ

ก่อนหน้านี้ นายกฯอนุทิน เคยสะท้อนในเวทีระหว่างประเทศ ว่า…“ทีมไทยแลนด์” จะต้องยืนในตำแหน่งที่เหมาะสมบนเวทีโลก โดยใช้ “จุดแข็ง” ด้านเสถียรภาพ ความเป็น “กลาง” และศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานที่ไทยมี

เป้าหมายหลัก ก็คือ เพื่อดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และเชื่อมไทยเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าใหม่ของโลก

โดยการประชุมที่มีขึ้นในห้วงปลายปีนี้ จึงเป็น เวทีที่ “รัฐบาลอนุทิน 2” สามารถ “ประกาศความพร้อม” ทั้งเชิงนโยบายและเชิงสถาบัน

สอดรับกับมุมมองของ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง ที่ระบุว่า…การประชุมนี้ คือ “โอลิมปิกด้านการคลังและการเงินของโลก”

และไม่ใช่เพียงโอกาสจัดงานใหญ่ แต่ยังเป็นจังหวะที่ไทยสามารถเสนอ “กรอบคิดใหม่” ต่อประชาคมโลก นั่นคือ Bangkok Blueprint ซึ่งเน้นการป้องกันภัยการเงินดิจิทัล ถูกวางให้เป็นแนวปฏิบัติความร่วมมือระหว่างประเทศ

รับมือความเสี่ยงจาก cyber attack, digital fraud, การฟอกเงินผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล และความผันผวนที่อาจลุกลามข้ามพรมแดนในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

ดร.เอกนิติ ย้ำว่า ความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจต้องตั้งอยู่บนฐานะการคลังที่มั่นคงและการกำกับดูแลที่ทันสมัย เพราะความเชื่อมั่นของตลาดไม่เกิดจากคำประกาศ แต่เกิดจากความสอดคล้องของนโยบายและการปฏิบัติจริง

ในมิติของ “ธนาคารกลาง” นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ แบงก์ชาติ ได้ให้มุมมองถึงภาพที่ลึกลงไปอีกขั้นว่า…เสถียรภาพการเงินในยุคดิจิทัลต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยี การกำกับดูแล และความร่วมมือข้ามประเทศ

ผู้ว่าฯแบงก์ชาติ ชี้ว่า…ความเสี่ยงในระบบการเงินปัจจุบัน ไม่ได้จำกัดอยู่ในพรมแดนชาติ ดังนั้น การป้องกันจึงต้องมีมาตรฐานกลาง และการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ Cyber resilience

โดยความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงิน คือ “หัวใจ” ของเสถียรภาพระยะยาว

หาก Bangkok Blueprint สามารถเชื่อมแนวคิดนี้ เข้ากับเวที IMF–World Bank ได้จริง! ไทยจะไม่เพียงเป็นเจ้าภาพ แต่จะกลายเป็นประเทศที่ “ร่วมกำหนดมาตรฐานการป้องกันความเสี่ยงการเงินยุคใหม่”

ภาพรวมจึงชัดว่า…การประชุมครั้งนี้ เชื่อมโยงโดยตรงกับ “ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ” ของรัฐบาลใหม่ “ซูเปอร์ พลัส” ทั้งการดึงดูด FDI การลด perception risk ของประเทศ และการสร้างภาพลักษณ์ว่าไทยมีวินัยการคลังและระบบการเงินที่เข้มแข็ง

เวทีระดับนี้…สามารถจะ “ลดต้นทุน” ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจได้ หาก “รัฐบาลอนุทิน 2” แสดงให้เห็นถึงเสถียรภาพ ความต่อเนื่องของนโยบาย และการประสานงานระหว่าง…กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และหน่วยงานเศรษฐกิจหลัก อย่างเป็นเอกภาพ

คำถามสำคัญ! จึงไม่ใช่เพียงว่า…ไทยจะจัดงานได้ยิ่งใหญ่เพียงใด? แต่คือ “รัฐบาลชุดใหม่” จะใช้จังหวะนี้ สร้าง “Legacy ทางนโยบาย” ได้หรือไม่???

Bangkok Blueprint จะกลายเป็น “เอกสารอ้างอิง” ในเวทีโลก หรือจะเป็นเพียงสโลแกนที่พร้อมจะเลือนหายไปหลังจบการประชุม The 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings!!??

ในเกม Finance Olympics นี้ รางวัลแห่งความสำเร็จที่แท้จริง! อาจไม่ใช่…เสียงปรบมือจาก  “ผู้เข้าร่วมประชุมฯ” กว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศทั่วโลก

แต่มันคือ…ระดับความเชื่อมั่น! ที่นักลงทุนทั่วโลก จะมีต่อประเทศไทย…หลังจบงานนี้ และนั่นคือ…“เดิมพันทางเศรษฐกิจ” ที่ใหญ่กว่า…หนึ่งสัปดาห์ของการประชุมครั้งนี้อย่างไม่ต้องสงสัย!!!.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password