ปรับกติกาก่อนแข่งโลก!

(Competitive Neutrality : เกมใหม่เศรษฐกิจไทย – รัฐจะสร้างสนามแข่งขันที่เป็นธรรมได้จริงหรือ?
เบื้องหลังการหารือของ กขค. และ สคร. คือความพยายามปรับกติกาเศรษฐกิจไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ผ่านหลัก Competitive Neutrality ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสนามแข่งขันที่เป็นธรรม และบททดสอบสำคัญของรัฐบาลในการยกระดับขีดความสามารถของประเทศ
การแข่งขันทางเศรษฐกิจในศตวรรษที่ 21 ไม่ได้วัดกันเพียงขนาดของเศรษฐกิจ อัตราการเติบโตของ GDP หรือมูลค่าการส่งออกอีกต่อไป หากแต่กำลังวัดกันที่ “กติกา” ของแต่ละประเทศ ว่า…มีความโปร่งใส เป็นธรรม และเอื้อต่อการแข่งขันมากเพียงใด?
หลายประเทศที่สามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ได้มี…ต้นทุนแรงงานต่ำที่สุด หรือ มีทรัพยากรธรรมชาติมากที่สุด แต่มี “กติกาการแข่งขัน” ที่ทำให้นักลงทุนเชื่อมั่น ว่า…ทุกฝ่ายสามารถแข่งขันกันได้ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน โดยไม่ถูกบิดเบือนจากอำนาจรัฐหรือสิทธิพิเศษของผู้ประกอบการบางกลุ่ม
ในบริบทดังกล่าว ข่าวการหารือระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) กับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 อาจดูเป็นเพียงข่าวกิจกรรมของหน่วยงานราชการ หากมองเพียงผิวเผิน?
แต่หากพิจารณาให้ลึกลงไป ข่าวนี้กำลังส่งสัญญาณถึงการขยับตัวครั้งสำคัญของประเทศไทยในการ ปรับ “กติกาเศรษฐกิจ” ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยเฉพาะ หลัก Competitive Neutrality หรือ “ความเป็นกลางทางการแข่งขัน” ซึ่ง องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ถือเป็นหนึ่งในหลักการสำคัญของระบบเศรษฐกิจยุคใหม่
การหารือระหว่าง กขค. และ สคร. ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แต่ครอบคลุมประเด็นสำคัญหลายด้าน ทั้ง…
การแยกบทบาทของหน่วยงานกำกับดูแล (Regulator) ออกจากหน่วยงานผู้ประกอบการ (Operator)
การกำหนดขอบเขตกิจกรรมเชิงพาณิชย์ของรัฐวิสาหกิจ
การทบทวนสิทธิพิเศษ
การอุดหนุนจากภาครัฐ
ตลอดจน การกำหนดกรอบการชดเชยภารกิจบริการสาธารณะ หรือ Public Service Obligation (PSO)
ทั้งหมด ล้วนเป็น…หัวใจของการสร้าง “สนามแข่งขันที่เป็นธรรม” ระหว่าง…รัฐวิสาหกิจกับภาคเอกชน
สาระสำคัญของหลัก Competitive Neutrality ไม่ได้หมายความว่ารัฐต้องเลิกเป็นเจ้าของรัฐวิสาหกิจ หรือถอนตัวออกจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมด แต่หมายถึง…การที่รัฐจะต้องไม่ใช้อำนาจความเป็นเจ้าของ ความเป็นผู้กำกับ หรือการสนับสนุนจากภาครัฐ ไปสร้าง “ความได้เปรียบที่ไม่เป็นธรรม” ให้กับกิจการของตนเองเหนือผู้ประกอบการรายอื่น
OECD อธิบายไว้อย่างชัดเจนว่า…การแข่งขันที่เป็นธรรมเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้ประกอบการทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นรัฐวิสาหกิจ เอกชนในประเทศ หรือผู้ลงทุนจากต่างประเทศ ต่างอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์เดียวกัน และไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ที่บิดเบือนการแข่งขันโดยไม่มีเหตุผลด้านนโยบายสาธารณะที่ชัดเจน
เมื่อพิจารณาใน บริบทของประเทศไทย คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า…“Competitive Neutrality คืออะไร?” แต่คือ…
เหตุใดรัฐบาลจึงหยิบประเด็นนี้ขึ้นมาผลักดันในช่วงเวลานี้?
คำตอบอาจอยู่ที่…เป้าหมายใหญ่ของประเทศในการก้าวสู่การเป็นสมาชิก OECD ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศให้เป็น…วาระแห่งชาติ โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ได้ย้ำถึง…การเร่งขับเคลื่อนหน่วยงานของรัฐให้ปรับมาตรฐานด้านเศรษฐกิจ ธรรมาภิบาล และการบริหารราชการ
เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของ OECD อันจะช่วยเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจ เพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน และยกระดับมาตรฐานประเทศในระยะยาว
ดังนั้น ข่าวของ กขค. กับ สคร. จึงไม่ใช่ “ข่าวเดี่ยว” หากแต่เป็น “ชิ้นส่วนหนึ่ง” ของยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่ใหญ่กว่านั้น?…
“ทีมข่าวยุทธศาสตร์” มองเรื่องนี้ สำคัญกว่าข่าวประชาสัมพันธ์ธรรมดาๆ แต่จะไม่ธรรมดาอย่างไร? พรุ่งนี้…มาคุยกันต่อ!!!.







