ทองพุ่ง! = ราคาความกลัว???

(ทองคำทะลุ 7 หมื่นบาท นี่คือ…สัญญาณเตือนแรง! เมื่อคนทั้งโลก เริ่มไม่เชื่อมั่นกับโครงสร้างเดิมๆ)

ราคาทองคำพุ่งทำ All-time High ท่ามกลางความผันผวนรุนแรงและการปรับราคาถี่ผิดปกติ เบื้องหลัง คือ “ความเสื่อมศรัทธา” ต่อระบบเศรษฐกิจ – การเมืองโลก! หากนักลงทุนอ่านไม่ออก อาจกลายเป็นผู้รับความเสี่ยงแทนตลาดของความหวาดกลัว

ราคาทองคำในไทยและตลาดโลก ผันผวนในทิศทางขาขึ้น??? ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา สิ่งนี้…มันได้สะท้อนถึงความไม่เชื่อมั่นที่นักลงทุนมีต่อสถานการณ์โลก

แค่วานนี้ (21 มกราคม 2569) วันเดียว ราคาปรับกันไปมากกว่า 30 ครั้ง!!!

ทองคำแท่ง (96.5%) รับซื้อ 71,350 บาท ขายออก 71,450 บาท ส่วน ทองรูปพรรณ (96.5%) รับซื้อ 69,917.92 บาท (ฐานภาษี) ขายออก 72,250 บาท ขณะที่ Gold Spot ซื้อขายในตลาดอยู่ที่ระดับ 4,840 – 4,850 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์!!!

คำประกาศราคาทองคำของ สมาคมค้าทองคำ มันเป็นมากกว่า…ข่าว “ราคาทองแพง” เพราะนี่คือ…สัญญาณเตือน! เชิงโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจโลก ที่กำลังสั่นคลอน

ราคาที่ขยับขึ้นลงมากกว่า 30 ครั้งในวันเดียว เปิดตลาดเช้าพุ่งทันทีเกิน 1,000 บาท ก่อนผันผวนรุนแรงตลอดทั้งวัน สะท้อนภาวะตลาดที่ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเหตุผลปกติ แต่ถูกครอบงำด้วยอารมณ์ ความกลัว และการหนีความไม่แน่นอน…พร้อมกันทั่วโลก!!??

ราคาทองคำทำระดับ สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ (All-time High) ชนิดที่ไม่เคยขึ้นไปถึงระดับนี้มาก่อนในรอบนี้ ดูช่างแตกต่างจากรอบก่อนอย่างมีนัยสำคัญ???

เพราะมันไม่ได้เกิดจากปัญหา…เงินเฟ้อ เพียงอย่างเดียว และไม่ได้เป็นผลจากวิกฤตเฉพาะจุด หากแต่เป็นผลสะสมจาก…ความเสื่อมศรัทธา ต่อ “โครงสร้างหลัก” ของเศรษฐกิจและการเมืองโลก!!!

ตั้งแต่…ปัญหาความขัดแย้งเชิงอำนาจระหว่างสหรัฐฯกับยุโรป สงครามการค้าที่กำลังปะทุรอบใหม่ ไปจนถึง กระแสตั้งคำถามต่อความเป็นอิสระและความน่าเชื่อถือของสถาบันการเงินหลัก อย่าง…ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED)

เมื่อสินทรัพย์ที่เคยถูกมองว่า “ปลอดภัยที่สุด!” เริ่มถูกตั้งคำถาม ดังนั้น นักลงทุนจำนวนมาก จึงเลือกจะ “ถอนตัว” ออกจากระบบเดิม และย้ายเงินเข้าไปลงทุนกับทองคำ ในฐานะ…ที่พักเงินสุดท้าย!!!

พฤติกรรมดังกล่าว ทำให้ตลาดเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า Extreme Risk Aversion หรือ ภาวะที่นักลงทุน “กลัวความเสี่ยงอย่างรุนแรงผิดปกติ” สิ่งนี้…ไม่ใช่แค่การ “ลดความเสี่ยง” ตามวัฏจักรการลงทุน???

แต่มันคือ…การ “หนี” ความไม่แน่นอนของระบบ!!! อย่างพร้อมเพรียงกันไปทั่ว่โลก

การที่ Gold Spot พุ่งทะลุระดับ 4,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในเวลาอันสั้น จึงเป็นภาพสะท้อนของ “ความกลัวเชิงโครงสร้าง” มากกว่า…ความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจที่กำลังเติบโต

และเมื่อ…แรงหนีความเสี่ยงนี้เกิดขึ้นพร้อมกับค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนแรง! ราคาทองคำ….จึงถูกผลักขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง! เกินกว่าตลาดจะตั้งหลักได้ทัน???

สำหรับประเทศไทย ราคาทองคำที่พุ่งแรงกว่าตลาดโลก! ยังสะท้อนความเปราะบางของ “ค่าเงินบาท” ในช่วงที่เงินทุนเคลื่อนย้ายอย่างรวดเร็ว

เมื่อ ราคาทองโลกทำ New High พร้อมกับเงินบาทอ่อนตัว ผลกระทบจะถูกขยายเป็น “2 เด้ง” จนทำให้ ราคาทองในประเทศ…พุ่งแรงกว่าปกติ! และสร้างภาพความผันผวนที่รุนแรง จน “นักลงทุนรายย่อย” จำนวนไม่น้อยเริ่มตัดสินใจบนพื้นฐานของอารมณ์ มากกว่าการวิเคราะห์

นี่คือ…จุดที่อันตรายที่สุด! ของตลาดค้าทองคำ เพราะราคาที่พุ่งแรง…มักดึงดูด “ผู้เล่นหน้าใหม่” ให้เข้ามาในช่วงที่ความเสี่ยงสูงที่สุด!  

แม้ในเชิงแนวโน้ม ทองคำ…ยังมีโอกาสขยับขึ้นต่อ ตราบใดที่ความขัดแย้งระหว่าง…มหาอำนาจยังไม่คลี่คลาย และความเชื่อมั่นต่อ “กติกาเศรษฐกิจโลก” ยังไม่ฟื้นกลับมา

นักวิเคราะห์จำนวนมาก ยังมองเป้าหมาย Gold Spot ในกรอบ 4,700–5,000 ดอลลาร์ และบางฉากทัศน์มองไกลถึง 6,000 ดอลลาร์

แต่สิ่งที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม ก็คือ…เส้นทางของ “ขาขึ้น” ของราคาทองคำรอบนี้ มันเต็มไปด้วยแรงกระแทกที่รุนแรง!!!

การที่ ราคาทองคำปรับขึ้นอย่างรวดเร็วและแรงเกินไป ย่อมเพิ่มความเสี่ยง! ของการขายทำกำไร ที่อาจส่งผลให้ราคาปรับลดลงอย่างรุนแรงได้ทุกเมื่อเช่นกัน  

นาทีนี้ การ “ไล่ซื้อ” ทองคำในช่วงที่ตลาดกำลังตื่นตระหนก อาจไม่ใช่…การลงทุน แต่คือการ “รับช่วงต่อ” ความเสี่ยง! จากคนที่เข้ามาก่อนหน้า

สำหรับ ผู้ที่ถือทองคำอยู่แล้ว การบริหารพอร์ต…ด้วยการทยอยขายบางส่วนเพื่อลดความเสี่ยง ย่อมแตกต่างจากการเทขายด้วยความกลัว

ขณะที่ ผู้ที่ยังไม่ได้ถือทองคำเอาไว้ ข้อแนะนำคือ ควรชะลอการลงทุนและรอจังหวะที่ตลาดเย็นลงกว่านี้ นักลงทุน อาจต้องการตัดสินใจลงทุน ภายใต้กรอบของวินัย มากกว่าจะเน้นไปที่การกระโดดเข้าหาตลาดในวันที่ราคาผันผวนรุนแรงที่สุด

ล่าสุด เมื่อช่วงดึกคืนที่ผ่าน แม้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เพิ่งไปกล่าวสุนทรพจน์ บนเวทีการประชุม World Economic Forum (WEF) ประจำปี 2026 ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส ในทำนอง…

1. สหรัฐฯ “จะไม่ใช้กำลังทหาร” (won’t use force) เพื่อเข้ายึดครองกรีนแลนด์ แต่ยังคงแสดงความต้องการที่จะครอบครองเกาะนี้เพื่อเหตุผลด้านความมั่นคง โดยระบุว่า…ควรมีการเจรจาในทันที

    และ 2. ยกเลิกคำขู่ที่จะขึ้นภาษี สินค้านำเข้าจาก 8 ประเทศในยุโรป ซึ่งเดิมขู่ไว้ที่ 10-25% โดยอ้างว่า…สามารถบรรลุ “กรอบข้อตกลง” (framework) เบื้องต้นเกี่ยวกับความมั่นคงในอาร์กติกกับ เลขาธิการ NATO ได้แล้ว

    ท่าทีที่ ปธน.ทรัมป์ ประกาศลดระดับความตึงเครียดทางการค้า และยืนยันว่า…จะไม่ใช้กำลังทหาร แม้จะส่งผลกระทบต่อราคาทองคำในตลาดโลกที่ได้ปรับตัวลดลงมา หลังจากที่พุ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เหนือระดับ 4,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงก่อนหน้านี้ และแนวโน้มราคาทองคำในไทย ก็น่าจะปรับลดลงตามมาบ้าง

    แต่ระดับราคาทองก็ยังถือว่าสูงมาก! เพียงแค่ 20 วันหลังเข้าสู่ปีใหม่ 2569 ราคาทองคำขึ้นไปแล้วรวมกันกว่า 6,000 บาทต่อน้ำหนัก 1 บาททองคำ

    บทเรียนจากราคาทองคำที่ทะยานทะลุ 70,000 บาท ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่คำถามที่ว่า…ทองคำจะขึ้นต่อหรือไม่? แต่คือคำถามว่า…นักลงทุนเข้าใจหรือยังว่า “ทำไมทองถึงขึ้นแรงเช่นนี้???”

    นั่นเพราะ…ทองคำในปี 2569 ไม่ได้สะท้อนความมั่งคั่ง??? หากแต่มันสะท้อนถึงความไม่มั่นคงของโลก!!!

    ราคาที่พุ่งสูง! คือ…ราคาของความกลัว!!??

    ในตลาดที่ความกลัวเป็น “ตัวกำหนดทิศทาง” ผู้ที่ไม่อ่านสัญญาณ หรืออ่านสัญญาณไม่ออก อาจกลายเป็น…คนที่ต้อง “จ่าย” ต้นทุนแพงที่สุด! ในรอบนี้ ก็เป็นได้!!!.

    Login

    Welcome! Login in to your account

    Remember me Lost your password?

    Lost Password