พาณิชย์พบเศรษฐกิจสวิส ดัน FTA เอฟตา เปิดเกมเพิ่มค้า–ลงทุนยุโรป

รมว.พาณิชย์หารือปลัดกระทรวงเศรษฐกิจสวิส บนเวที WEF ดาวอส เร่งใช้ประโยชน์ FTA ไทย–เอฟตา ตั้งเป้าสัตยาบันปลายปี 2569 หนุนส่งออก–ดึงลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง เสริมบทบาทไทยในห่วงโซ่เศรษฐกิจโลก

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ได้พูดคุยกับนางเฮเลเนอฯ เรื่อง FTA ระหว่างไทยกับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป หรือ เอฟตา (European Free Trade Association : EFTA) ที่ได้ลงนามไปเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งทั้งสองฝ่ายกำลังดำเนินกระบวนการภายในเพื่อให้สัตยาบันความตกลงดังกล่าว ในส่วนของไทยเมื่อมีการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลแล้ว กระทรวงพาณิชย์จะนำเสนอร่างความตกลงฯ เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาให้ความเห็นชอบ และตั้งเป้าให้สัตยาบันความตกลงฯในช่วงไตรมาส 4 ของ2569  ซึ่งสอดคล้องกับระยะเวลาที่ฝ่ายสวิสเซอร์แลนด์จะต้องดำเนินกระบวนการภายในเช่นกัน โดยคาดว่าความตกลงจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 1 มราคม 2570  นับเป็น FTA กับประเทศในภูมิภาคยุโรปฉบับแรกของไทย

นางศุภจีฯ กล่าวเสริมว่า ในกลุ่มประเทศสมาชิกเอฟตา สวิสเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย และการค้าระหว่างไทยกับสวิสขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการส่งออกของไทยไปสวิสที่ขยายตัวกว่า 70% มาจากการส่งออกที่เพิ่มขึ้นในสินค้าหลายรายการ เช่น อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ข้าว ผลไม้กระป๋องและแปรรูป แผงสวิทซ์และแผงวงจรไฟฟ้า เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบ เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ ทั้งนี้ ไทยและสวิสจะได้รับประโยชน์เพิ่มเติมจาก FTA ไทย-เอฟตา ทั้งในด้านการขยายโอกาสส่งออกและลดต้นทุนการนำเข้า โดยสินค้าส่งออกสำคัญที่ไทยจะได้รับประโยชน์ เช่น ผักผลไม้สดและแปรรูป ข้าว เนื้อสัตว์ปีกสดและแปรรูป อาหารทะเล อาหารปรุงแต่ง เครื่องดื่ม อาหารสัตว์เลี้ยง อัญมณีและเครื่องประดับ นาฬิกาและส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องนุ่งห่ม เคมีภัณฑ์ ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ นอกจากนี้ ไทยจะยังได้รับประโยชน์จากการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนเอฟตาในสาขาที่สนับสนุนการพัฒนาประเทศของไทย เช่น การวิจัยและพัฒนา การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ICT การซ่อมบำรุงรักษาชิ้นส่วนอากาศยาน ตลอดจนการเสริมสร้างความร่วมมือที่จะช่วยพัฒนายกระดับมาตรฐานและขีดความสามารถให้ไทยแข่งขันได้ในเวทีโลก

นางศุภจีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในระหว่างการหารือฝ่ายสวิตเซอร์แลนด์ได้เชิญไทยพิจารณาเข้าร่วม Friends of Investment and Trade Platform (FITP) ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือไม่เป็นทางการของกลุ่มประเทศที่มีแนวคิดสอดคล้องกัน (like-minded countries) ที่มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมบทบาทของประเทศขนาดกลาง (middle power countries) ในการมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนระบบการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศให้มีความเปิดกว้าง โปร่งใส และยืดหยุ่นมากขึ้น ผ่านการแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบายและการประสานความร่วมมือด้านเศรษฐกิจในเวทีพหุภาคีอย่างสร้างสรรค์ในการผลักดันวาระเศรษฐกิจระหว่างประเทศในบริบทความท้าทายของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ปัจจุบันประเทศที่เข้าร่วมแล้ว อาทิ นอร์เวย์ นิวซีแลนด์ คอสตาริกา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คอสตาริกา ชิลี สิงคโปร์ มาเลเซีย และบรูไน

นางศุภจี ทิ้งทายว่า นางเฮเลเนอฯแสดงความยินดีที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุม World Bank IMF ในช่วงเดือนตุลาคม ศกนี้ และแจ้งว่าประธานาธิบดีของสวิสเซอร์แลนด์มีแผนจะเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวด้วย ซึ่งจะเป็นโอกาสที่จะทั้งสองฝ่ายจะได้มีการหารือสร้างความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างกัน

ในโอกาสนี้ ไทยยังได้แสดงความพร้อมที่จะเป็นฐานการลงทุนและประตูการค้าในการเชื่อมโยงสวิสไปสู่ประเทศอื่นๆ ในทวีปเอเชีย โดยได้เชิญชวนให้สวิสใช้ประโยชน์จาก FTA ฉบับนี้ในการเพิ่มการลงทุนและมีความร่วมมือกับไทยโดยเฉพาะในสาขาที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่สวิสมีความก้าวหน้า เช่นเทคโนโลยีชีวภาพและเวชภัณฑ์ เทคโนโลยีสะอาดซึ่งจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรม S Curve ของไทย เช่น อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต วิทยาศาสตร์สุขภาพและสุขภาวะ และพลังงานสะอาด

ปัจจุบัน สวิสเป็นคู่ค้าอันดับที่ 1 ของไทยในกลุ่มประเทศสมาชิกเอฟตา โดยในปี 2025 (ม.ค. – พ.ย.) การค้ารวมไทย – สวิตเซอร์แลนด์ มีมูลค่า 13,673.87 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปี 2024 ร้อยละ 28.9 เป็นการส่งออกของไทยไปสวิตเซอร์แลนด์ 6,656.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็นการนำเข้าจากสวิตเซอร์แลนด์ 7,017.32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยขาดดุลการค้า 360.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ สินค้าสำคัญที่ไทยมีการส่งออกไปสวิส เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ นาฬิกาและส่วนประกอบ เครื่องใช้สำหรับเดินทาง อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป และ เครื่องสำอาง.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password