เร่ง! ‘รีเซ็ต?’

(เศรษฐกิจไทยกำลังติดกับดักโตต่ำ! สัญญาณเตือน รบ.ใหม่ เร่ง ‘รีเซ็ต’ โครงสร้างก่อนชะงักยาวๆ?)

เศรษฐกิจไทยปี 2569 ส่งสัญญาณชะลอตัวต่อเนื่อง ติดหล่ม! “กับดักการเติบโตต่ำ” จากโครงสร้างที่ล้าหลัง หนี้สูง และความเสี่ยงรอบด้าน เสียงจากนักวิชาการ ผู้นำนโยบาย และภาคเอกชน สะท้อนตรงกันว่า รัฐบาลชุดใหม่ ต้องเร่ง “รีเซ็ตเศรษฐกิจ” เชิงโครงสร้าง หากไม่ต้องการให้ประเทศสูญเสียทศวรรษแห่งโอกาส
ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2569 กำลังเผชิญสภาวะชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ! ไม่ใช่เพียงการชะลอเชิงวัฏจักรตามเศรษฐกิจโลก แต่เป็นการชะลอเชิงโครงสร้างที่สะสมมาเป็นเวลานาน
เสียงเตือนจาก รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ (ผู้สมัคร ส.ส. เขตทวีวัฒนา เขตตลิ่งชัน พรรคประชาชน) ในฐานะนักวิชาการเศรษฐศาสตร์ สะท้อนภาพตรงไปตรงมา ว่า…
การเติบโตต่ำกว่า 2% ต่อเนื่องหลายปี กำลังบั่นทอนศักยภาพของประเทศในการยกระดับรายได้, แก้ปัญหาหนี้ และลงทุนเพื่ออนาคต
หากยังเดินหน้าด้วยโครงสร้างเดิม ประเทศไทยอาจไม่เพียง “โตช้า” แต่กำลัง “ติดกับดักการเติบโตต่ำ” อย่างถาวร!!!
เศรษฐกิจที่เติบโตช้า..ไม่ได้หมายถึง “ตัวเลขจีดีพีเพียง” อย่างเดียว แต่ยังหมายถึง…ความสามารถในการสร้างโอกาสใหม่ให้กับประชาชนส่วนใหญ่
เมื่อรายได้ไม่เพิ่ม ขณะที่ภาระหนี้ทั้งในระดับครัวเรือน ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ เอสเอ็มอี และ ภาครัฐ ยังคงสูง โครงสร้างการใช้จ่ายของประเทศ จึงถูกบีบให้เน้นการประคองระยะสั้น มากกว่าการลงทุนระยะยาว ส่งผลให้วงจรการเติบโตยิ่งอ่อนแรงลงไปอีก
ในมุมของฝ่ายกำกับนโยบาย เสียงจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ได้สะท้อนความพยายามของรัฐในการพยุงเศรษฐกิจ ผ่านมาตรการกระตุ้นระยะสั้น, การอัดฉีดสภาพคล่อง และการดูแลภาคเอสเอ็มอี
เป้าหมายใหญ่! เพื่อ…ประคองกำลังซื้อและการจ้างงาน
อย่างไรก็ตาม แม้มาตรการลักษณะนี้ จะช่วยลดแรงกระแทกในระยะสั้นได้ แต่ก็ยากจะตอบโจทย์ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังลึก หากไม่มีการปรับโมเดลเศรษฐกิจควบคู่ไปด้วย
โครงสร้างเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ยังพึ่งพา…การท่องเที่ยว, การส่งออกสินค้าเดิม และแรงงานทักษะปานกลางเป็นหลัก
ขณะที่ การลงทุนด้านวิจัย, นวัตกรรม และการเพิ่มผลิตภาพแรงงาน ยังอยู่ในระดับต่ำ! เมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาค
ผลคือ…ความสามารถในการแข่งขันค่อยๆ ลดลง, รายได้กระจุกตัว และการเติบโตไม่กระจายไปสู่คนส่วนใหญ่
ภาพนี้สอดคล้องกับความกังวลของภาคเอกชน โดยเฉพาะ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่ส่งสัญญาณเตือนมาอย่างต่อเนื่อง ว่า…
หากไทยไม่เร่งปรับโครงสร้าง จะเสียความสามารถในการดึงดูดการลงทุนใหม่ และถูกทิ้งห่างจากประเทศเพื่อนบ้านที่ปรับตัวได้เร็วกว่า
นอกจากปัญหาเชิงโครงสร้างแล้ว เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความเสี่ยงสำคัญหลายด้านพร้อมกัน ทั้งความผันผวนของเศรษฐกิจโลก, ความตึงเครียดทางการค้า, ค่าเงินที่กระทบขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงความเปราะบางภายในประเทศจากหนี้สูงและความเชื่อมั่นที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่
ความเสี่ยงเหล่านี้…ไม่ได้เกิดแยกส่วน แต่เชื่อมโยงกันเป็นลูกโซ่ หากขาดการบริหารจัดการเชิงยุทธศาสตร์ ก็อาจฉุดรั้งการฟื้นตัวให้ยืดเยื้อยิ่งขึ้น
ในบริบทนี้ เสียงเตือนของนักวิชาการอย่าง นายอนุสรณ์ จึงมีนัยเชิงเศรษฐกิจมากกว่าการเมือง!!!
นั่นคือ…ประเทศไทยจำเป็นต้อง “ปฏิรูปเศรษฐกิจอย่างรอบด้าน” เพื่อออกจากกับดักการเติบโตต่ำ!!??
ไม่ว่าจะเป็น…การยกระดับผลิตภาพแรงงาน, การเพิ่มสัดส่วนงบวิจัยและนวัตกรรม, การปรับโครงสร้างภาษีและงบประมาณให้เอื้อต่อการลงทุนในอนาคต รวมถึงการสร้างระบบเศรษฐกิจที่เป็นธรรมและแข่งขันได้จริง
แนวคิดเหล่านี้ สอดรับกับ ทิศทางที่ฝ่ายนโยบายและภาคเอกชนพูดถึง แม้จะต่างกันในรายละเอียด แต่มี “จุดร่วม” สำคัญ นั่นคือ…
การยอมรับว่า…“มาตรการเฉพาะหน้าไม่เพียงพออีกต่อไป!!!”
โจทย์ของ “รัฐบาลชุดใหม่” จึงไม่ใช่เพียงการทำให้ตัวเลขจีดีพีดีขึ้นใน 1 หรือ 2 ปี แต่คือ…การวางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจระยะกลางถึงยาว ที่ผสานการกระตุ้นระยะสั้น เข้ากับการปฏิรูปเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง
ดังนั้น “รัฐชุดใหม่” จะต้องกล้า! “จัดลำดับความสำคัญใหม่”
เปลี่ยนจากการใช้งบประมาณเพื่อประคอง ไปสู่การลงทุน…เพื่อยกระดับศักยภาพประเทศ
อีกทั้งยังจะต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชน ได้มองเห็นทิศทางที่ชัดเจน และเปิดพื้นที่ให้กลไกตลาดทำงานบนฐานธรรมาภิบาลที่เข้มแข็ง!
ท้ายที่สุด! หาก “รัฐบาลใหม่” สามารถเปลี่ยน “สัญญาณเตือน” ของเศรษฐกิจชะลอตัว ให้กลายเป็น “จุดตั้งต้นของการปฏิรูป” ประเทศไทย…ก็อาจยังมีโอกาสที่จะ “หลุดพ้น!” จาก “กับดัก..การเติบโตต่ำ”
และ เดินหน้าไปสู่ “เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน” ได้
ในทางกลับกัน! หาก “รัฐบาลใหม่” ยังคง “เลือกเดิน” บนเส้นทางเดิม! วงจรของการโตช้า, รายได้ต่ำ และความเหลื่อมล้ำ ก็อาจกลายเป็น “ภาพคุ้นชิน!” ของเศรษฐกิจไทย…ไปอีกหลายปีข้างหน้า จนทุกภาคส่วน…อาจต้องหมดแรงตามๆ กันไป!!!.






