กางปีกป้อง ‘ปลัด มท.?’

(‘อนุทิน’ เมินคลิปเสียงโยงภรรยาเอี่ยวสอบท้องถิ่น ย้ำ! ยึด ‘ข้อเท็จจริง-ผลสอบ’ ไม่ให้ค่าข่าวลือ)
นายกรัฐมนตรีแสดงจุดยืนปกป้องปลัดกระทรวงมหาดไทย กรณีมีการเผยแพร่คลิปเสียงในสื่อสังคมออนไลน์ที่อ้างเชื่อมโยงภรรยาปลัดกระทรวงมหาดไทยกับกระบวนการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ย้ำ! ทุกข้อกล่าวหาต้องยึดข้อเท็จจริงและผลการสอบสวนตามกฎหมาย พร้อมยืนยันรัฐบาลไม่ละเว้นการปราบปรามการทุจริต หากพบการกระทำผิดต้องดำเนินการถึงที่สุด
ไม่ให้ค่าคลิปเสียง ย้ำยึดข้อเท็จจริง :
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณี เพจ CSI LA เผยแพร่คลิปเสียง ที่กล่าวอ้างว่า…ภรรยาของนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น โดยนายกรัฐมนตรี ระบุว่า เป็นเรื่อง “เพ้อเจ้อ” และไม่ควรนำข้อมูลที่ยังไม่มีข้อพิสูจน์มาให้ความสำคัญ พร้อมย้ำว่า ทุกเรื่องต้องยึดข้อเท็จจริงจากกระบวนการสอบสวน
นายกรัฐมนตรี ระบุด้วยว่า หากพบการทุจริตในกระบวนการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งตำรวจ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รวมถึง คณะกรรมการสอบสวนที่กระทรวงมหาดไทยแต่งตั้ง จะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด โดยยืนยันว่า จุดยืนของรัฐบาลคือไม่ยอมรับการทุจริตในทุกรูปแบบ
ปลัด มท. ยืนยันภรรยาไม่เกี่ยว :
ด้าน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวยืนยันว่า ข้อกล่าวหาที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ไม่มีมูลความจริง และไม่เห็นความจำเป็นต้องชี้แจงข้อกล่าวหาที่ไม่มีหลักฐานรองรับ พร้อมระบุว่า ประวัติของบุคคลสามารถตรวจสอบได้ และผู้กล่าวหาควรเป็นผู้ชี้แจงถึงแหล่งที่มาของข้อมูล
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่า จะใช้สิทธิทางกฎหมายหรือไม่? เนื่องจากข้อกล่าวหาสร้างความเสียหาย นายอรรษิษฐ์ ตอบเพียงว่า ไม่ต้องการให้ความสำคัญกับข้อกล่าวหาที่เป็นเพียงการกล่าวอ้างลอย ๆ
ระหว่างการให้สัมภาษณ์ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวเสริมว่า “พอแล้ว ไม่ต้องถามแล้ว ก็สามีบอกแล้วว่าภรรยาไม่เกี่ยว”
ย้ำปราบโกง หากพบผิดดำเนินการทันที :
นายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นจะมีมติให้ผู้สอบผ่านสามารถรายงานตัวเข้ารับราชการได้ แต่หากผลการสอบสวนภายหลังพบว่ามีการทุจริต ผู้เกี่ยวข้องก็ต้องรับผิดตามกฎหมาย พร้อมย้ำว่าคดีทุจริตเป็นคดีที่สามารถดำเนินการได้เมื่อมีพยานหลักฐานเพียงพอ
มองจาก…สายตาคนนอก “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” เชื่อว่า กรณีคลิปเสียงที่ถูกเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ ก็น่าจะกลายเป็นอีกหนึ่งแรงกดดันที่รัฐบาลต้องเผชิญ เพราะนอกจากจะ กระทบต่อภาพลักษณ์ของกระทรวงมหาดไทย แล้ว ยังเกี่ยวโยงกับ ความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อกระบวนการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง
ท่าทีของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ สะท้อนการเลือกใช้แนวทาง “ยึดผลสอบมากกว่ากระแส” โดยปฏิเสธที่จะให้น้ำหนักกับข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ พร้อมยืนยันว่า หากพบการทุจริตจริง หน่วยงานที่มีอำนาจทั้งตำรวจ ป.ป.ช. และ ปปง. จะต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา
อย่างไรก็ตาม ในทางการเมือง ความท้าทายสำคัญไม่ได้อยู่เพียงการปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่คือ การทำให้กระบวนการตรวจสอบได้รับความเชื่อถือจากสังคมไทย!!!
เพราะยิ่ง คดีเกี่ยวข้องกับบุคคลระดับสูงมากเท่าใด? ความโปร่งใสและความเป็นอิสระของการสอบสวน ก็จะยิ่งเป็น “ตัวชี้วัดสำคัญ” ต่อความเชื่อมั่นของคนไทยและความน่าเชื่อถือของรัฐบาลในระยะยาว!!!.






