พักโทษ ‘ทักษิณ’ กลับจันทร์ส่องหล้า! จับตา ‘สมการการเมือง’ หลังพ้นเรือนจำ

วันแรก…พักโทษ! “ทักษิณ ชินวัตร” มุ่ง “บ้านจันทร์ส่องหล้า” พร้อมปฏิบัติตามเงื่อนไขคุมประพฤติเข้มงวด ด้าน นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” แสดงความยินดี ย้ำ! มองการเมืองในแง่บวก ท่ามกลางการจับตาบทบาทและแรงกระเพื่อมทางการเมืองหลังจากนี้
“วันพักโทษ” ของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อช่วงเช้าวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ถือเป็นอีกหนึ่ง “วันสำคัญ” ในทางการเมืองของไทย
การที่ อดีตนายกทักษิณ ได้รับการปล่อยตัว “พักโทษ” จากเรือนจำกลางคลองเปรม และเดินทางกลับไปยัง “บ้านจันทร์ส่องหล้า” ท่ามกลางบรรยากาศการต้อนรับของ บรรดาลูกหลานและเครือญาติใกล้ชิด นักการเมืองคนสำคัญของพรรคเพื่อไทย
ภายใต้ความสนใจและคอยติดตามทำข่าวของ บรรดาสื่อมวลชนไทยและต่างประเทศ ที่ขาดไม่ได้ ก็คือ…มวลชน “คนรักทักษิณ” จำนวนมากที่เดินทางมารอต้อนรับ
โดยเฉพาะ “คนเสื้อแดง” ที่เดินทางมาจากพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และอีกหลายพื้นที่ทั่วประเทศ นับแต่เมื่อวานนี้ (10 พฤษภาคม) กระทั่ง หลายคนนอนค้างคืนอยู่หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม
ด้วยเหตุผลเดียวกับคนกลุ่มอื่นๆ
หากจะ “พิเศษกว่า” ก็ตรงประโยคคำพูดที่พร้อมใจกันตะโกนคำว่า “เรารักทักษิณ…เรารักทักษิณ…เรารักทักษิณ” นั่นแหละ
การกลับ “บ้านจันทร์ส่องหล้า” ของอดีตนายกฯทักษิณ ครั้งนี้ นับเป็น “จุดสิ้นสุด!” ของกระบวนการ “รับโทษ” ระยะล่าสุด
ภายหลัง ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำวินิจฉัย เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 ไม่นับระยะเวลาการพักรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ก่อนหน้านี้ ให้เป็น..ส่วนหนึ่งของการรับโทษตามคำพิพากษา
ส่งผลให้ อดีตนายกฯทักษิณ ต้องกลับเข้าเรือนจำเพื่อ “เริ่มนับโทษใหม่” อีกครั้ง ก่อนจะได้รับการ “พักโทษ” ในวันนี้
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 ภายหลังจากที่ อดีตนายกฯทักษิณ เดินทางกลับประเทศไทยในรอบ 15 ปี และถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามคำพิพากษาใน 3 คดี รวมโทษจำคุก 8 ปี
ก่อนจะได้รับพระราชทานอภัยลดโทษเหลือ 1 ปี
ต่อมาถูกส่งตัวไปรักษาที่ โรงพยาบาลตำรวจด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ และได้รับการพักโทษครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567
อย่างไรก็ตาม ภายหลังมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระบวนการรักษาตัวนอกเรือนจำ ศาลได้มีคำวินิจฉัยในปี 2568 ว่า…ช่วงเวลาการรักษาตัวดังกล่าวไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด จึงไม่นับรวมเป็นระยะเวลารับโทษ
ส่งผลให้ นายทักษิณต้องกลับเข้าสู่เรือนจำกลางคลองเปรมอีกครั้ง ก่อนจะได้รับการพักโทษรอบล่าสุด ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569
ทั้งนี้ การพักโทษครั้งล่าสุด ยังอยู่ภายใต้เงื่อนไขของกรมราชทัณฑ์ และสำนักงานคุมประพฤติอย่างเคร่งครัด
โดยเฉพาะ อดีตนายกฯทักษิณ จะต้อง…สวมกำไลอิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) รายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ตามกำหนดทุกเดือน พักอาศัยในสถานที่ที่แจ้งไว้ รวมถึง ห้ามกระทำการใดที่ขัดต่อเงื่อนไขของการคุมประพฤติ
หากฝ่าฝืนอาจถูกเพิกถอนสิทธิพักโทษ และส่งตัวกลับเข้าเรือนจำเพื่อรับโทษในส่วนที่เหลือต่อไป
ภายหลังเดินทางถึง “บ้านจันทร์ส่องหล้า” อดีตนายกฯทักษิณ ได้ลดกระจกรถ “ทักทาย” มวลชน ก่อนเข้าบ้าน พร้อมกล่าวสั้น ๆ ว่า…
“ไปจำศีลมา 8 เดือน”
จากนั้น ได้หันมาคุยและตอบคำถามของ ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ดังวลีที่ว่า “Relief (รู้สึกโล่งใจ)”
ขณะที่ บรรยากาศภายในบ้านเป็นไปอย่างอบอุ่น โดยมี สมาชิกครอบครัวชินวัตร เดินทางมารอต้อนรับพร้อมหน้า
อีกด้านหนึ่ง ที่ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า…รู้สึกยินดีกับนายทักษิณและครอบครัว พร้อมระบุว่า…การพบปะพูดคุยกันในอนาคตไม่ใช่เรื่องแปลก เนื่องจากเคยรู้จักและเคารพนับถือกันมา
นายกฯอนุทิน ย้ำว่า…ตนมองบรรยากาศทางการเมืองในแง่บวก และเชื่อว่าหากทุกฝ่ายทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ก็ไม่มีเหตุให้ต้องกังวล
อย่างไรก็ตาม การกลับมาของ อดีตนายกฯทักษิณในครั้งนี้ ยังคงถูกจับตาทางการเมืองอย่างใกล้ชิด ทั้งในมิติของบทบาทต่อพรรคเพื่อไทย และความสัมพันธ์กับพรรคร่วมรัฐบาล
ขณะที่หลายฝ่ายยังเฝ้าติดตามว่า…การเคลื่อนไหวหลังจากนี้จะอยู่ภายใต้กรอบเงื่อนไขของการ “พักโทษ” มากน้อยเพียงใด
ในอีกด้านหนึ่ง ท่าทีของ นายอนุทินที่ออกมาแสดงความยินดีอย่างเปิดเผย สะท้อนภาพของการ “รักษาสมดุล” ทางการเมือง ภายใน “รัฐบาลผสม”
และนี่…อาจเป็นสัญญาณของการ “ลดแรงปะทะ” ระหว่าง…ขั้วอำนาจทางการเมือง ในช่วงเวลาที่สถานการณ์บ้านเมืองยังคงมีความอ่อนไหวในมิติต่างๆ อยู่ไม่น้อยเช่นกัน!!!.






