• พฤหัสบดี 27 สิงหาคม 2569 เวลา 02:13 น.

นายกฯ ‘จัดทัพ ครม.’ คุม 18 เขตทั่วไทย เร่งเครื่องนโยบายถึงพื้นที่

BREAKING NEWS HEADLINE NEWS POLITICAL

ครม.รับทราบคำสั่ง “นายกฯอนุทิน” แบ่ง 18 เขตตรวจราชการทั่วประเทศ มอบรองนายกฯ–รมต. ลงพื้นที่คุมงานเชิงรุก หวังเร่งนโยบายรัฐถึงคนไทย พร้อมตรวจงบใกล้ชิด

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2569 รับทราบคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 86/2569 ซึ่งลงนามโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาคทั่วประเทศ

คำสั่งดังกล่าว แบ่งพื้นที่ออกเป็น 18 เขตตรวจราชการ ครอบคลุมทุกภูมิภาค โดยมอบหมายบุคคลสำคัญในคณะรัฐมนตรีลงดูแลพื้นที่อย่างชัดเจน อาทิ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในพื้นที่ภาคใต้ทั้งฝั่งอ่าวไทย อันดามัน และชายแดนใต้ รวม 14 จังหวัด ขณะที่ ทรงศักดิ์ ทองศรี ดูแลภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและตอนกลาง

ด้าน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในพื้นที่ภาคตะวันออก 1 ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญ ประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ขณะที่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภาคเหนือตอนบน ส่วน นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการ  ในพื้นที่ภาคกลางปริมณฑล และภาคตะวันออก 2

นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่เหลือ ประกอบด้วย นายนภินทร ศรีสรรพางค์ นายภราดร ปริศนานันทกุล และ นางสุขสมรวย วันทนียกุล กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการ ในพื้นที่ภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ตามลำดับ เพื่อให้ครอบคลุมทุกเขตตรวจราชการทั่วประเทศ

ทั้งนี้ การมอบหมายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในระดับพื้นที่ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เร่งรัดการติดตามโครงการของรัฐ สนับสนุนการทำงานของหน่วยงานในพื้นที่ พร้อมทั้งประเมินผลและตรวจสอบการใช้งบประมาณอย่างใกล้ชิด

กับมุมมองของ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” เห็นว่า…การจัดสรรพื้นที่ความรับผิดชอบของ 3 รองนายกรัฐมนตรี และ 4 รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในครั้งนี้ มันสะท้อนภาพ “การจัดทัพเชิงยุทธศาสตร์” ของรัฐบาล โดยเลือกบุคคลให้เหมาะกับลักษณะพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญ

เห็นได้ชัดว่า…การมอบหมายให้ นายเอกนิติ ดูแลภาคตะวันออก 1 ซึ่งเป็น “หัวใจหลักสำคัญ” ของเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (EEC) มันบ่งชี้ว่า…รัฐบาลให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมหภาคและการลงทุนระดับประเทศ

ขณะที่ นายพิพัฒน์ ได้รับมอบหมายดูแลภาคใต้ทั้งระบบ สะท้อนความเชื่อมั่นในบทบาทด้านเศรษฐกิจท่องเที่ยวและความมั่นคง

ในอีกด้านหนึ่ง การมอบหมายให้ นางสาวศุภมาส ดูแลพื้นที่ภาคกลางปริมณฑลและตะวันออก 2 ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้กรุงเทพฯ และเชื่อมโยงประชาชนจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของ “พื้นที่ภาพลักษณ์รัฐบาล” ที่สามารถสะท้อนผลงานได้อย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม

โครงสร้างดังกล่าวยังสะท้อนแนวคิดของหัวหน้ารัฐบาลในการ “กระจายการกำกับงาน แต่รวมศูนย์การตัดสินใจ” โดยใช้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นตัวแทนลงพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหาความล่าช้าของระบบราชการ และเชื่อมโยงนโยบายจากส่วนกลางสู่ระดับจังหวัดอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การให้นักการเมืองลงกำกับพื้นที่โดยตรง อาจมีทั้งโอกาสและความเสี่ยง!!?? เนื่องจาก ช่วยเร่งรัดงานและสร้างความรับผิดชอบที่ชัดเจน

แต่ก็อาจนำไปสู่…การเมืองแทรกการบริหารราชการ หากขาดกลไกตรวจสอบที่เข้มแข็ง

ปมปัญหาเหล่านี้ จำเป็นที่พรรคฝ่ายค้าน องค์กรภาคประชาชน และสื่อมวลชน จำต้องเกาะติด เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาได้ในอนาคต!!!.