นายกฯ ‘จัดทัพ ครม.’ คุม 18 เขตทั่วไทย เร่งเครื่องนโยบายถึงพื้นที่

ครม.รับทราบคำสั่ง “นายกฯอนุทิน” แบ่ง 18 เขตตรวจราชการทั่วประเทศ มอบรองนายกฯ–รมต. ลงพื้นที่คุมงานเชิงรุก หวังเร่งนโยบายรัฐถึงคนไทย พร้อมตรวจงบใกล้ชิด
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2569 รับทราบคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 86/2569 ซึ่งลงนามโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาคทั่วประเทศ
คำสั่งดังกล่าว แบ่งพื้นที่ออกเป็น 18 เขตตรวจราชการ ครอบคลุมทุกภูมิภาค โดยมอบหมายบุคคลสำคัญในคณะรัฐมนตรีลงดูแลพื้นที่อย่างชัดเจน อาทิ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในพื้นที่ภาคใต้ทั้งฝั่งอ่าวไทย อันดามัน และชายแดนใต้ รวม 14 จังหวัด ขณะที่ ทรงศักดิ์ ทองศรี ดูแลภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและตอนกลาง
ด้าน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในพื้นที่ภาคตะวันออก 1 ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญ ประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ขณะที่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภาคเหนือตอนบน ส่วน นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการ ในพื้นที่ภาคกลางปริมณฑล และภาคตะวันออก 2
นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่เหลือ ประกอบด้วย นายนภินทร ศรีสรรพางค์ นายภราดร ปริศนานันทกุล และ นางสุขสมรวย วันทนียกุล กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการ ในพื้นที่ภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ตามลำดับ เพื่อให้ครอบคลุมทุกเขตตรวจราชการทั่วประเทศ
ทั้งนี้ การมอบหมายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในระดับพื้นที่ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เร่งรัดการติดตามโครงการของรัฐ สนับสนุนการทำงานของหน่วยงานในพื้นที่ พร้อมทั้งประเมินผลและตรวจสอบการใช้งบประมาณอย่างใกล้ชิด
กับมุมมองของ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” เห็นว่า…การจัดสรรพื้นที่ความรับผิดชอบของ 3 รองนายกรัฐมนตรี และ 4 รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในครั้งนี้ มันสะท้อนภาพ “การจัดทัพเชิงยุทธศาสตร์” ของรัฐบาล โดยเลือกบุคคลให้เหมาะกับลักษณะพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญ
เห็นได้ชัดว่า…การมอบหมายให้ นายเอกนิติ ดูแลภาคตะวันออก 1 ซึ่งเป็น “หัวใจหลักสำคัญ” ของเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (EEC) มันบ่งชี้ว่า…รัฐบาลให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมหภาคและการลงทุนระดับประเทศ
ขณะที่ นายพิพัฒน์ ได้รับมอบหมายดูแลภาคใต้ทั้งระบบ สะท้อนความเชื่อมั่นในบทบาทด้านเศรษฐกิจท่องเที่ยวและความมั่นคง
ในอีกด้านหนึ่ง การมอบหมายให้ นางสาวศุภมาส ดูแลพื้นที่ภาคกลางปริมณฑลและตะวันออก 2 ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้กรุงเทพฯ และเชื่อมโยงประชาชนจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของ “พื้นที่ภาพลักษณ์รัฐบาล” ที่สามารถสะท้อนผลงานได้อย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม
โครงสร้างดังกล่าวยังสะท้อนแนวคิดของหัวหน้ารัฐบาลในการ “กระจายการกำกับงาน แต่รวมศูนย์การตัดสินใจ” โดยใช้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นตัวแทนลงพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหาความล่าช้าของระบบราชการ และเชื่อมโยงนโยบายจากส่วนกลางสู่ระดับจังหวัดอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การให้นักการเมืองลงกำกับพื้นที่โดยตรง อาจมีทั้งโอกาสและความเสี่ยง!!?? เนื่องจาก ช่วยเร่งรัดงานและสร้างความรับผิดชอบที่ชัดเจน
แต่ก็อาจนำไปสู่…การเมืองแทรกการบริหารราชการ หากขาดกลไกตรวจสอบที่เข้มแข็ง
ปมปัญหาเหล่านี้ จำเป็นที่พรรคฝ่ายค้าน องค์กรภาคประชาชน และสื่อมวลชน จำต้องเกาะติด เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาได้ในอนาคต!!!.






