‘ปิงปองการเมือง’ คนไทยได้อะไร!!??

วิวาทะระหว่าง “เสรีพิศุทธ์” กับ “ภูมิใจไทย” กลายเป็นอีกตัวอย่างของข่าวการเมืองแบบโต้กันไปมา คำถามสำคัญคือ สังคมไทยได้อะไรจากข่าวเช่นนี้ หรือเป็นเพียงเกมวาทกรรมในสนามอำนาจ
การเมืองไทยมีข่าวอยู่ประเภทหนึ่ง ที่ “คนข่าว” เรียกกันเล่น ๆ ว่าเป็น…“ข่าวปิงปอง”
ฝ่ายหนึ่งพูด โยนประเด็นไป อีกฝ่ายตอบ โยนกลับมา แล้วเรื่องก็หมุนอยู่ในวงจรของคำพูด “ตัวละครการเมือง”
กรณีล่าสุด! ไม่พ้นปมวิวาทะระหว่าง… พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กับ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งกำลังเป็น “แกนนำจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่” ในยามนี้…
“จุดเริ่มต้น” มาจากการที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภา หลังกลับมารายงานตัวเป็น ส.ส. ในรอบเกือบ 2 ปี พร้อม “เปิดประเด็นทางการเมือง” หลายเรื่อง? ตั้งแต่กรณี…การขอพระราชทานอภัยโทษนายทักษิณ ชินวัตร ไปจนถึงกรณีที่ดินเขากระโดง
แต่หนึ่งใน ประเด็นที่กลายเป็นข่าวทันที! นั่นคือ คำกล่าวหาที่ว่า…
พรรคภูมิใจไทยนำชื่อพรรคเสรีรวมไทยไปใส่เป็นพรรคสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาล ทั้งที่ไม่มีการเชิญหรือการตกลงใด ๆ
หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ยังใช้ถ้อยคำค่อนข้างแรง โดยระบุว่า…เป็นการกระทำที่ “ไม่มีมารยาท” ทางการเมือง
พร้อมย้ำ “จุดยืน” ว่า…พรรคของตนมีนโยบายชัดเจนว่า “โกงเจอกู” และไม่สามารถร่วมงานกับนักการเมืองที่มีข้อครหาเรื่องทุจริตได้
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึง การเลือกนายกรัฐมนตรี โดยเสนอว่า…ควรใช้หลักคิดตามพระราชดำรัสในหลวงรัชกาลที่ 9 คือยกย่องคนดี และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ
หากไม่มีคนดีจริง ๆ ก็ต้องเลือก “คนที่เลวน้อยที่สุด!!!”
คำพูดดังกล่าวย่อมทำให้การเมืองร้อนขึ้นทันที! เพราะเป็นการพาดพิงไปถึง…พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลโดยตรง ไม่นานหลังจากนั้น พรรคภูมิใจไทยก็ออกมาตอบโต้…
และเป็น…นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี และโฆษกพรรคภูมิใจไทย ที่ได้โพสต์ชี้แจงผ่าน เฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า…
พรรคภูมิใจไทย ไม่เคยกล่าวอ้างหรือทึกทักว่าพรรคเสรีรวมไทยสนับสนุนรัฐบาล แม้แต่ครั้งเดียว!!!
ยืนยันว่า…ทุกครั้งที่มีการแถลงข่าวเกี่ยวกับเสียงสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาล เป็นการแถลงข่าวร่วมกับพรรคการเมืองที่มาปรากฏตัวต่อหน้าสื่อด้วยกันเท่านั้น
จึงไม่ใช่การพูดทึกทักกับผู้สื่อข่าวว่า…ใครสนับสนุนบ้าง???
โฆษกพรรคภูมิใจไทย ยังท้ากลับด้วยว่า…หากมีข่าวหรือหลักฐานที่อ้างว่าพรรคภูมิใจไทยนำชื่อพรรคเสรีรวมไทยไปใช้ ก็ขอให้นำมาแสดงยืนยัน พร้อมย้ำทิ้งท้ายว่า…
“พรรคภูมิใจไทยให้เกียรติคนที่ให้เกียรติเราเสมอ”
การตอบโต้เช่นนี้ ทำให้ภาพของข่าวชัดขึ้นทันที! หนึ่งฝ่ายกล่าวหา อีกฝ่ายปฏิเสธ และโยนภาระให้พิสูจน์ข้อเท็จจริง
ในทางการเมือง ข่าวลักษณะนี้อาจดูเป็นเรื่องปกติ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันทางอำนาจ แต่ถ้ามองในมุมของสังคม ข่าวแบบนี้ คือสิ่งที่เรียกว่า…“ปิงปองการเมือง”
ลักษณะสำคัญของข่าวประเภทนี้ คือ…
ประการแรก ข่าวจะหมุนอยู่กับ คำพูดของนักการเมือง มากกว่านโยบายหรือการแก้ปัญหาประเทศ
ประการที่สอง ข่าวจะ เกิดเร็วและจบเร็ว เพราะเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นเพียงการโต้ตอบกันไปมา
และ ประการที่สาม ข่าวลักษณะนี้มัก สร้างกระแสได้ดี แต่สร้างคำตอบได้น้อย
อย่างไรก็ตาม “ข่าวปิงปอง” ก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์เสียทีเดียว อย่างน้อยมันทำให้ประชาชนได้เห็น ท่าทีและจุดยืนของนักการเมือง
ทำให้เกิดการตรวจสอบกันระหว่างพรรคการเมือง และเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนตั้งคำถามต่อข้อเท็จจริง
แต่หากพื้นที่ข่าวการเมืองเต็มไปด้วยการโต้เถียงลักษณะนี้มากเกินไป สังคมไทย…ก็อาจเสียโอกาสในการพูดถึงเรื่องที่สำคัญกว่า???
เช่น…นโยบายเศรษฐกิจ การแก้ปัญหาค่าครองชีพ หรือการบริหารประเทศในระยะยาว
ในกรณีนี้ พรรคภูมิใจไทย มีสถานะเป็น พรรคแกนนำรัฐบาล และ หัวหน้าพรรค คือ นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล
ดังนั้น ทุกคำกล่าวหาที่พาดพิงถึงพรรค ย่อมกระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลโดยรวม!!??
อย่างไรก็ตาม การเลือกให้ “โฆษกพรรคฯ” ออกมาชี้แจงแทนผู้นำพรรค ก็ถือเป็นวิธีสื่อสารทางการเมืองที่พยายามลดระดับความขัดแย้งไม่ให้กลายเป็นการปะทะกันโดยตรงระหว่าง…ผู้นำทางการเมือง
ท้ายที่สุดแล้ว! วิวาทะระหว่าง…พรรคภูมิใจไทยกับพรรคเสรีรวมไทย อาจเป็นเพียงอีกหนึ่งตอนของเกมการเมืองในรัฐสภา แต่สิ่งที่สำคัญกว่าการโต้กันไปมา นั่นคือ…
สังคมไทยจะได้อะไรจากข่าวเช่นนี้???
ถ้ามันทำให้เกิดการตรวจสอบข้อเท็จจริง ก็ถือว่า…ยังมีประโยชน์ แต่ถ้ามันเป็นเพียงการ “โยนคำพูด” ไปมาเหมือน…ลูกปิงปอง!!!
สุดท้ายแล้วสิ่งที่ลอยอยู่กลางอากาศ ก็อาจเป็นเพียง เสียงของการเมือง ไม่ใช่ คำตอบของประเทศ!!!.






