หมากซ้อน…เกมลึกฝ่ายค้าน?

“ผู้กองธรรมนัส” ประกาศพร้อมเป็นฝ่ายค้าน ย้ำ! “ไม่วิ่งเข้าหาใครโดยไร้ศักดิ์ศรี” กับคำถามรับกระแสพรรคแกนนำ “ถีบส่ง” นี่คือ…การถอยหนึ่งก้าวของ “กล้าธรรม” หรือเป็นเกม “จัดวางหมากลึก” หวังตรวจสอบระดับ “เหว” เกินกรอบเวทีสภากันแน่???
บรรยากาศทางการเมืองเริ่มชัดขึ้น! หลังจากกระแสข่าว ว่า…นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แกนนำจัดตั้ง “รัฐบาลชุดใหม่” จะไม่เชิญพรรคกล้าธรรม (กธ.) เข้าร่วมรัฐบาล
และล่าสุด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคฯ ออกมาประกาศชัดว่า…“พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน” หากไม่มีคำตอบเชิญร่วมรัฐบาล พร้อมกับย้ำว่า…
“การเป็นนักการเมืองต้องมีศักดิ์ศรี และจะไม่วิ่งเข้าไปหาใครก่อน”
ถ้อยคำดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนท่าทีส่วนตัว หากยังเป็น “สัญญาณเชิงจังหวะการเมือง” ที่คำนวณแล้ว ทั้งการรอการประชุมกรรมการบริหารพรรค และการย้ำ ความเป็นเอกภาพของ 18 ส.ส. “เลือด 100%”
รวมถึงการทิ้งท้ายเชิงนโยบายว่า…“หากคนไม่เข้าใจภาคเกษตรมานั่งรัฐมนตรีก็จะเหนื่อย”
ในอีกด้านหนึ่ง กระแสก่อนหน้านี้ ที่ออกมาจจากภาคเอกชน โดยเฉพาะ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ที่ไม่ต้องการเห็นรัฐบาลใหม่มีภาพเชื่อมโยงเครือข่ายสีเทา
สิ่งนี้…มันยิ่งทำให้ “สมการจัดตั้งรัฐบาล” ต้องระมัดระวังมากขึ้น!!!
การที่ แกนนำจัดตั้งฯ อย่าง นายอนุทิน เคยถูกจับตามองว่า…จะต้อง “สร้างหลักประกันความเสี่ยงของภาพลักษณ์รัฐบาลอนุทิน 2”
มันจึงกลายเป็น “เงื่อนไข” ตั้งต้นของ “รัฐบาลชุดใหม่” ว่า…จะเลือกเสถียรภาพเชิงความเชื่อมั่น มากกว่าการขยายจำนวนเสียงแบบไร้เงื่อนไขหรือไม่? อย่างไร?
และเมื่อ…พรรคกล้าธรรม ขยับตัวสู่สถานะฝ่ายค้าน คำถามจึงไม่ใช่แค่จำนวนเสียงในสภา หากแต่คือ… “น้ำหนักข้อมูล” ที่อยู่ในมือ
พรรคฝ่ายค้านที่เคยกำกับดูแลหลายกระทรวงย่อมเข้าใจ…โครงสร้างงบประมาณ กระบวนการอนุมัติโครงการ และจุดเปราะบางเชิงระบบมากกว่า..ฝ่ายค้านหน้าใหม่
การตรวจสอบจึงอาจไม่ใช่เพียง…วาทกรรมทางการเมือง แต่เป็น การตั้งคำถามเชิงโครงสร้าง ที่รัฐบาลอาจจะตอบได้ยาก???
อย่างไรก็ตาม การเปิดประเด็นใหญ่ โดยเฉพาะ…เรื่องทุจริต หรือความสัมพันธ์ทางธุรกิจ จำต้องอาศัยหลักฐานที่มีน้ำหนัก เพราะการเมืองไทย…มีเครือข่ายความสัมพันธ์ซ้อนทับในอดีต
การกล่าวหาโดยไม่รอบคอบ อาจย้อนแรงสะท้อนกลับมาที่ “ผู้ตั้งคำถาม” เอง!!!
นี่คือ…เหตุผลที่เกมนี้ อาจไม่ใช่การ “เปิดหน้าแลก” ในทันที! หากเป็นการจัดจังหวะ “หมากซ้อน” รอเวลาที่เหมาะสม ก็เป็นได้!!??
อีกความเป็นไปได้ที่ถูกจับตา นั่นคือ…การประสานบทบาทกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่น ยกให้…ผู้ที่มีภาพลักษณ์ด้านการตรวจสอบเข้มแข็งกว่า เป็น “ผู้อภิปรายแทน”
ในทางการเมือง การแบ่งบทบาทเช่นนี้…ไม่ใช่เรื่องใหม่! แต่จะสำเร็จได้…ก็ต้องอาศัยความไว้ใจและ “จุดยืน” ที่สอดคล้องกัน
หากประสานได้จริง! ภาพฝ่ายค้านจะเปลี่ยนจาก “หลายศูนย์” กระจัดกระจาย เป็น “หลายบทบาท…แต่หมัดเดียวกัน”
ทว่า หากรอยรั่วเกิดขึ้น? ภาพของการอภิปรายฝั่งรัฐบาลในสภา อาจกลายเป็นเพียง “เกมต่อรอง” มากกว่าการตรวจสอบเพื่อสาธารณะ
ในระยะ 6 เดือนข้างหน้า “ฉากทัศน์” ที่เป็นไปได้มากที่สุด! นั่นคือ…การใช้เวทีสภาตั้งคำถามเชิงเทคนิคด้านงบประมาณและโครงการ สร้างภาพฝ่ายค้านมืออาชีพ
“ฉากทัศน์…ถัดมา” คือ..การตั้งคำถามเชิงความโปร่งใสแบบมีเงื่อนไข ไม่กล่าวหาโดยตรง แต่ชี้ช่องว่างให้รัฐบาลต้องตอบ
ส่วน “ฉากทัศน์” ที่แรงสุด! นั่นคือ…การเก็บหมัดหนักไว้ใช้ในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งมีแรงกระแทกสูง! แต่ต้นทุนและความเสี่ยงก็สูง! ตามไปด้วย
สำหรับ “รัฐบาลอนุทิน 2” โจทย์จึงไม่ใช่เพียงการคุมเสียงในสภา หากแต่ต้อง “เร่งสร้าง” ระบบความโปร่งใสเชิงรุก! เพื่อลดพื้นที่โจมตีตั้งแต่ต้น
เพราะหาก “ฝ่ายค้าน” เล่นเกมข้อมูลเชิงโครงสร้างจริง? แรงกดดันจะมาจากทั้งเวทีสภา สื่อ และความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ ไปพร้อมกัน…
ท้ายที่สุด! “หมากซ้อน…เกมลึกฝ่ายค้าน?” อาจไม่ใช่ปฏิบัติการลับใด ๆ หากแต่เป็น…การจัดวางตำแหน่งทางการเมืองอย่างรอบคอบ ระหว่าง…
ศักดิ์ศรี ข้อมูล และจังหวะ
การตัดสินแพ้ชนะ!!! จึงไม่ได้อยู่ที่ใครพูดแรงกว่า??? แต่จะอยู่ที่ว่า…ใครบริหารความชอบธรรมและความโปร่งใสได้ยืนระยะกว่ากันในเกมยาวนี้!!??.






