กกต. ฉลุย! 95% ปลดล็อก…เปิดสภา เร่งเกมตั้ง ‘ครม.รวมศูนย์ฯ’

กกต.ประกาศรับรอง สส.แบ่งเขต 396 คน เกินเกณฑ์ 95% ตามกฎหมาย ปลดล็อก! ไทม์ไลน์เปิดประชุมสภาฯ นัดแรกภายใน 15 วัน ขณะที่ “สูตรแบ่งเก้าอี้” ครม.เริ่มชัด! สะท้อนภาพ “รัฐบาลรวมศูนย์อำนาจ” สูง นำสู่วิถีการเมืองในเกม “ต่อรองเชิงโครงสร้าง” ที่พร้อมเปิดหน้าเล่นเต็มสปีด
กับกระแสข่าว ปม…คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรอง สส.แบบแบ่งเขต 396 คน เกินร้อยละ 95 ตามมาตรา 127 ของ พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส.
สิ่งนี้…ไม่ได้เป็นเพียงขั้นตอนทางกฎหมาย หากแต่เป็น “จุดปลดล็อกสำคัญ” ที่ทำให้กลไกรัฐธรรมนูญ…ขยับทันที!
ตั้งแต่…การเปิดรับรายงานตัว สส. การจัดคิวเข้าสภา จนถึง การเตรียมเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกภายใน 15 วันตามมาตรา 121 ของรัฐธรรมนูญ
ยิ่งภาพที่เกิดขึ้นในรัฐสภา เมื่อ นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจความพร้อมพื้นที่รายงานตัว ก่อนจะระบุในเวลาต่อมาว่า…ระบบพร้อมแล้วราว 80% เหลือติดขัดเพียงบัตรประจำตัว สส.
สภาฯพร้อมจัดรอบรายงานตัวครั้งละ 40 คน และขอให้กรอกข้อมูล e-form ล่วงหน้าเพื่อความรวดเร็ว
ภาพดังกล่าว…จึงไม่ใช่แค่พิธีการรับรอง แต่คือ…การขยับ “เครื่องยนต์รัฐ” เข้าสู่โหมด “จัดตั้ง” รัฐบาลชุดใหม่เต็มรูปแบบ
อย่างไรก็ดี เงื่อนไข “95%” ไม่ได้แปลว่า…คดีความสิ้นสุด ทั้งนี้ มีรายงานจาก กกต. ย้ำหนักแน่นว่า…หากมีหลักฐานทุจริต สามารถยื่นศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิได้
ขณะที่ อีก 4 เขต ประกอบด้วย…จ.พะเยา จ.สุพรรณบุรี และ จ.จันทบุรี ยังต้องรอการลงคะแนนหรือการนับใหม่
แม้รายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้ อาจไม่สะเทือนภาพใหญ่ แต่ก็เป็น “ตัวแปร” แรงเสียดทานในช่วงเปลี่ยนผ่านได้เช่นกัน
และเมื่อ “ประตูสภา…ใกล้เปิด” เกมที่เดินคู่ขนานกันไป ก็คือ การจัด “สูตร ครม.” ซึ่งเริ่มมีภาพร่างที่เด่นชัดมากขึ้นแล้ว มีรายงานความเคลื่อนไหวระบุ โควตาพรรคแกนนำรัฐบาล อย่าง พรรคภูมิใจไทย ที่คาดว่าจะ ครองเก้าอี้รัฐมนตรี 19 ที่นั่ง คุมกระทรวงหลักถึง 14 แห่ง
ตั้งแต่…กระทรวงมหาดไทย การคลัง พาณิชย์ คมนาคม พลังงาน ไปจนถึง สาธารณสุขและดิจิทัล
ขณะที่ พรรคเพื่อไทยได้ 8 ที่นั่ง เน้น กระทรวงฐานราก อย่าง…กระทรวงเกษตรฯ แรงงาน ศึกษาธิการ และอุดมศึกษา
ส่วนอีกบางเก้าอี้กระจายให้พรรคร่วมและพรรคเล็ก
โดยตำแหน่ง “รมว.กลาโหม” ยังเป็นจุดรอการพิจารณาความเหมาะสมอีกที…
หากสูตรนี้ “ลงล็อกจริง” ภาพของ “รัฐบาลใหม่” ที่จะเกิดขึ้น คงไม่พ้นความเป็น…“รัฐบาลรวมศูนย์อำนาจสูง”
นั่นเพราะ…การคุมกระทรวงมหาดไทย ควบคู่การคลัง และพาณิชย์ เท่ากับถือทั้ง…งบประมาณ เครื่องมือบริหารพื้นที่ และกลไกเศรษฐกิจไว้ในมือเดียว
โครงสร้างเช่นนี้ “เอื้อ” ให้ “รัฐบาลอนุทิน 2” ขับเคลื่อนนโยบายได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็อาจจะสร้างแรงกดดันเชิง “สมดุลพรรคร่วม” ได้ในระยะกลางเทอมของรัฐบาลชุดใหม่
นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สั้น ๆ ว่า…“เมื่อกติกาชัด เราก็ต้องเดินหน้าให้เร็ว ประเทศรอไม่ได้” สะท้อนแนวคิดเร่งรัดการจัดตั้งรัฐบาล…เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ!!??
สอดรับกับสิ่งที่ ดร.นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่ รองนายกฯและรมว.คลัง เคยระบุว่า…“เสถียรภาพการเมืองคือเงื่อนไขแรกของเสถียรภาพเศรษฐกิจ การจัดทีมต้องชัดเจนและทำงานเป็นระบบ”
ไม่ต่างจาก…แกนนำพรรคเพื่อไทย อย่าง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคฯ ที่ให้ความเห็นว่า…“พรรคร่วมทุกพรรคมีหน้าที่ผลักดันนโยบายที่รับปากประชาชนไว้ การประสานงานต้องเป็นไปอย่างเท่าเทียม”
คำกล่าวเหล่านี้ สะท้อนทั้งความเร่งและความระวัง! เพราะแม้ 95% ตามที่ กกต.ประกาศรับรองว่าที่ สส.ใหม่ จะเสมือนเป็น “ปลดล็อก” การเปิดประชุมสภา
แต่ความท้าทายจริง! กลับไปอยู่ที่การ…รักษาสมดุล ระหว่าง “ความเร็วในการตัดสินใจ” กับ “พื้นที่ของพรรคร่วม”
หาก อำนาจ “กระจุกตัว” มากเกินไป แรงต้าน…ย่อมมีสะสม แต่หาก “กระจาย” จนไร้เอกภาพ รัฐบาลก็อาจขาดประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดิน ตามที่ได้หาเสียงไว้กับประชาชนคนไทยทั้ง 70 ล้านคน
ไทม์ไลน์จากนี้…จึงชัดเจน! ในทำนองที่ สส.ใหม่ ในซีกแบบแบ่งเขตทั้ง 396 คน ก็น่าจะทยอยรายงานตัวกับ กกต. จากนั้น…จะขยับไปสู่การประชุมเพื่อเลือกประธานสภา และเปิดประชุมสภาในสมัยแรก
ต่อด้วย…การนำรายชื่อ ครม.ขึ้นทูลเกล้าฯ และแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
ไทม์ไลน์นี้ จะเป็นเงื่อนไขที่…ตลาดการเงิน ภาคธุรกิจ และต่างประเทศ จะใช้ประเมิน “รัฐบาลใหม่” จาก “โครงสร้างทีมเศรษฐกิจ” เป็นด่านแรก
ดังนั้น 95% ที่ กกต.ประกาศรับรอง สส.ใหม่ จึงไม่ใช่เพียงตัวเลขตามกฎหมาย แต่คือ…เส้นแบ่งระหว่างสุญญากาศ กับโครงสร้างอำนาจใหม่
และเมื่อ เกมตั้ง “ครม.รวมศูนย์” เริ่มชัด! คำถามตัวโตๆ ที่จะมีตาม จะไม่ใช่ว่า…พรรคไหนจะได้เก้าอี้กี่ตำแหน่ง? และใครจะนั่งคุมกระทรวงใด? หากแต่เป็น…
รัฐบาลชุดใหม่นี้ จะใช้ความ “รวมศูนย์” สร้างเสถียรภาพและผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจได้เร็วเพียงใด? ในท่ามกลาง “แรงต่อรอง” ทางการเมืองที่ยังไม่สิ้นสุด!!!






