เกิน…บัตรเขย่ง???

(‘เลือกตั้งล่วงหน้า’ หาใช่วันซ้อมใหญ่? นี่จึงเป็นบททดสอบ…ความระยำใจ! ก่อนถึงวันหย่อนบัตร 8 ก.พ.)
ความผิดพลาดซ้ำซากของ กกต. กับการเลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ. ไม่ได้จบแค่ “แก้ทันหรือไม่?” แต่กำลังลุกลามกลายเป็น “คำถามตัวโตๆ” สังคมไทย เหตุใด? ระบบเลือกตั้งไทย! จึงต้องผิดพลาดซ้ำซาก ที่สุด! วันเลือกตั้งใหญ่ 8 ก.พ.นี้ จะนำไปสู่ปมปัญหาเก่าๆ กลายเป็นปรากฏการณ์ “บัตรเขย่ง!!!” กันอีกหรือไม่???
การเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ควรเป็นเพียง ขั้นตอนอำนวยความสะดวกให้ประชาชน และเป็น “วันซ้อมระบบ” ก่อนวันจริง 8 กุมภาพันธ์ แต่สิ่งที่เกิดขึ้น! กลับตอกย้ำความกังวลของสังคมไทย ที่ว่า…
ปัญหาการจัดการเลือกตั้งของรัฐ ไม่ได้อยู่ที่ “หน้างาน” เพียงอย่างเดียว! หากแต่อยู่ลึกลงไปถึง “โครงสร้างของระบบ!” ที่ยังเปิดช่องให้ความผิดพลาดซ้ำซากเกิดขึ้นได้อีก
ประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักที่สุด! คงไม่พ้น…ความผิดพลาดในการจ่าหน้าซองบัตรเลือกตั้ง การกรอกรหัสเขต รหัสจังหวัดไม่ตรงกับภูมิลำเนาของผู้ใช้สิทธิ ซึ่งเป็นปัญหาที่ ภาคประชาชน โดยเฉพาะ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw เคยชี้เตือนมาแล้ว ตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2566
แต่กลับยังปรากฏซ้ำอีกครั้ง! ในปี 2569
ความผิดพลาดลักษณะนี้…ไม่ใช่เรื่องเล็ก!!?? เพราะมันเชื่อมตรงกับความเสี่ยงของปรากฏการณ์ที่สังคมไทย เรียกกันว่า “บัตรเขย่ง” นั่นคือ…
บัตรเลือกตั้งเดินทางไปผิดเขต ผิดพื้นที่ และอาจสร้างข้อพิพาทต่อความถูกต้องของคะแนนในภายหลัง
แม้ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (เลขาธิการ กกต.) จะออกมายอมรับว่า…มีความผิดพลาดจริง! แต่เขาก็ยืนยันว่า…
ทั้งหมดเป็นเพียง Human Error
พร้อมกับย้ำว่า…ได้มีการตรวจสอบและแก้ไขแล้ว บัตรทุกใบจะถูกส่งไปยังเขตที่ถูกต้องและไม่มีผลกระทบต่อคะแนนในวันเลือกตั้งจริง
แต่คำอธิบายลักษณะนี้ กลับไม่สามารถคลายความกังวลของสังคมไทยได้มากนัก??? ตรงกันข้าม กลับยิ่งขยายคำถามเชิงยุทธศาสตร์ให้ดังขึ้นกว่าเดิม
เพราะสิ่งที่สังคมไทยกำลังถาม ไม่ได้หยุดอยู่แค่ว่า…“แก้ทันหรือไม่?” แต่มันลึกมากไปกว่านั้น นั่นคือ…“ทำไมระบบถึงยังยอมให้ผิดซ้ำได้!!!”
เมื่อคำอธิบาย…ถูกสรุปไว้ที่ความผิดพลาดของบุคคล คำถามถัดมาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็คือ…
แล้วระบบตรวจจับอยู่จุดใด?
ระบบบังคับขั้นตอนอยู่ตรงไหน?
และเหตุใดองค์กรที่รับผิดชอบการเลือกตั้ง ซึ่งใช้งบประมาณจำนวนมาก จึงยังไม่สามารถ “ออกแบบกลไกที่ปิดประตูความผิดพลาดเดิม” ได้อย่างแท้จริง???
ปัญหานี้…ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องซองบัตร แต่ยังลุกลามไปถึง “ข้อมูล” ของผู้สมัครที่ “ตกหล่น!” จากบอร์ดแนะนำตัวหน้าหน่วยเลือกตั้ง ระบบ QR Code ที่แสดงข้อมูลผิดปี และการให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยบางแห่ง
ถึงขั้นให้ข้อมูลผิดพลาดร้ายแรงว่า…เหตุที่ไม่มีข้อมูลของผู้สมัครคนดังกล่าว นั่นเพราะ…เขาถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองไปก่อนหน้านันแล้ว
หลายคนที่ได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่หน้างาน ถึงกับ “บ่น!” กับตัวเอง ในทำนอง…
“ระยำใจ! ยิ่งนักกับคำตอบแมวๆ เช่นนี้…”
แม้หลายกรณี…จะได้รับการแก้ไขหน้างาน แต่ผลกระทบทางการเมืองได้เกิดขึ้นไปแล้ว เพราะ…ความสับสนของผู้ใช้สิทธิ และ ภาพความไม่เป็นมืออาชีพของตัวแทน กกต. ที่ได้กัดกร่อนความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้งโดยรวม
หันดูท่าทีของ พรรคการเมืองใหญ่ ที่ต่างก็ออกมาสะท้อนถึงภาพนี้ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะ บางพรรคการเมือง ที่ถูกมองว่าตกเป็น “เป้าหมายหลัก” ของเหตุการณ์วานนี้ (2 ก.พ.)
โดย แกนนำพรรคประชาชน ชี้ว่า…ความผิดพลาดดังกล่าวกระทบต่อความโปร่งใสและสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน พร้อมกับ…เรียกร้องความรับผิดชอบที่มากกว่าคำขอโทษ
ขณะที่ พรรคเพื่อไทย มองว่า…ความผิดพลาดด้านข้อมูลผู้สมัคร อาจสร้างความเสียหายต่อคะแนนเสียงอย่างมีนัยสำคัญ และเรียกร้องให้ กกต. เร่งแก้ไขก่อนวันเลือกตั้งจริง
แม้ 2 พรรคใหญ่ จะมีมุมมองและข้อเสนอที่อาจแตกต่างกัน แต่สิ่งที่เห็นตรงกันในสาระสำคัญ นั่นก็คือ…
ความผิดพลาดครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก และไม่ควรถูกมองข้าม!!!
ในมุมมองเชิงยุทธศาสตร์…การเลือกตั้งล่วงหน้าไม่ควรถูกมองว่า…เป็นเพียง “วันซ้อม” ที่ผิดพลาดได้โดยไม่กระทบกับความน่าเชื่อถือของ กกต.
ตรงกันข้าม! สิ่งนี้…จะถือเป็น “บททดสอบความพร้อม” ของหน่วยงานรัฐ และความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้งก่อนวันจริง!!!
หากระบบยังปล่อยให้ความผิดพลาดแบบเดิม…หลุดรอดตั้งแต่ต้นทาง ความกังวลต่อ “วันเลือกตั้งจริง” ย่อมสูงขึ้น…ทวีคูณเป็นเงาตามตัว!!??
โจทย์ใหญ่ของ กกต. ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อน 8 กุมภาพันธ์ จึงไม่ใช่เพียงการย้ำว่า “ไม่มีบัตรเขย่ง” แต่คือ…การทำให้สังคมไทย ได้เล็งเห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่า…
ระบบได้รับการอุดช่องโหว่แล้วจริง มีการตรวจสอบซ้ำ มีมาตรฐานที่ชัดเจน และเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชนร่วมสังเกตการณ์อย่างโปร่งใส
นั่นเพราะในสนามการเมือง ความเชื่อมั่นของประชาชน…สำคัญไม่แพ้ผลคะแนนสุดท้าย!!!
หาก กกต. ทำได้จริง! วันเลือกตั้งจริง…อาจกลายเป็น “จุดเริ่มต้น!” ของความสงบทางการเมืองหลังปิดหีบเลือกตั้ง
แต่ถ้าความผิดพลาด…ซ้ำรอยเกิดขึ้นอีก!!! การเลือกตั้งครั้งนี้…อาจไม่จบแค่ในคูหาเลือกตั้ง
อาจจะยืดเยื้อไปถึง…คำร้อง ข้อพิพาท กระทั่ง ก่อเกิดเป็น คำถาม…ตัวยักษ์! ต่อความชอบธรรม! ของทั้งกระบวนการในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้
สมควรหรือไม่? ที่ความผิดพลาดเหล่านี้ จะต้องกลายเป็น “ต้นทุน” ของประเทศ ทั้งที่มันไม่สมควรจะต้องจ่ายกันสุดแสนจะแพง และจ่ายซ้ำแล้ว…ซ้ำเล่าขนาดนี้






