จุดตาย! เทคโนแครต

(เมื่อฝ่ายการเมือง…ไม่ยอมร่วม ‘รื้อโครงสร้างเศรษฐกิจ’ ประเทศจึงเสี่ยงล้มทั้งระบบ!!!)

การเปิดตัวทีมเศรษฐกิจ และการชู “คนนอก–คนเก่ง” กลายเป็น หมากสำคัญ! ของพรรคการเมืองใหญ่ หวังช่วงชิงความเชื่อมั่น ท่ามกลางข้อเสนอของภาคเอกชน “รื้อโครงสร้างเศรษฐกิจทั้งระบบ” คำถาม…ไม่ใช่ใครเก่งที่สุด แต่การเมืองจะยอมเจ็บ…เพื่อให้จบ! ในวันนี้หรือไม่? ประวัติศาสตร์การเมืองไทยพิสูจน์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า!  เหตุล้มเหลวของ “เทคโนแครต” หาใช่เพราะไร้ความสามารถ แต่เพราะถูกวางไว้ในระบบที่ไม่เคยคิดจะทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจริง!!!

“โค้งสำคัญ” ของการเมืองไทยในห้วงเลือกตั้ง 2569 ทุกพรรคการเมือง…ต่างกำลังแข่งกัน ส่งสัญญาณ “ความพร้อมเป็นรัฐบาล” ผ่านการ “เปิดตัว” ทีมเศรษฐกิจ, การดึงผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก และการใช้คำว่า “เทคโนแครต” หวังใช้เป็น “แต้มต่อ!” ในการสื่อสารกับภาคธุรกิจและตลาดทุน

ภาพเหล่านี้…สะท้อนความพยายามของพรรคการเมืองใหญ่ ที่หวังจะบอกกับสังคมไทยว่า…ประเทศกำลังจะได้เห็นรัฐบาลที่บริหารด้วยความรู้ ไม่ใช่เพียง…เกมการเมือง!!??

แต่ภายใต้ภาพความหวังดังกล่าว กลับมีคำถามเชิงโครงสร้างที่ยังไม่มีพรรคใด? ตอบอย่างตรงไปตรงมา นั่นคือ…หาก “เทคโนแครต” คือคำตอบของความคาดหวังข้างต้น แล้วเหตุใด? ที่ผ่านมา…ประเทศไทยจึงยังคง “ติดหล่ม!” โครงสร้างเศรษฐกิจเดิม…ซ้ำแล้วซ้ำเล่า!!!

คำถามนี้…ยิ่งชัดขึ้น? เมื่อข้อเสนอของภาคเอกชนโดยเฉพาะ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่ได้ ชี้เปรี้ยง! ตรงไปยัง…ปัญหาเชิงโครงสร้างที่การเมืองหลีกเลี่ยงมานาน

ตั้งแต่…ต้นทุนพลังงาน, ระบบภาษีและกฎระเบียบ, การเข้าถึงแหล่งทุนของ SME ไปจนถึง ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ที่ทั้งหมดเข้าไปทำให้…ประเทศไทยและภาคธุรกิจไทย เกิด “ต้นทุนแฝง” หนักหน่วงและต่อเนื่อง…

ข้อเสนอจาก ตัวแทนภาคเอกชน เหล่านี้ ไม่ได้ต้องการเพียงแค่…มาตรการระยะสั้น ในการแก้ไขปัญหาที่หยั่งรากฝังลึกอย่างมายาวนาน แต่ต้องการ เจตนารมณ์จากฝ่ายการเมืองที่จะต้อทำการ “รื้อระบบ!” ที่แตะผลประโยชน์เดิม…อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

และนี่เองคือ…จุดที่ทำให้ “เทคโนแครต” กลายเป็น “ตัวแปรทางการเมือง” มากกว่าจะเป็น “ผู้เปลี่ยนเกมเชิงโครงสร้าง!!!”

ในเชิงวาทกรรม! พรรคการเมืองใหญ่ ต่างแสดงท่าทีว่า…พร้อมเปิดพื้นที่ให้ “ผู้เชี่ยวชาญ” ได้เข้ามามีบทบาท

บางพรรค?…เน้นภาพความพร้อมเชิงโครงสร้างของทีม

บางพรรค?…ชูความหลากหลายของคนนอกระบบการเมือง

ขณะที่ อีกพรรค?…เลือกสงวนท่าที โดยให้เหตุผลถึงความเป็นจริงของการ “จัดตั้งรัฐบาล” และพรรคร่วมที่จะมีในอนาคต…

ท่าทีเหล่านี้…สะท้อนความเข้าใจทางการเมืองอย่างลึกซึ้ง แต่ในอีกด้านหนึ่ง…ก็สะท้อนความลังเลที่จะผูกมัดตัวเองกับ “ต้นทุนในทางการเมือง” ของการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างชัดเจน

ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจการเมืองไทย ได้ชี้ชัดว่า…“เทคโนแครต” ไม่เคยเป็นปัญหา และประเทศไทยก็ไม่เคยขาดคนเก่ง ไม่เคยขาดผู้เชี่ยวชาญที่มองเห็นปัญหาเชิงระบบ ที่สำคัญ…ไม่เคยขาด “แบบจำลองนโยบาย” ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

แต่สิ่งที่ขาด ก็คือ…พื้นที่ทางอำนาจที่ทำให้ความรู้เหล่านั้น แปรเปลี่ยนเป็นการตัดสินใจจริง!!??

“เทคโนแครต” จำนวนมากถูกดึงเข้ามาในช่วงที่การเมือง ต้องการความน่าเชื่อถือ แต่กลับถูก “จำกัด” บทบาททันทีที่ “ข้อเสนอ” เริ่มแตะ…โครงสร้างอำนาจ หรือผลประโยชน์ของกลุ่มเดิม

นี่คือ…จุดตาย! ของ “เทคโนแครต” ในทางการเมือง!!!

นั่นเพราะ พวกเขาต่างถูกคาดหวังให้…กล้าคิด, กล้าพูด และกล้าตัดสินใจ แต่…ไม่เคยได้รับอำนาจ! เพียงพอที่จะทำให้การตัดสินใจนั้น…เกิดผลจริง!

ที่ผ่านมา “เทคโนแครต”  แทบไม่ได้คุมงบประมาณ, ไม่ได้กำหนดกติกาหลัก และไม่สามารถจะ “ฟันฝ่า” ระบบราชการที่ฝังรากอยู่กับโครงสร้างเดิม

ดังนั้น การรื้อโครงสร้างเศรษฐกิจ! จึงถูกทำให้เหลือเพียงการ “ปรับ” มากกว่าการ “รื้อ” และถูกบรรจุเป็นนโยบายเฉพาะหน้า มากกว่าวาระแห่งชาติ!!??

ข้อเสนอของ กกร. ที่เรียกร้องให้ รัฐบาลและภาคเอกชน ได้ร่วมกัน “ออกแบบ” การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจ มันได้สะท้อนความจริงอีกด้านหนึ่งว่า…

ปัญหาเศรษฐกิจไทยไม่ได้แก้ได้ด้วย “คนเก่ง” เพียงลำพัง! หากแต่ต้องการ “การตัดสินใจ” ในทางการเมือง…ที่ผู้บริหารพรรคการเมือง….

ยอม “จ่ายต้นทุนล่วงหน้า”

ยอมที่จะ “ลดต้นทุนแฝง”

ยอม “การเปิดการแข่งขัน”

และ ยอมที่จะให้มี “การปฏิรูประบบราชการ”

เหล่านี้…ล้วนเป็นเรื่องที่อาจ “กระทบ” กับฐานอำนาจและฐานเสียงโดยตรง!

หากพรรคการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะ 3 พรรคใหญ่ “ภูมิใจไทย – ประชาชน – เพื่อไทย” ซึ่งมีโอกาสจะจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ในอีกไม่สัปดาห์ข้างหน้า ยังเลือกจะเลี่ยง…การพูดถึง “ต้นทุน” เหล่านี้

“เทคโนแครต” ที่ถูกนำมาอ้างอิงในทางการเมือง ก็จะถูกใช้เพียงแค่…เพื่อการ “สร้างภาพ” ความมั่นใจต่อฐานเสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้

มากกว่า…จะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริง!!!

ประโยคที่การเมืองไทย ไม่ค่อยกล้าพูด นั่นก็คือ…“ยอมเจ็บในวันนี้ เพื่อไม่เศรษฐกิจไทย…ต้องล้มทั้งระบบ! ในวันพรุ่งนี้”

นั่นเพราะ…การยอมเจ็บในวันนี้ หมายถึงการอธิบายความจริงที่ไม่สวยงาม, การยอมรับแรงต้านจากกลุ่มผลประโยชน์ และการเสี่ยงเสียคะแนนเสียงระยะสั้น

หากแต่…การไม่ยอมเจ็บในวันนี้ กำลังสะสม “ความเปราะบาง” ของระบบเศรษฐกิจไทยอย่างเงียบงัน! ที่เมื่อถึงวันหนึ่ง…การแก้ไขอาจเหลือเพียงแค่การเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน! และเจ็บปวดยิ่งกว่าเดิม!

หาก “เทคโนแครต” จะมีโอกาสได้ทำงาน กระทั่ง สามารถสร้างความสำเร็จให้เกิดขึ้นได้จริง! เงื่อนไขสำคัญ…ที่มี จึงไม่ใช่…การคัดเลือกคนเก่งที่สุด!

แต่คือ…การที่การเมือง ยอมเปลี่ยนบทบาทของ “เทคโนแครต” จาก… “ผู้ให้คำแนะนำ” มาเป็น “ผู้ร่วมกำหนดทิศทางประเทศ”

พวกเขาจะต้อง “มีอำนาจ” ตัดสินใจที่ผูกกับงบประมาณและกติกา

และ พรรคการเมืองเอง ก็จะต้องยอม รับ “ต้นทุน” ทางการเมืองของการรื้อโครงสร้างเศรษฐกิจที่ว่านี้…

รวมถึงจะต้อง “ร่วมสร้างและวางกลไกร่วม” ภาครัฐและเอกชนอย่างถาวร!!!

ที่สำคัญ…พรรคการเมืองจะต้องเร่งสื่อสารความจริงกับประชาชน และต้องปกป้องการเปลี่ยนแปลงจากเกมการเมืองระยะสั้น ควบคู่กันไปด้วย

ในท้ายที่สุด! ประเด็น “เทคโนแครต” จึงไม่ใช่คำถามที่ว่า…พรรคใด? จะมี “ทีมเศรษฐกิจ” ดูดีที่สุด! แต่คือคำถามที่ว่า…พรรคใด? พร้อมจะยอม “สูญเสียอำนาจ” บางส่วน เพื่อให้…โครงสร้างใหม่เกิดขึ้นจริง!

หากการเมือง…ยังไม่กล้าจะ “ยอมเจ็บ!” ในวันนี้ “เทคโนแครต” ก็จะยังคงเป็นเพียงแค่ความหวังที่ถูกหยิบมาใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ไม่เคยก่อประโยชน์ได้จริง!

และ ประเทศไทย….ก็อาจต้องเผชิญความเสี่ยง! ต่อการ “ล้มทั้งระบบ!!!” ในวันพรุ่งนี้…ต่อไป??? อย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในประวัติศาสตร์ชาติไทย!!??.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password