กทม. บนเส้นเปลี่ยนเกม!!??  

การเลือกตั้งในกรุงเทพฯ รอบใหม่ ไม่ได้เป็นเพียงการวัดกระแสฝ่ายค้านหรือความนิยมเชิงอุดมการณ์อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นสนามทดสอบผลงานรัฐบาลและความสามารถในการบริหารประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ท่ามกลางการแข่งขันที่เปิดกว้างขึ้นสำหรับพรรคนอกสายตา โดยเฉพาะพรรคที่สามารถแปลง “อำนาจรัฐ” ให้เป็น “คะแนนเมือง” ได้จริง

หาก การเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร รอบก่อน คือ เวทีพิสูจน์พลังของฝ่ายค้านและการเมืองเชิงอุดมการณ์ การเลือกตั้งรอบใหม่ ที่กำลังจะมาถึงนี้ จัดว่า…กำลังเคลื่อนตัวไปสู่สนามอีกประเภทหนึ่งอย่างชัดเจน!

นั่นคือ…เวทีทดสอบรัฐบาล!!!

พื้นที่ที่จะเป็น…เวที “ตัดสิน” ความสามารถในการบริหารประเทศ มากกว่าการเลือกข้างทางความคิดเพียงอย่างเดียว???

ความเปลี่ยนแปลงนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน! หากแต่ค่อย ๆ ก่อตัวจากประสบการณ์ของคนเมืองที่ต้องเผชิญกับสารพัดปัญหา ทั้ง….ค่าครองชีพ, ความปลอดภัย, การเดินทาง และคุณภาพชีวิตในชีวิตประจำวัน

ทั้งหมดล้วนเป็นปัญหาที่ไม่อาจแก้ได้ด้วยวาทกรรมหรือจุดยืนเชิงอุดมการณ์เพียงอย่างเดียว!!!

กรุงเทพฯ จึงไม่ใช่เพียง “เมืองหลวงทางการเมือง” หากแต่เป็น…พื้นที่สะท้อน “ความคาดหวังใหม่” ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

คนเมืองจำนวนไม่น้อย ยังให้คุณค่ากับ…อุดมการณ์, การตรวจสอบ และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง แต่ในขณะเดียวกัน ก็เริ่มตั้งคำถามมากขึ้น ว่า…

ใครสามารถจัดการปัญหาเฉพาะหน้าได้จริง?

ใครมีเครื่องมือ มีอำนาจ และมีทีมงานที่พร้อมทำงานได้ทันทีหลังการเลือกตั้ง?

ความคิดเช่นนี้ ทำให้ “สนามเลือกตั้ง กทม.” เริ่มขยับจาก “สนามอารมณ์การเมือง” ไปสู่ “สนามสมรรถนะการบริหาร” หมายถึง…เมื่อได้ “อำนาจรัฐ” มาแล้ว สามารถจะบริหารงาน…บริหารประเทศ จนเกิดประโยชน์โพดผลต่อประชาชนคนไทย โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ กว่า 10 ล้านคน ได้จริง!!!

ภายใต้บริบทนี้ พรรคที่เคยครองความได้เปรียบ ในฐานะ “เจ้าของกระแสเมืองหลวง” และ ยังคงมีฐานเสียงที่แข็งแรง แต่ไม่อาจประมาทได้เหมือนเดิม เพราะ “กระแสความนิยม” ในเชิงอุดมการณ์ ไม่ได้ “แปลโดยอัตโนมัติ” ว่า…จะผูกขาดความคาดหวังด้านการแก้ปัญหาปากท้องและการบริหารเมืองในระยะสั้น ได้เหมือนเดิมอีกต่อไป

ขณะที่ พรรคการเมืองดั้งเดิม ซึ่งเคยเป็น “เจ้าของพื้นที่ กทม.” ในอดีต ก็ยังเผชิญกับ “โจทย์เดิม?” นั่นคือ…การฟื้นความเชื่อมั่นและการนำเสนอภาพลักษณ์ ที่สอดรับกับบริบทเมืองที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

สิ่งที่น่าสนใจที่สุด! ในรอบนี้ คือ การขยับตัวของพรรคที่อยู่ฝั่งรัฐบาล ซึ่งเริ่มมองเห็นกรุงเทพฯ ไม่ใช่พื้นที่ “ปิดตาย” แต่เป็น “สนามทดสอบผลงาน” อย่างแท้จริง!

การส่ง “ผู้สมัคร” ครบทุกเขต ทั้ง 33 เขตเลือกตั้ง รวมถึง…การดึงบุคลากรที่มีภาพลักษณ์ด้านการจัดการ, การบังคับใช้กฎหมาย และการทำงานเชิงระบบเข้ามาเป็นหัวหอก

ทั้งหมด…ล้วนสะท้อนความพยายามแปลงสถานะของรัฐบาล ให้กลายเป็น “จุดขาย” ให้กับคนเมืองหลวง???

นี่คือ…ความเปลี่ยนแปลงเชิงยุทธศาสตร์! ที่ไม่เคยเกิดขึ้นอย่างจริงจังมาก่อนในสนาม กทม.!!??

อย่างไรก็ตาม โอกาสนี้…ก็ใช่ว่าจะไม่มีจากความเสี่ยง??? การเป็นรัฐบาล หมายถึงการ “ถูกตรวจ” สอบผลงาน อย่างมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้…

ปัญหาความล่าช้า, ความไม่ต่อเนื่อง หรือการสื่อสารที่ไม่สามารถเชื่อมโยง “นโยบายระดับประเทศ” เข้ากับชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพฯ ได้

สิ่งนี้ ก็อาจจะ “ย้อนกลับ” มาเป็นภาระทางการเมืองในสนามเลือกตั้งเขตได้เช่นกัน!!!

ดังนั้น กทม. จึงไม่ใช่พื้นที่ที่ “อำนาจรัฐ” จะถูกแปลงเป็นคะแนนเสียงได้โดยอัตโนมัติ หากแต่ต้องอาศัยความเข้าใจปัญหาเมืองอย่างลึกซึ้ง และผู้สมัครที่มีตัวตนจริงในพื้นที่

ในภาพรวม! การแข่งขันในกรุงเทพฯ รอบนี้…มีแนวโน้มสูงที่จะเป็นการแข่งขันแบบ…หลายเส้า!!?? มากกว่าการเทคะแนนแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เหมือนที่แล้วๆ มา

เขตชั้นใน…ที่ยังให้คุณค่ากับ “อุดมการณ์” และ “การเมืองเชิงหลักการ” จะยังเป็น…พื้นที่ที่การแข่งขันเข้มข้น! ในหมู่พรรคเดิม

ขณะที่ เขตชานเมือง, กลุ่มคนทำงาน และพื้นที่ที่ปัญหาปากท้องเป็นตัวกำหนดการตัดสินใจ นั้น ก็มีโอกาสสูง! ที่จะกลายเป็น “พื้นที่พลิกเกม!!!”

ซึ่ง ผลแพ้ชนะอาจตัดสินกันที่ “ตัวผู้สมัคร” มากกว่าชื่อพรรค

ในบริบทเช่นนี้ ทุกพรรคการเมืองที่หวัง “แย่งชิง” เก้าอี้ ส.ส. 33 ตัวในพื้นที่กรุงเทพฯ จำเป็นจะต้องปรับยุทธศาสตร์อย่างจริงจัง???

พรรคที่มีฐานอุดมการณ์เข้มแข็ง จะต้องตอบคำถามให้ได้ว่า…จะเปลี่ยน “พลังความคิด” ให้กลายเป็นผลลัพธ์เชิงนโยบายที่จับต้องได้อย่างไร?

พรรคการเมืองดั้งเดิม เอง ก็จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า…ตนเองไม่ติดอยู่กับภาพจำเดิม และสามารถเข้าใจชีวิตคนเมืองยุคใหม่ได้จริง

ส่วน พรรคที่อยู่ฝั่งรัฐบาล ต้องแสดงให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่า…“การบริหารประเทศ” สามารถเชื่อมต่อกับ “การแก้ปัญหาเมือง” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่เพียงการใช้ “ตำแหน่ง” หรือ “อำนาจ” เป็นเครื่องมือทางการเมือง

ท้ายที่สุด! การเลือกตั้งกรุงเทพฯ รอบนี้ อาจไม่ได้ตัดสิน เพียงแค่ว่า…ใครจะได้ ส.ส. มากที่สุด! แต่กำลังจะตัดสินว่า… คนเมืองหลวงต้องการเห็นการเมืองแบบใดในทศวรรษข้างหน้า???

ระหว่าง…การเมืองที่ยืนอยู่บนหลักการเพียงอย่างเดียว, การเมืองที่อาศัยเครือข่ายเดิม หรือการเมืองที่ถูกท้าทายให้พิสูจน์ความสามารถในการบริหารอย่างแท้จริง

และคำตอบจากกรุงเทพฯ อาจส่งแรงสะเทือนไปไกลกว่าที่หลายพรรคคาดคิดไว้มากนัก!!!.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password