มันคือการเมือง!!??

(น้ำตา…สั่นเครือ…แดกส้ม…อมยิ้ม…งอแง…โกงเลือกตั้ง???)

อาการหลั่งน้ำตา กับเสียงสั่นเครือ ท่ามกลางวิวาทะการมือง…กับคำพูดกระแทกแดกดัน เสียดสี ถูกปล่อยลงบนเวทีการเมืองหลังเลือกตั้ง พร้อมข้อกล่าวหา “โกง” ที่ดังยิ่งกว่าคะแนนในหีบบัตรเลือกตั้งในหลายเขต หลายพื้นที่! เมื่ออารมณ์กลายเป็นเครื่องมือสื่อสาร ความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้งทั้งระบบ! จึงถูกท้าทายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทว่าทั้งหมด…มันคือการเมืองไทย!!!

หลังการเลือกตั้งใหญ่ 8 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา ภาพที่ปรากฏต่อสาธารณะ…ไม่ได้มีเพียง ตัวเลขคะแนนหรือสูตรจัดตั้งรัฐบาล หากแต่เป็น “อารมณ์” ที่ถูกส่งออกมาอย่างต่อเนื่องผ่านเวทีสื่อ…

อาการหลังน้ำตา กับเสียงสั่นเครือ หรือจะหันไปมองที่คำพูดกระแทกแดกดัน ด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่ซ่อนการปฏิเสธ

แม้กระทั่ง ข้อกล่าวหาหนักหน่วงและรุนแรง อย่างคำว่า…“โกงเลือกตั้ง”

ทั้งหมดนี้…รวมกันเป็นปรากฏการณ์เดียวกัน นั่นคือ…การเมืองเชิงอารมณ์ ที่กำลังแย่งพื้นที่จากการเมืองเชิงเหตุผล!!??

อีกฉากหนึ่ง? ที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง คือช่วงเวลาที่ “หัวหน้าเท้ง” นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคประชาชน ปรากฏตัวใน รายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ เมื่อช่วงสายวานนี้ (10 ก.พ.) ตอบคำถามของ นายสรยุทธ์ สุทัศนจินดา ผู้ดำเนินรายการ ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและอารมณ์สะเทือนใจ

ภาพดังกล่าว ไม่ได้เป็นเพียงความรู้สึกส่วนบุคคล หากทำหน้าที่เป็น “สัญญาณ” ทางการเมือง…สื่อสารไปยังผู้ชม ว่า...มีบางสิ่งในกระบวนการที่ทำให้ความเชื่อมั่นสั่นคลอน???

น้ำตา…จึงกลายเป็น “ภาษา” แทนข้อสงสัย และ “เสียงสั่นเครือ” กลายเป็นคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ?

อีกฟากหนึ่งของ…สนามอารมณ์ คำว่า…“แดกส้ม” ถูกหยิบขึ้นมาใช้ในพื้นที่สาธารณะ โดย “ไอซ์” น.ส.รัชนก ศรีนอก แกนนำพรรคสีส้ม ระหว่างการตั้งคำถามต่อกรณีการนับคะแนนใหม่ เขต 1 จังหวัดชลบุรี

คำนี้…ไม่ใช่เพียงถ้อยคำรุนแรง! แต่เป็น…วาทกรรมที่ลดทอนความชอบธรรมของฝ่ายตรงข้าม ทำให้ความขัดแย้งถูกลดทอนความน่าเชื่อถือ?

จากข้อเท็จจริงเชิงกระบวนการ ไปสู่…การแบ่งขั้วเชิงอัตลักษณ์

“เรา…เขา” อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น!!!

ขณะเดียวกัน นายสุชาติ ชมกลิ่น แกนนำพรรคภูมิใจไทย และ ว่าที่ ส.ส. เขต 1 จ.ชลบุรี จุดที่เป็น “ศูนย์กลาง” ของประเด็นปัญหานี้ โดยให้สัมภาษณ์กับนักข่าวที่ ทำเนียบรัฐบาล และเลือกจะสื่อสารด้วยน้ำเสียงอีกแบบหนึ่ง

กับวลี “อมยิ้ม”  ปน “งอแง” เหมือนเด็กไม่รู้จักโต เรียกร้องจะเอาโน่นนี่ พร้อมกับค่อนขอดถึงกระแสเรียกร้องให้ “นับคะแนนใหม่” โดยเฉพาะเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี ที่ตัวเขาชนะเลือกตั้ง ถือเป็นการ “ปั่น” จากพรรคสีส้ม???

ท่าทีเช่นนี้…สะท้อนการเมืองเชิงปฏิเสธความรับผิดในเชิงสัญลักษณ์ กล่าวคือ…ไม่ยอมรับแรงกดดัน แต่ก็ไม่ปล่อยให้เรื่องจบลงด้วยเหตุผลทางเทคนิค

หากเลือกโยนคำอธิบายกลับไปยังมีใครบางคน? ทำหน้าที่เป็น…“เบื้องหลังทางการเมือง”

เมื่ออารมณ์ทั้ง 3 แบบเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ทั้ง…สะเทือนใจ ดุดัน และปฏิเสธ แล้วมาบรรจบกัน!

คำถามใหญ่ที่มีตามมา จึงไม่ใช่แค่ว่า…“ควรนับคะแนนใหม่หรือไม่?”

แต่คือ…ใครกำลังครอบครองการเล่าเรื่องของการเลือกตั้งครั้งนี้อยู่???

เพราะในอีกระดับหนึ่ง ข้อกล่าวหาที่หนักที่สุด! ได้ถูกปล่อยออกมาแล้ว นั่นคือคำว่า…“โกงเลือกตั้ง” ซึ่งพุ่งเป้าไปยัง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยตรง…

ถึงขั้นที่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แกนนำพรรคประชาชน เดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีกับ กกต. จังหวัดชลบุรี ประธานหน่วยเลือกตั้งที่ 15 จ.ชลบุรี และ กกต. ทั้ง 7 คน ที่ สภ.เมืองชลบุรี

โทษฐาน “ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่” ตามมาตรา 157 ของประมวลกฎหมายอาญา และมาตรา 172 ของ มาตรา 172 ของ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561

คำว่า “โกง” แม้จะยังไม่มีข้อยุติทางกฎหมาย แต่การถูกพูดซ้ำในพื้นที่สาธารณะ ย่อมสร้างผลทางการเมืองทันที!

ก่อเกิดเป็นการ “กัดกร่อน” ศรัทธาของพี่น้องประชาชน ต่อกระบวนการเลือกตั้งทั้งระบบ และ ทำให้ กกต. ถูกลากออกจากบทบาท “ผู้จัดการเลือกตั้ง” ไปสู่การเป็น “คู่ขัดแย้ง” ในสายตาสังคมไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

และนี่คือ…ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่อันตรายยิ่งกว่า…ความพ่ายแพ้หรือชัยชนะของผู้สมัครรายใดรายหนึ่ง

การเมืองไทยในห้วงเวลานี้ จึงไม่ได้ต่อสู้กันด้วยนโยบาย หรืออุดมการณ์เพียงอย่างเดียว หากกำลังแข่งขันกันว่า…

อารมณ์แบบใด? จะถูกยอมรับว่า…เป็นความจริง!!!

“น้ำตา” อาจทำให้ผู้ชม เชื่อว่า…เกิดความอยุติธรรม คำพูดรุนแรง อาจทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่า…มีศัตรู และรอยยิ้มปฏิเสธอาจทำให้ผู้สนับสนุนคลายความกังวล

แต่ทั้งหมดนี้ หากไร้คำอธิบายที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ ย่อมพาสังคมไทยออกห่างจากสาระของประชาธิปไตยไปอีกขั้น

ท้ายที่สุด! ประเด็นนี้ (น้ำตา…สั่นเครือ…แดกส้ม…อมยิ้ม…งอแง…โกงเลือกตั้ง???) อาจไม่ได้จบลงที่การนับคะแนนใหม่หรือไม่???

แต่จะอยู่ที่ว่า…ระบบเลือกตั้งจะฟื้นความเชื่อถือกลับมาได้เพียงใด? ในวันที่อารมณ์ดังยิ่งกว่าคะแนน และคำกล่าวหาดังกว่าคำชี้แจง

การเมืองไทยนาทีนี้ จึงอาจกำลังถูกทดสอบ ในสิ่งที่…อาจไม่ใช่แค่เรื่อง “อำนาจรัฐ” แต่คือ…ความสามารถของระบบในการรักษาศรัทธาของประชาชน ให้ยังคงอยู่ต่อไป!

หรือใครจะหาเหตุผลอื่นมาลบล้างข้อสังเกตข้างต้นว่า…เรื่องทั้งหมด เพราะมันคือ…การเมือง (แบบไทยๆ!!!).

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password