เบียด…หืด!

(พรรคกลาง – พรรคเล็ก : ชะตา ‘ตัวแปรอำนาจ’ เลือกตั้ง’69…เบียด – แย่งเข้าสภาฯ)

เมื่อเกมการเมืองปี 2569 ถูกขับเคลื่อนโดย 3 พรรคใหญ่เป็นแกนหลัก น่าสนใจว่า “พรรคขนาดกลาง–เล็ก” จำนวนมาก จึงไม่ได้แข่งขัน กันเพื่อหวังจะ “ชนะใจประชาชน” แต่กำลังแข่ง…เบียนแย่งกัน+ เพื่อเข้าสภาฯ และขอเพียงแค่ได้มี “ที่ยืน” ในสมการอำนาจ…หลังวันเลือกตั้ง

ท่ามกลางสถานการณ์จริง! ที่สนามการเมืองไทย…ถูกครอบงำด้วยการแข่งขันเชิงนโยบายและกระแสของ “3 พรรคใหญ่”พรรคภูมิใจไทย, พรรคเพื่อไทย และ พรรคประชาชน

ภาพของ พรรคขนาดกลางและพรรคเล็ก ที่มีโอกาสจะได้ ส.ส. ตามมา กลับถูก “ลดทอน” บทบาทให้เหลือเพียง “ผู้เล่นประกอบฉาก”

ทั้งที่ในความเป็นจริง…พรรคเหล่านี้ คือ ตัวแปรสำคัญของการจัดตั้งรัฐบาล และเป็น “กลไก…ชี้ขาด!” เสถียรภาพทางการเมือง…ในระยะถัดไป ด้วยซ้ำ!!!

อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งปี 2569 ถือเป็นสนามการเมืองที่ “โหดร้าย” กับพรรคกลุ่มนี้เป็นพิเศษ

นั่นเพราะ…หลายพรรค ไม่ได้เริ่มต้นจาก “ศูนย์” แต่เริ่มต้นจาก…“ภาระทางความทรงจำทางการเมือง” ที่สังคมไทย ได้เคยตัดสินกันไปบ้างแล้ว???

ใครเป็นใคร? อย่างไร? โอกาสมีมากน้อยแค่ไหน? ลองไปวิเคราะห์กันดู…

ประชาธิปัตย์: แบรนด์เก่าในเงาอดีตที่ยังไม่จาง

การกลับมาของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในบทบาท หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อาจถูกมองว่า…เป็นการ “เรียกคืน” ความน่าเชื่อถือเชิงสถาบัน

แต่ใน ทางการเมืองจริงภาพจำจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมของ “คนเสื้อแดง” เมื่อปี 2552–2553 ยังคงเป็นเงาทับซ้อนที่พรรคไม่สามารถสลัดออกได้

ปัญหาของประชาธิปัตย์ในวันนี้ ไม่ใช่เรื่อง “ขาดนโยบาย” หรือ “ความรู้เชิงเทคนิค” แต่สิ่งที่ ขาด! กลับเป็นสถานการณ์ที่ “ตัวผู้นำ” ถูกผูกโยงกับภาพความทรงจำในอดีต ซึ่งเป็นที่มาของความรุนแรงทางการเมือง

และสิ่งนี้…ได้ขัดแย้งกับความคาดหวังของ คนรุ่นใหม่และฐานประชาธิปไตย ในวันนี้…

พรรคประชาธิปัตย์ จึงอาจเหลือพื้นที่เฉพาะในบางเขต และบางพื้นที่ในภาคใต้ แต่คงยาก…หากคิดจะกลับมาเป็น…พรรคกำหนดทิศทางประเทศ เหมือนในอดีต!!!

กล้าธรรม: พรรคที่แข็งในดีล แต่อ่อนในสายตาสาธารณะ

ในอีกฟากหนึ่ง พรรคกล้าธรรม ภายใต้การนำของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า คนที่ประกาศตนเป็น “หัวหน้าพรรคตัวจริง” กลับถูกมองว่าเป็น…พรรคของ “การเมืองหลังบ้าน” มากกว่าการเมืองเชิงอุดมการณ์

ภาพลักษณ์ กับ…ฉายาที่นักข่าวเคยตั้งให้ในอดีต “เทามนัส” ทำให้พรรคนี้…แทบไม่มีโอกาส “ชนะใจ” มวลชนในวงกว้าง แต่กลับมี “มูลค่าสูงมาก!” ใน…สมการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ในอีกไม่สัปดาห์ข้างหน้า

พรรคกล้าธรรม…จึงไม่ใช่พรรคที่แข่งเพื่อคะแนนนิยม หากแต่เป็นพรรคที่วางตำแหน่งตัวเอง เพื่อ ต่อรองอำนาจหลังเลือกตั้ง โดยตรง

และถูกมองว่าเป็น พรรคที่อาจมี ส.ส. ไม่มาก แต่ “มีน้ำหนักเกินจำนวนที่นั่ง” จริง!!??

พลังประชารัฐ: พรรคที่หมดแรงขับเคลื่อนเชิงโครงสร้าง

การที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตหัวหน้าพรรคฯสดๆ ร้อนๆ แสดงท่าทีถอยออกจากสนามการเมือง ด้วยการ “ส่งต่อไม้” ให้กับ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รับบทหัวหน้าพรรคฯคนใหม่ เท่ากับส่งสัญญาณว่า…พลังประชารัฐสิ้นสุดบทบาทในฐานะ “พรรคระดับชาติ” ไปแล้ว

ที่เหลือ…จึงเป็นเพียง การรวมตัวของกลุ่มบ้านใหญ่และเครือข่ายท้องถิ่น เท่านั้น

พปชร. ในสนามเลือกตั้ง 2569 จึงไม่ใช่พรรคที่เสนอ…อนาคตใหม่ แต่เป็นพรรคที่พยายามรักษาที่นั่งเดิม เพื่อใช้เป็น “ทุนต่อรอง” ในรัฐบาลผสมมากกว่า

รวมไทยสร้างชาติ: พรรคที่สูญเสียจิตวิญญาณพร้อมผู้นำ

กรณีของ พรรครวมไทยสร้างชาติ สะท้อนชัดว่า…พรรคที่ “ผูกแบรนด์” กับตัวบุคคลมากเกินไป! ย่อมเสี่ยงต่อการล่มสลายเมื่อบุคคลนั้นถอยออกจากเวที

แน่นอนว่า…การที่ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ปัจจุบัน…มีสถานะเป็น “องคมนตรี”  และได้ “ตัดขาด” บทบาททางการเมือง ย่อมทำให้…

รทสช. ขาดแกนหลัก! ทั้งเชิงอุดมการณ์และความรู้สึกผูกพันของผู้เลือกตั้ง

ในสนาม 2569 พรรคนี้…จึงมีสถานะไม่ต่างจาก “พรรคตกค้างทางการเมือง” ที่อาจได้ ส.ส. เชิงสัญลักษณ์ แต่แทบไม่เหลือ…อิทธิพลเชิงโครงสร้าง แต่อย่างใด?

พรรคเศรษฐกิจ และพรรคเล็กอื่น ๆ: รู้บทบาทตัวเอง จึงอยู่รอด

พรรคเศรษฐกิจ ภายใต้การนำของ พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ รวมถึง พรรคไทยสร้างไทย ของ คุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และ พรรคเสรีรวมไทย ของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส มีจุดร่วมสำคัญ คือ “รู้ขนาดของตัวเอง”

พรรคเหล่านี้…ไม่ได้ตั้งเป้า “ชนะ…ระดับประเทศ!” แต่หวังมี “ที่นั่ง” เพียงพอเพื่อรักษาตัวตนและต่อรองบทบาทใน “รัฐบาลผสม”

แตกต่างจากบางพรรคที่พยายาม “ฝืนเกมใหญ่” จนสูญพันธุ์ไปจาก…แผนที่การเมือง อย่างที่เห็นๆ กันในอดีต

บทสรุปเชิงกลยุทธ์

การเลือกตั้งปี 2569 จึงไม่ใช่เวทีที่ “โหดร้าย” กับพรรคเล็ก เพราะประชาชนใจร้าย!!! หากแต่เป็นเวทีที่ โคตรโหด! กับ…พรรคที่หนีอดีตของตัวเองไม่ได้!!!

พรรคกลาง – พรรคเล็ก…ที่ยังเหลือพื้นที่ยืน! นั่นเพราะ พวกเขาเป็นพรรคที่ยอมรับความจริงว่า…บทบาทของตนไม่ใช่ “ผู้กำหนดอนาคตประเทศ”

อย่างมากก็เป็นได้แค่…ตัวแปรค้ำเสถียรภาพอำนาจหลังการเลือกตั้ง!!!

ดังนั้น สมการการเมือง นับจากวันนี้ไป? จำนวนที่นั่งอาจไม่มาก แต่หาก…พรรคกลาง – พรรคเล็ก เลือกจังหวะยืนให้ถูกที่ ถูกทาง ถูกเวลา ก็อาจจะสร้างโอกาสของความอยู่รอดในทางการเมืองได้เช่นกัน!!!.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password