‘สายฟ้าน้อย’ รุ่น 21

(2 องค์กรผนึก ‘ปั้นนักข่าวยุค AI’ ชี้! เทคโนโลยีเปลี่ยนโลกสื่อ แต่จริยธรรมยังเป็น ‘หัวใจ’ ของวิชาชีพ)
สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ร่วมกับ ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดตัวโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “นักข่าวสายฟ้าน้อย” รุ่นที่ 21 มุ่งสร้างนักข่าวและนักสื่อสารรุ่นใหม่ พร้อมรับมือกับ “ภูมิทัศน์สื่อยุคดิจิทัล” หลัง AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ย้ำ! เทคโนโลยีพร้อมช่วย “เพิ่มประสิทธิภาพ” การทำงาน แต่ความถูกต้อง ความรับผิดชอบ และจริยธรรมวิชาชีพ ยังคงเป็นรากฐานสำคัญของการทำหน้าที่สื่อมวลชน

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเข้ามามีบทบาทในทุกมิติของสังคมและการสื่อสาร สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย จึงร่วมกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “นักข่าวสายฟ้าน้อย” รุ่นที่ 21 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่นิสิตนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ก้าวสู่การเป็นนักข่าวและนักสื่อสารรุ่นใหม่ที่มีทั้งความรู้ ทักษะ และจริยธรรมในการประกอบวิชาชีพ
ทั้งนี้ โครงการ “นักข่าวสายฟ้าน้อย” ถือเป็นกิจกรรมที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 2 ทศวรรษ โดยเป็นเวทีสำคัญในการ บ่มเพาะเยาวชนที่สนใจงานด้านสื่อสารมวลชน ให้ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสกระบวนการทำงานข่าวอย่างรอบด้าน ตั้งแต่…การคิดประเด็น การสืบค้นข้อมูล การสัมภาษณ์ การตรวจสอบข้อเท็จจริง การผลิตเนื้อหาข่าว ตลอดจน การเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มสื่อในรูปแบบต่าง ๆ

นางพิมลพรรณ ศิริวงศ์วานงาม หัวหน้าสายงานประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันทุกคนสามารถเป็นผู้สื่อสารได้ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีอยู่จำนวนมาก การแข่งขันด้านความรวดเร็วในการนำเสนอข้อมูลจึงเกิดขึ้นตลอดเวลา แต่สิ่งที่ทำให้สื่อมวลชนมืออาชีพมีคุณค่าและแตกต่าง คือการนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง มีความรับผิดชอบ และยึดมั่นในจรรยาบรรณวิชาชีพ
ทรูในฐานะองค์กรด้านเทคโนโลยีและโทรคมนาคม เชื่อมั่นในพลังของการสื่อสารที่สามารถเชื่อมโยงผู้คน ความคิด และสังคมเข้าด้วยกัน แต่พลังดังกล่าวจะไม่สามารถสร้างประโยชน์ได้อย่างแท้จริง หากปราศจากความถูกต้อง ความเข้าใจต่อผู้คน และหลักจริยธรรมในการสื่อสาร ด้วยเหตุนี้ ทรูจึงให้การสนับสนุนโครงการนักข่าวสายฟ้าน้อยมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมสร้างบุคลากรสื่อรุ่นใหม่ที่มีทั้งทักษะด้านเทคโนโลยีและจิตสำนึกต่อสังคม
“พลังของการสื่อสารจะไม่มีคุณค่าเลย หากการนำเสนอไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องและจริยธรรม” นางพิมลพรรณ ย้ำ พร้อมแสดงความภาคภูมิใจที่ได้เห็น “ศิษย์เก่าสายฟ้าน้อย” จำนวนมากเติบโตเข้าสู่วงการสื่อมวลชนอย่างมีคุณภาพในปัจจุบัน

ด้าน นายพีระวัฒน์ โชติธรรมโม นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย กล่าวว่า โครงการสายฟ้าน้อยยังคงเป็นภารกิจสำคัญของสมาคมในการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ให้กับคนรุ่นใหม่ โดยปีนี้ได้รับความสนใจจากนิสิตนักศึกษาทั่วประเทศอย่างมาก มีผู้สมัครเข้าร่วมเกือบ 100 คน และผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมอบรมจำนวน 80 คน ซึ่งนับเป็นจำนวนที่มากที่สุดครั้งหนึ่งตั้งแต่มีการจัดโครงการ
“แม้เทคโนโลยี AI จะกลายเป็นหัวข้อสำคัญที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน แต่สิ่งที่สังคมต้องเข้าใจคือ AI ไม่ได้เข้ามาแทนที่วิชาชีพสื่อมวลชน หากแต่เป็นเครื่องมือที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน” นายพีระวัฒน์ กล่าวและย้ำว่า…AI ไม่ใช่ทุกสิ่งในชีวิต และ AI ไม่ได้เข้ามาแทนวิชาชีพสื่อ แต่เป็นผู้ช่วยที่ทำให้เราทำงานได้เร็วขึ้น ทำงานได้มากขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
พร้อมกันนี้ นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ยังได้ยกตัวอย่างที่น่าสนใจว่า ในอดีตนักข่าวหรือบรรณาธิการอาจใช้เวลาจำนวนมากในการจัดการข้อมูล แต่ในปัจจุบัน AI สามารถช่วยลดภาระงานซ้ำซากได้ ทำให้ผู้ปฏิบัติงานมีเวลาไปทำหน้าที่ที่สำคัญกว่า เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล การตรวจสอบข้อเท็จจริง และการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับเนื้อหาข่าว
อย่างไรก็ตาม จริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานสื่อ ไม่ว่าจะเป็นสื่อกระแสหลัก สื่อออนไลน์ หรือผู้สร้างคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มดิจิทัล
“วันนี้ไม่มีคำว่าสื่อหลักหรือสื่อรอง ไม่มีคำว่าสื่ออิสระหรือสื่อทางเลือก มีเพียงคำว่า “สื่อมืออาชีพ” ที่ต้องยืนอยู่บนหลักจริยธรรมเดียวกัน” นายพีระวัฒน์ ย้ำทิ้งท้าย

อีกหนึ่ง ไฮไลต์สำคัญ ของการเปิดโครงการนี้ นั้นก็คือ…การบรรยายพิเศษหัวข้อ “โลกของ AI โลกที่คนรุ่นใหม่ต้องรู้เท่าทัน” โดย นายวศิน เจิดนภาพันธ์ Head of Products & Strategic Partnership, True Digital Academy ซึ่งได้สะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงานในอนาคต
นายวศิน กล่าวว่า AI กำลังเปลี่ยนโครงสร้างตลาดแรงงานทั่วโลกอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะงานที่มีลักษณะซ้ำซากหรือสามารถประมวลผลผ่านระบบอัตโนมัติได้ ขณะเดียวกันมนุษย์ยังคงมีข้อได้เปรียบในด้านที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้ เช่น ความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น ภาวะผู้นำ การคิดวิเคราะห์เชิงระบบ และการตัดสินใจบนพื้นฐานของบริบททางสังคม
สำหรับ วิชาชีพสื่อมวลชน นายวศิน มองว่า AI จะเป็นผู้ช่วยที่มีประสิทธิภาพในการค้นคว้าข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล หรือถอดเทปสัมภาษณ์ แต่ไม่สามารถลงพื้นที่ สร้างความสัมพันธ์กับแหล่งข่าว หรือเข้าใจความรู้สึกของผู้คนในสถานการณ์จริงได้
“AI ไม่มีแหล่งข่าว แต่คนข่าวมีแหล่งข่าว และนั่นคือสิ่งที่ยังคงเป็นคุณค่าของมนุษย์” นายวศิน กล่าว ก่อนจะระบุว่า…อนาคตของโลกการทำงานจะไม่ได้เป็นการแข่งขันระหว่างมนุษย์กับ AI แต่เป็นการแข่งขันระหว่างผู้ที่สามารถใช้ AI ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ กับผู้ที่ไม่สามารถปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

ดังนั้น การอบรม “นักข่าวสายฟ้าน้อย รุ่นที่ 21” จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมเพื่อสอนทักษะการทำข่าวเท่านั้น แต่เป็นการเตรียมความพร้อมให้คนรุ่นใหม่สามารถก้าวเข้าสู่โลกแห่งการสื่อสารที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ด้วยความรู้เท่าทันเทคโนโลยี ควบคู่กับการยึดมั่นในจริยธรรม ความรับผิดชอบ และความเป็นมืออาชีพ ซึ่งยังคงเป็นรากฐานสำคัญของวิชาชีพสื่อมวลชนในทุกยุคสมัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากการเรียนรู้ด้านจริยธรรมและการรายงานข่าวแล้ว หลักสูตรสายฟ้าน้อย รุ่นที่ 21 ยังได้รับการปรับปรุงให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกสื่อยุคใหม่ โดยเพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับ AI การผลิตคอนเทนต์ดิจิทัล การใช้ข้อมูลเพื่อการสื่อสาร การเล่าเรื่องด้วยภาพและวิดีโอสั้น ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการทำงานข่าวบนหลายแพลตฟอร์ม
โดยการอบรมในปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-11 มิถุนายน 2569 ณ สวนนงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยผู้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งเป็นตัวแทนของนักศึกษาจากสถาบันชั้นนำทั่วประเทศรวม 80 คน จะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ผ่านการทำงานเป็นทีม การจำลองสถานการณ์กองบรรณาธิการ การลงพื้นที่เก็บข้อมูลจริง การผลิตข่าวและคอนเทนต์ รวมถึงการนำเสนอผลงานต่อวิทยากรและผู้ทรงคุณวุฒิจากแวดวงสื่อสารมวลชน.










