ก่อนปรับใหญ่?

(D-Value ปูทาง ‘ปรับราคาประเมิน’ ครั้งใหญ่ ปี’70 : ราคาที่ดินโปร่งใส! ใครได้? และใครต้องปรับตัว?)
กรมธนารักษ์เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ “D-Value” ให้ประชาชนสามารถขอรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินที่ดินและห้องชุดทางออนไลน์ได้ภายใน 10 นาที โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ขณะที่รัฐบาลชูเป็นกลไกสำคัญของการยกระดับ “รัฐบาลดิจิทัล” แต่ในอีกด้านหนึ่ง D-Value อาจไม่ได้เป็นเพียงบริการใหม่ของภาครัฐ หากกำลังทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ก่อนการปรับราคาประเมินที่ดินครั้งใหญ่ในปี 2570 ส่งผลต่อผู้ถือครองทรัพย์สินทั่วประเทศ

มุ่งหน้าสู่รัฐดิจิทัล :
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ที่กระทรวงการคลัง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธานเปิดตัว “ฟีเจอร์ใหม่การรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินทรัพย์สินออนไลน์ D-Value ภายใต้ระบบเผยแพร่ราคาประเมินทรัพย์สิน” อย่างเป็นทางการ โดยมี นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ พร้อม คณะผู้บริหาร หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมงาน
นายเอกนิติ กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งผลักดันการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านข้อมูล เพิ่มความโปร่งใส และลดต้นทุนการเข้าถึงบริการของประชาชน โดย D-Value ถือเป็นหนึ่งในกลไกของการยกระดับภาครัฐให้เป็น Effective Government ผ่านการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ
“กระทรวงการคลังได้วางแนวทางการขับเคลื่อนประเทศผ่าน Engine “6 เสาหลัก” ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ได้แก่ การสร้างคน การสร้างธุรกิจใหม่ การเสริมเงินทุน การเสริมเทคโนโลยี การมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว และการยกระดับภาครัฐให้เป็น Effective Government” รองนายกฯเอกนิติ ระบุ
สะดวกและไร้รอยต่อ :
ทั้งนี้ ข้อมูลราคาประเมินทรัพย์สิน มีความสำคัญต่อการทำธุรกรรมทางการเงินและการดำเนินงานของภาครัฐ การเปิดให้บริการรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินที่ดินและห้องชุดแบบออนไลน์เป็นครั้งแรก จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก รวดเร็ว และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือเดินทางไปติดต่อสำนักงานธนารักษ์พื้นที่

“ถือเป็นครั้งแรกที่ประชาชนสามารถยืนยันตัวตนผ่านระบบดิจิทัล เลือกแปลงที่ต้องการ และรับเอกสาร ที่มีสถานะ “สำเนาถูกต้อง” ส่งตรงทางอีเมลได้ทันที โดยไม่มีค่าธรรมเนียม และไม่ต้องเดินทางไปยังสำนักงาน ธนารักษ์พื้นที่ ถือเป็นการยกระดับบริการของรัฐให้ทันสมัย สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง” นายเอกนิติ กล่าวในที่สุด
ด้าน อธิบดีฯนายอัครุตม์ กล่าวเสริมว่า กรมธนารักษ์ได้ปรับปรุงเว็บไซต์และแอปพลิเคชันใหม่ทั้งหมด พร้อมเพิ่มฟังก์ชันสืบค้นราคาประเมินผ่านแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม ทำให้ประชาชนสามารถค้นหาตำแหน่งที่ดินได้จากชื่อสถานที่ ถนน หรือจุดสังเกตใกล้เคียง โดยไม่จำเป็นต้องทราบเลขที่โฉนดหรือเลขที่ น.ส.3 ก. เหมือนในอดีต
10 นาทีถึงมือคนไทย :
โดย ประชาชนสามารถเข้าสู่ระบบผ่านThaiD หรือแอปพลิเคชันเป๋าตัง สืบค้นข้อมูล ตรวจสอบรายการ และระบุอีเมลเพื่อรับสำเนาบัญชีราคาประเมินที่มีการรับรองสำเนาถูกต้องทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งระบบจะจัดส่งให้ภายในเวลาไม่เกิน 10 นาที และสามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานทางราชการหรือประกอบธุรกรรมต่าง ๆ ได้ทันที
นายอัครุตม์ ยังกล่าวทิ้งท้ายอีกว่า การพัฒนาฟีเจอร์ดังกล่าวจะช่วยลดขั้นตอน ลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ สอดคล้องกับการขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจดิจิทัล

สำหรับ ขั้นตอนการใช้งานประชาชนสามารถรับบริการได้ง่าย ๆ เพียง 4 ขั้นตอน ประกอบด้วย…
1. เข้าใช้งานระบบฯ ด้วยการเข้าสู่ระบบและยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD หรือ เป๋าตัง
2. สืบค้นข้อมูลราคาประเมิน โดยสามารถเลือกตำแหน่งจากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม หรือกรอกข้อมูลเลขที่โฉนด/เลขที่ น.ส. 3ก. สำหรับที่ดิน หรือกรอกชื่ออาคารชุดสำหรับห้องชุด
3. ตรวจสอบรายการตามคำขอ และระบุอีเมล (e-mail) ที่ใช้ในการรับข้อมูล
และ 4. รับข้อมูลสำเนาบัญชีราคาประเมิน ที่มีการรับรองสำเนาถูกต้องอิเล็กทรอนิกส์ส่งตรงถึงอีเมล
ภายใน 10 นาที ซึ่งเอกสารนี้สามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานทางราชการและประกอบธุรกรรมต่าง ๆ ได้ทันที
เป็นมากกว่าแค่แอปฯ :
จากข้อมูลข้างต้น หากมองในมุมของ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” แล้ว แม้ D-Value จะถูกนำเสนอในฐานะบริการดิจิทัลเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน แต่ในความเป็นจริง นี่อาจเป็นเพียงภาพที่มองเห็นบนผิวน้ำ?
นั่นเพราะสิ่งที่อยู่ลึกลงไปคือ การเตรียมโครงสร้างข้อมูลรองรับการปรับราคาประเมินครั้งใหญ่ในปี 2570 ซึ่งจะครอบคลุมที่ดินกว่า 37 ล้านแปลงทั่วประเทศ
โดยมี เป้าหมายเพื่อการ “ลดช่องว่าง” ระหว่าง…ราคาประเมินของรัฐ กับ ราคาซื้อขายจริงในตลาด ให้เหลือเพียง 15-20%

ข้อมูลเปิด ต้นทุนเปลี่ยน :
ทั้งนี้ น่าสนใจว่า…เมื่อข้อมูลราคาประเมินถูกเปิดให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ย่อมทำให้ประชาชน ธนาคาร นักลงทุน และภาคธุรกิจสามารถใช้ข้อมูลชุดเดียวกันได้อย่างเท่าเทียมมากขึ้น ลดข้อครหาว่าเป็นเรื่องของ “คนวงใน” และเพิ่มความโปร่งใสให้กับตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความโปร่งใสที่เพิ่มขึ้นย่อมหมายถึงการทำให้ฐานภาษีมีความแม่นยำมากขึ้นด้วยเช่นกัน!!!
ตามแผนงานเดิมแล้ว กรมธนารักษ์มีแผนจะประกาศราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ (ปี 2570–2573) ในช่วงเดือนธันวาคมปีนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่จะเปิดใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ หากราคาประเมินรอบใหม่ อาจขยับเข้าใกล้ราคาตลาดมากขึ้น! และนั่น อาจทำให้…ผู้ถือครองที่ดินจำนวนมาก บ้านหลังที่สอง อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ รวมถึงที่ดินรกร้างว่างเปล่า ย่อมหลีกเลี่ยงผลกระทบจากภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ยากขึ้น

เพราะแม้อัตราภาษีจะไม่ได้เปลี่ยน แต่ฐานราคาที่สูงขึ้น ย่อมหมายถึง “เม็ดเงินภาษี” ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยอัตโนมัติ!!!
ใครได้ ใครต้องปรับตัว :
การเปิดข้อมูลอาจเป็น “ข่าวดี” ของประชาชนผู้บริโภคและผู้ใช้บริการ แต่สำหรับ เจ้าของทรัพย์สินรายใหญ่ นักลงทุน หรือผู้ที่ถือครองที่ดินไว้เพื่อรอเก็งกำไร ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณเตือน ว่า…“ต้นทุนของการถือครอง” กำลังเข้าสู่ยุคใหม่
ท้ายที่สุด! D-Value อาจไม่ใช่เพียงแอปพลิเคชันใหม่ของกรมธนารักษ์ หากแต่เป็นการส่งสัญญาณ ว่า… รัฐกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคข้อมูลปิด สู่ยุคข้อมูลเปิด และกำลังทำให้ “มูลค่าทรัพย์สิน” เข้าใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น
ประเด็นสำคัญ จึงไม่ใช่แค่ว่า…ใครได้หรือใครเสีย? หากแต่อยู่ที่ว่า…ใครจะปรับตัวได้ก่อน?
เมื่อข้อมูลที่เคยกระจัดกระจาย กำลังจะถูก “รวมศูนย์” และความโปร่งใสกำลังจะมีเพิ่มมากขึ้น อีกทั้ง การปรับราคาประเมินครั้งใหญ่ในปี 2570 กำลังเดินหน้าเข้ามาอย่างเงียบ ๆ
และเพราะใน โลกเศรษฐกิจยุคใหม่ ผู้ที่ได้เปรียบ อาจไม่ใช่ผู้ที่ถือครองทรัพย์สินมากที่สุด! แต่เป็นผู้ที่เข้าใจข้อมูล และปรับตัวได้เร็วที่สุด!!!.







