ฤดูก่อหนี้! ห้วงเปิดเทอม

(3 มาตรการรัฐ ช่วยผู้ปกครอง! เพียงพอหรือแค่ประคองสถานการณ์???”

รัฐบาลลดภาระค่าใช้จ่ายรับเปิดภาคเรียน 2569 ทั้งลดราคาสินค้า เพิ่มเงินอุดหนุนรายหัว และเร่งมาตรการโรงเรียนปลอดภัย แต่ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง หลายครอบครัวยังต้องดิ้นรนหาเงินส่งลูกเข้าเรียน คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “รัฐช่วยหรือไม่” หากแต่คือ “เพียงพอหรือแค่ประคองสถานการณ์” ในวันที่การศึกษาเริ่มกลายเป็นภาระหนักของครัวเรือนไทย

นับเวลาถอยหลัง??? กับ…“ฤดูก่อหนี้” ของบรรดา พ่อแม่ผู้ปกครองของนักเรียนไทย หลายแสน หรืออาจจะถึงล้านครอบครัว ที่ต้องขวนขวาย…หาเงินมาให้บุตรหลานได้ศึกษาเล่าเรียนกันไป!!!

ล่าสุด ดูเหมือนจะมี “ข่าวดี” จากภาครัฐ….แทรกกลางสารพัดข่าวร้ายมากมาย???

หลังจาก “รองโฆษกรัฐบาล” นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา ออกมาระบุ เมื่อช่วงสายวันนี้ (7 พ.ค.2569) ว่า…รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินหน้า “ยกระดับ” ระบบการศึกษาไทยอย่างรอบด้าน

โดย ภาครัฐ ได้ให้ความสำคัญ ทั้งเรื่อง…คุณภาพการเรียนรู้ ควบคู่กับความปลอดภัยของนักเรียน พร้อมดูแลภาระค่าครองชีพของผู้ปกครองในช่วงเปิดภาคเรียน ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหลายหน่วยงานอย่างเป็นระบบ

รายละเอียดเป็นอย่างไร? เรามาค่อยๆ แกะกันไป…

ในส่วนของ โรงเรียนในสังกัด…สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทั่วประเทศ ขณะนี้ ทุกโรงเรียนอยู่ระหว่าง…เร่งตรวจสอบและปรับปรุงความพร้อมในทุกมิติ

ทั้งระบบไฟฟ้า อาคารเรียน อุปกรณ์การเรียน สนามเด็กเล่น และบ้านพักครู เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด และสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการพัฒนาเด็กไทยอย่างมีความสุข

“รัฐบาลได้มอบหมายให้ กระทรวงศึกษาธิการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อขับเคลื่อน 5 ภารกิจหลักด้านการศึกษา โดยเน้นแนวทาง “All for Education” เปิดรับความคิดเห็นจาก ครู บุคลากรทางการศึกษา และทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันออกแบบระบบการศึกษาที่ตอบโจทย์พื้นที่จริง ลดการสั่งการจากส่วนกลาง และเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม” รองโฆษกรัฐบาล ระบุและย้ำว่า…

รัฐบาลยังได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ ขับเคลื่อนมาตรการ “Quick Win” ด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยผนึกความร่วมมือ 18 หน่วยงาน ทั้ง กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานด้านสังคม เพื่อวางระบบดูแลและป้องกันนักเรียนอย่างครบวงจร

มาตรการดังกล่าวสะท้อนว่า…รัฐบาลกำลังมองปัญหาความปลอดภัยในโรงเรียนเป็น “วาระเร่งด่วน” ไม่ว่าจะเป็น…

ปัญหายาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้า การบูลลี่ ความรุนแรงในสถานศึกษา ตลอดจน ความปลอดภัยด้านอาคารและสภาพแวดล้อมในโรงเรียน ซึ่งกลายเป็นประเด็นอ่อนไหวของสังคมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม แม้เรื่องความปลอดภัยจะมีความสำคัญ แต่สิ่งที่กระทบความรู้สึกของผู้ปกครองมากที่สุดกลับเป็น “ภาระค่าใช้จ่าย” ที่เพิ่มขึ้นทุกปี

ดังนั้น รัฐบาลจึงเดินหน้าโครงการ “Back To School 2026” ลดราคาสินค้าและบริการทางการศึกษากว่า 1,000 รายการ ลดสูงสุดถึง 86% ผ่านห้างร้าน ร้านธงฟ้า และแพลตฟอร์มออนไลน์ทั่วประเทศ พร้อมความคาดหวังที่ว่า…

จะช่วยลดภาระประชาชนได้ไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท

ควบคู่กันไป คณะรัฐมนตรี ภายใต้การนำของ นายกฯอนุทิน ยังมีมติ ปรับเพิ่ม” เงินอุดหนุนรายหัวของนักเรียนในปีงบประมาณ 2569 ครอบคลุมทั้ง…ค่าใช้จ่ายจัดการเรียนการสอน ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบนักเรียน และเงินสนับสนุนเพิ่มเติมสำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก

เป้าหมายก็เพื่อ “บรรเทา” ภาระผู้ปกครองและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา!!!

แม้มาตรการเหล่านี้จะช่วย “ลดแรงกระแทก” ให้กับหลายครัวเรือนได้ระดับหนึ่ง แต่คำถามสำคัญยิ่งกว่า นั่นก็คือ… สิ่งที่ภาครัฐให้มานั้น มันเพียงพอหรือไม่? ในภาวะที่ต้นทุนชีวิตของประชาชนเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการเติบโตของรายได้

เพราะในความเป็นจริง! ผู้ปกครองจำนวนมาก ยังต้องพึ่งพา…เงินกู้ บัตรเครดิต หรือแม้แต่โรงรับจำนำ เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายช่วงเปิดเทอม

หลายครอบครัว “เลือกซื้อ” เฉพาะสิ่งจำเป็น?

บางคนใช้ชุดนักเรียนเก่าต่อไป ขณะที่เด็กอีกจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญความเสี่ยง “หลุด!” ออกจากระบบการศึกษา เพียงเพราะ…ฐานะทางบ้านไม่เอื้ออำนวย!!??

นี่จึงเป็น “สัญญาณ” ที่น่ากังวลใจว่า...“ต้นทุนการศึกษา” ในสังคมไทยกำลังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอาจกลายเป็นภาระเกินกำลังสำหรับครอบครัวรายได้น้อยในอนาคตหรือไม่? อย่างไร?

ในมุมการเมืองมาตรการของรัฐบาลในครั้งนี้ ถือเป็นความพยายาม “ประคองสถานการณ์” และลดแรงกดดันจากสังคมในช่วงเปิดภาคเรียน เพราะเรื่องการศึกษา คือ…ประเด็นที่กระทบคนแทบทุกครัวเรือน

หากรัฐเพิกเฉย ย่อมส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนโดยตรง!!!

แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็ปฏิเสธไม่ได้ ว่า…มาตรการส่วนใหญ่ยังเป็นเพียงการแก้ปัญหาระยะสั้น มากกว่าการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งเรื่องรายได้ครัวเรือน คุณภาพการศึกษา และความเหลื่อมล้ำที่สะสมมายาวนาน

สิ่งที่น่ากังวลใจมากกว่าสำหรับ พ่อแม่ผู้ปกครองกลุ่มนี้ อาจไม่ใช่แค่…ค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอม หากแต่คืออนาคตของเด็กไทยในวันที่ “การศึกษา” กำลังกลายเป็นต้นทุนชีวิตที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ

และหากวันหนึ่ง…ครอบครัวจำนวนมากเริ่มส่งลูกเรียนไม่ไหว ปัญหานี้อาจไม่ได้เป็นเพียงวิกฤตเศรษฐกิจครัวเรือน แต่จะลุกลามกลายเป็นวิกฤตของประเทศในระยะยาว กันเลยทีเดียว!

สิ่งที่ “รัฐบาลอนุทิน” ควรเร่งดำเนินการต่อจาก…มาตรการระยะสั้น ก็คือ…การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างด้านต้นทุนการศึกษาและรายได้ของครัวเรือนอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงลดราคาสินค้าในช่วงเปิดเทอม แต่ต้องทำให้ “การศึกษา” กลายเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนเข้าถึงได้โดยไม่ต้องแลกมาด้วยภาระหนี้สิน

ทั้งการ…ควบคุมค่าใช้จ่ายแฝงในสถานศึกษา การสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนอย่างทั่วถึง รวมถึง การเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นจริงในแต่ละพื้นที่

เพราะในความเป็นจริงแล้ว พ่อแม่ผู้ปกครองจำนวนไม่น้อย ยังต้องพึ่งพาเงินกู้หรือภาระหนี้สิน เพื่อนำมาใช้จ่ายในช่วงเปิดภาคเรียนของบุตรหลานทุกปี

ขณะเดียวกัน รัฐบาลจำเป็นต้อง “ยกระดับ” คุณภาพโรงเรียนของรัฐให้มีมาตรฐานใกล้เคียงกันมากขึ้น

ทั้งนี้ ก็เพื่อจะ “ลด” ภาระการแข่งขัน และ “ลด” ความจำเป็นที่ผู้ปกครองต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ทั้งค่าเรียนพิเศษ ค่าเดินทาง หรือการย้ายบุตรหลานเข้าสู่ระบบการศึกษาที่มีต้นทุนสูง

เพราะท้ายที่สุดแล้ว หากภาครัฐ…สามารถทำให้ “โรงเรียนใกล้บ้าน” เป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และสร้างโอกาสทางการศึกษาได้อย่างแท้จริง! แล้ว

ปัญหา “เปิดเทอม” ที่ได้กลายเป็น “ฤดูก่อหนี้” ของครอบครัวไทย ก็จะไม่ต้องกลับมาเป็น “โจทย์เดิม” ของสังคมไทย? ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกๆ ปี!!!.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password