พรรคของเรา???

(ประชาธิปัตย์ ‘รีเทิร์น’ สู่สมรภูมิใต้ : เกมยุทธศาสตร์ ‘อภิสิทธิ์ 2’ กับความเป็นไปได้ของการฟื้นตัวครั้งสำคัญ!!!)
การเมืองภาคใต้ เริ่มขยับอีกครั้ง! หลัง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ลงพื้นที่น้ำท่วม จุดประกายความหวัง “คืนชีพ” พรรคประชาธิปัตย์ บนฐานที่มั่นเดิม? การกลับมาครั้งนี้ เป็นมากกว่าการช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่สะท้อน “ยุทธศาสตร์ใหม่!” ที่อาจคืนสถานะ “ตัวแปรสำคัญ” ในสมรภูมิใต้และการเมืองระดับชาติ ทำให้คนใต้เปิดใจยอมรับว่าเป็น…พรรคของเรา อีกครั้ง!!??
ความไม่แน่นอน คือ ความแน่นอน! สลับกันไปกับความหมายในทางการเมือง???
บทบาทของ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ครั้งหนึ่ง…เคยครอบครองพื้นที่การเมืองในภาคใต้ เกินกว่าร้อยละ 90 ชนิด…ส่ง “เสาไฟฟ้าลงสมัครับเลือกตั้ง ยังจะชนะคู่แข่งการเมืองจากต่างพรรค!”
แต่เพราะ…พรรคเก่าแก่ที่ครองหัวใจคนใต้ กลับไม่ได้สร้าง “สัญลักษณ์” ความเจริญที่ยั่งยืน โดยเฉพาะระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เชื่อมต่อจากเมืองหลวง ลงสู่พื้นที่ภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็น…
ถนนสายหลัก, ทางด่วน/มอเตอร์เวย์สายสำคัญ, รถไฟรางคู่, รถไฟความเร็วสูง และอีกหลายๆ เรื่อง…
ประกอบกับ…มี ข่าวฉาว มากมายของ เครือข่ายนักการเมืองในพื้นที่ ทั้งในเรื่อง…ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น, สินค้าหนีภาษี, น้ำมันเถื่อน, บ่อนพนัน ฯลฯ แม้กระทั่ง ปัญหายาเสพติด
ไม่แปลกที่คนใต้ จะ “ปันใจ” และเขี่ยทิ้ง…พรรคการเมืองนี้ ออกไปจากใจของพวกเขา
ทว่า ภายหลังจากที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หวนกลับคืนมานั่งเก้าอี้ “หัวหน้าพรรคฯ” รอบ 2 ดูเหมือนภาพจำด้านลบเมื่อวันวาน ดูจะเริ่มจางหายหรืออย่างน้อยก็เบาบางลง
ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตน้ำท่วม 9 จังหวัดภาคใต้ บทบาทของ นายอภิสิทธิ์ ต่อสถานการณ์ดังกล่าว สามารถจะพลิกผัน สร้าง “แต้มบวก” ได้มากกว่าเมื่อปี 2562 เป็นต้นมา
ในช่วงที่ การเมืองภาคใต้ กำลังปรับตัวตามกระแสใหม่ของประเทศ พรรคประชาธิปัตย์ ในยุคของ นายอภิสิทธิ์ ได้ถูกจับตาอีกครั้ง! จากการขยับเชิงยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญ
การลงพื้นที่น้ำท่วมอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องของ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้เป็นแค่…การทำงานเชิงมนุษยธรรม แต่ยังถูกอ่านได้ว่าเป็น “เฟสใหม่” ของ “อภิสิทธิ์ยุคที่ 2 ” ซึ่งอาจกำลัง “เปิดประตู” สู่การทวงคืนบทบาทที่เคยเป็นของพรรคฯแห่งนี้มาก่อน
กับ…ฐานเสียงภาคใต้ ที่เคย “มั่นคง” ราวกับ “ภูผา” ที่ตั้งตระหง่าน ท้าทายแดด…ลม…ฝน…
ในทางการเมือง ภาคใต้…ไม่ใช่แค่พื้นที่เลือกตั้ง 14 จังหวัด หากแต่เป็น “ศูนย์กลางอัตลักษณ์” ของพรรคประชาธิปัตย์ มาตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปี
ความผูกพันเชิงประวัติศาสตร์ ระหว่างพรรคแห่งนี้ กับ “คนใต้” ได้สร้างความชอบธรรมให้กับ พรรคประชาธิปัตย์ กระทั่ง ได้รับการสถาปนาให้เป็น “พรรคประจำภูมิภาค” หรือ “พรรคของคนใต้” ได้โดยแทบไม่มีพรรคการเมืองไหน? แทรกขึ้นมาได้
การขยับแบบ “อภิสิทธิ์ 2” จึงไม่ใช่การ “กลับตัว” เพื่อแค่ให้พรรคฯรอด หากเป็นความพยายาม…สร้างคำอธิบายใหม่ให้พรรคฯ กับคนในพื้นที่ที่ยังคงมีความทรงจำร่วมกับ “ผู้นำ” รายนี้
แม้ภาพจำ! เมื่อปี 2553 จะยังคงอยู่ในส่วนหนึ่งของสังคมไทย แต่จากปรากฏการณ์เชิงโพลของค่ายนิด้าฯ ล่าสุด มันก็ชัดเจนว่า…
คนใต้จำนวนมาก! เลือก นายอภิสิทธิ์ เป็นตัวเลือกนายกฯ ลำดับต้น ๆ
สะท้อนข้อเท็จจริงสำคัญ ที่ว่า…คนใต้ยังมองตัวเขาเป็น “ผู้นำที่เชื่อถือได้” และพรรคประชาธิปัตย์ ก็ยังเป็น “แบรนด์” ที่สามารถฟื้นขึ้นมาได้ หากมี “ผู้นำ” ที่แข็งแรงพอ!!!
กลยุทธ์แรก…ของ “ยุคอภิสิทธิ์ 2” คือ “การยึดพื้นที่ด้วยความรวดเร็ว” การลงพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้ทันทีในช่วงวิกฤต ไม่เพียงเสริมภาพผู้นำที่ลงมือจริง แต่ยังเปิดโอกาสให้พรรคฯ กลับมาเชื่อมต่อกับเครือข่ายระดับรากหญ้าที่เคยเป็นกำลังสำคัญให้พรรคประชาธิปัตย์ ชนะเลือกตั้งมาหลายสมัย
การลงพื้นที่หลายจุดในวันเดียว, การประสานงานถุงยังชีพเป็นตัน ๆ รวมถึง “บทบาทเด่น” ของ “แกนนำภาคใต้รุ่นใหม่” อย่าง…จูรี นุ่มแก้ว และ ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สะท้อนการ “ออกแบบ” ทีมยุทธศาสตร์ ที่ต้องการฟื้นภาพพรรคให้กลับมา “ติดพื้นดิน” เหมือนในอดีต
อีกหนึ่งกลยุทธ์ ที่ถูกพูดถึงในวงการเมือง คือ การวางตำแหน่ง “ฝ่ายค้านประชาธิปไตยสายกลาง” ซึ่ง นายอภิสิทธิ์ สามารถใช้น้ำเสียงและบุคลิกที่สุขุม, น่าเชื่อถือ และมี “แบ็กกราวด์” เชิงนโยบายที่เด่นกว่า พรรคเพื่อไทยและภูมิใจไทยในหลายด้าน
ตำแหน่งทางการเมืองนี้ เปิดช่องให้ พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ต้องแข่งขันกับ พรรคประชาชน แบบตรง ๆ แต่สามารถ “ตั้งตัว” เป็น…ตัวเลือกของคนที่ต้องการการเมือง แบบไม่สุดโต่ง! ไม่ซื้อเสียง และไม่เอาอำนาจนิยม
ความสัมพันธ์ระหว่าง นายอภิสิทธิ์ และ “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ แกนนำคนสำคัญของพรรคประชาชน ก็เป็น อีกหนึ่งองค์ประกอบในเกมยุทธศาสตร์ระยะกลาง
แม้ทั้ง 2 พรรคต่างกัน ทั้งรุ่น, อายุ และฐานเสียง แต่ก็มีพื้นที่ “ทับซ้อน” ทางอุดมการณ์ เช่น ความเชื่อในหลักนิติธรรม, การเมืองโปรประชาธิปไตย และนโยบายเศรษฐกิจที่เน้นการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
ข้อเท็จจริงนี้ ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า…หากหลังเลือกตั้ง จำเป็นต้องจัดตั้ง “ขั้วประชาธิปไตยสายกลาง” พรรคประชาธิปัตย์กับพรรคประชาชน สามารถสนทนากันได้ง่ายกว่าการจับมือระหว่าง “2 พรรคใหญ่” ในอดีต (พรรคเพื่อไทย) เสียอีก
ปัจจัยเสี่ยง! ของยุค “อภิสิทธิ์ 2” ก็คือ “ภาพเก่า” ของพรรคฯ ที่ยังคงตามหลอกหลอนอยู่???
ทั้งปัญหาความขัดแย้งปี 2553 และการเข้าร่วม “รัฐบาลประยุทธ์” หลังการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ทำให้ความเชื่อมั่นของ “คนรุ่นใหม่” ถดถอยอย่างหนัก!!!
แต่ในทางยุทธศาสตร์ นายอภิสิทธิ์ พยายาม “ลดน้ำหนัก” จุดอ่อนนี้ ด้วยการเน้นไปที่ภาพ “ผู้นำสะอาด” ไม่เกี่ยวข้องคดีทุจริต และไม่ร่วมรัฐบาลเผด็จการหลังปี 2557
นี่คือ การบอกเล่าเรื่องราวที่พรรคประชาธิปัตย์ หวังจะใช้ “ดึง” คนรุ่นกลาง และกลุ่มผู้มีการศึกษาในเมือง ซึ่งเป็น “ฐานใหญ่” ของภาคใต้ตอนบน มาเป็นฐานเสียงใหม่…
การฟื้นตัวของ พรรคประชาธิปัตย์ ในยุค “อภิสิทธิ์ 2” จึงไม่ใช่…เรื่องฟุ้งฝันเกินจริง!!??
หากแต่ภายใต้การนำของ นายอภิสิทธิ์ จะต้อง “เดินหน้า” อย่างมี…ระเบียบยุทธศาสตร์ ผ่าน “4 แกนหลัก” สำคัญ นั่นคือ…
การยึดพื้นที่ในภาคใต้ให้ได้มากที่สุด
การสื่อสารผลงานและหลักคิดแบบผู้นำมีเหตุผล
การสร้างภาพพรรคสะอาดพร้อมทำงาน
และ การวางแนวร่วมทางการเมืองที่เป็นไปได้ในอนาคตกับพรรคใหม่เช่นพรรคประชาชน
ท้ายที่สุด! เกมของ พรรคประชาธิปัตย์ ในภาคใต้…ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า…พรรคฯจะกลับไปครอง 30–40 ที่นั่งเหมือนอดีตได้หรือไม่?
หากแต่อยู่ที่ว่า…เขาสามารถ “กลับมาเป็นตัวแปรสำคัญ” ในการจัด “สมดุล” การเมืองระดับประเทศได้หรือไม่? แค่ไหน?
บทบาทของ นายอภิสิทธิ์ ในยุคใหม่นี้….จึงไม่ใช่การรื้อฟื้นอดีต!!! แต่เป็น…ความพยายามปรับพรรคการเมืองแห่งนี้ ให้สอดคล้องกับ…ความคาดหวังของ “คนใต้” ในยุคที่การเมืองเปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง!
ในยุคที่ “ผู้นำ” ต้องทำงานจริง! ลงพื้นที่จริง! และมีความชอบธรรมทางคุณค่ามากพอ…ที่จะทำให้ “คนใต้” พูดได้อีกครั้ง ว่า…
พรรคประชาธิปัตย์นี่แหละ คือ…พรรคของพวกเรา!!!.






