คาซาน 2026

(เมื่อรัสเซียหันสู่เอเชีย! ฤาไทยกำลังยืนอยู่บน ‘จุดตัด’ ของภูมิรัฐศาสตร์โลก)

การประชุมสุดยอดอาเซียน–รัสเซีย ณ เมืองคาซาน ไม่ได้เป็นเพียงเวทีการทูตตามปกติ หากแต่เป็นสัญญาณสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสมดุลอำนาจโลก ขณะที่ไทยกำลังก้าวเข้าสู่วาระครบรอบ 130 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัสเซีย ท่ามกลางการแข่งขันของมหาอำนาจในศตวรรษที่ 21

“130 ปีที่แล้ว สยามใช้มิตรภาพกับรัสเซียเพื่อรักษาเอกราชจากจักรวรรดินิยมตะวันตก วันนี้ประเทศไทยกำลังใช้ความสัมพันธ์เดียวกันเพื่อรักษาอิสระทางยุทธศาสตร์ท่ามกลางโลกหลายขั้วที่กำลังก่อตัวขึ้น”

การเดินทางเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน–รัสเซีย ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ณ เมืองคาซาน ในปี 2569 หรือในสัปดาห์หน้า อาจถูกมองว่าเป็น “ภารกิจทางการทูต” ตามปกติ แต่หากพิจารณาในบริบทของ…การเมืองระหว่างประเทศ ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนความหมายที่ลึกซึ้งกว่าการพบปะระหว่างผู้นำประเทศ!!!

การประชุมดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่โลกกำลังเคลื่อนตัวจากระเบียบโลกแบบขั้วอำนาจเดียว ซึ่งสหรัฐอเมริกาเคยมีบทบาทนำหลังสงครามเย็น ไปสู่ระเบียบโลกหลายขั้วที่มหาอำนาจใหม่กำลังมีบทบาทมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น…จีน อินเดีย หรือรัสเซีย

สำหรับประเทศไทย การเข้าร่วมเวทีดังกล่าวจึงไม่ใช่เพียงการรักษาความสัมพันธ์กับประเทศคู่มิตร หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การดำรงตำแหน่งแห่งที่ของตนเองในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง

130 ปีแห่งมิตรภาพที่มีนัยทางยุทธศาสตร์ :

เมื่อปี พ.ศ. 2440 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จเยือนจักรวรรดิรัสเซียตามคำเชิญของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ในช่วงเวลาที่สยามกำลังเผชิญแรงกดดันจากจักรวรรดิอังกฤษและฝรั่งเศส

แม้รัสเซียจะอยู่ห่างไกลจากสยามในเชิงภูมิศาสตร์ แต่ในทางการเมืองระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์ดังกล่าวมีคุณค่าอย่างยิ่ง เพราะช่วยสร้างดุลอำนาจและลดแรงกดดันจากมหาอำนาจตะวันตกที่กำลังขยายอาณานิคมในเอเชีย

ประวัติศาสตร์บทนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะอารมณ์หรือความชอบส่วนบุคคลของผู้นำ หากแต่เป็นการคำนวณเชิงยุทธศาสตร์อย่างแยบยลของสยามในการรักษาเอกราชของชาติ

กาลเวลาผ่านไปกว่า 130 ปี สถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง แต่ “โจทย์สำคัญ” ของประเทศไทยยังคงเดิม นั่นคือ…การรักษาอธิปไตยและอิสระในการกำหนดอนาคตของตนเอง ท่ามกลางการแข่งขันของมหาอำนาจโลก

หันหน้าสู่เอเชียอย่างจริงจัง :

สงครามในยูเครนและมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐอเมริกาและยุโรป ได้เปลี่ยนทิศทางยุทธศาสตร์ของรัสเซียอย่างมีนัยสำคัญ???

หากในอดีต ยุโรปคือ “คู่ค้าหลัก” ของมอสโก ปัจจุบันรัสเซียกำลังหันมามองเอเชียในฐานะพื้นที่แห่งโอกาส ทั้งด้านเศรษฐกิจ การลงทุน พลังงาน และความร่วมมือทางการเมือง

จีน อินเดีย ตะวันออกกลาง และอาเซียน กลายเป็นเป้าหมายสำคัญของยุทธศาสตร์ดังกล่าว!!??

การเลือกเมืองคาซานเป็นสถานที่จัดการประชุมสุดยอดอาเซียน–รัสเซีย จึงมีความหมายมากกว่าการเลือกสถานที่ประชุม เพราะเป็น “สัญลักษณ์” ของรัสเซียยุคใหม่ที่กำลังพยายามเชื่อมต่อกับโลกตะวันออกและสร้างเครือข่ายความร่วมมือใหม่ทดแทนพื้นที่ที่สูญเสียไปในยุโรป

ไทย “จุดตัดสำคัญ” ระหว่างอาเซียนกับโลกหลายขั้ว :

สำหรับรัสเซีย ไทยไม่ได้เป็นเพียงประเทศคู่มิตรที่มีความสัมพันธ์อันยาวนาน หากแต่เป็นหนึ่งใน “ศูนย์กลางสำคัญ” ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ประเทศไทยมี “จุดแข็ง!” ทั้งด้าน…ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ โครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม การท่องเที่ยว และภาคอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก

ในขณะที่ รัสเซียต้องการขยายบทบาทในอาเซียน ไทยจึงอาจกลายเป็น “ประตูสำคัญ” ในการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างรัสเซียกับภูมิภาคแห่งนี้

ในอีกด้านหนึ่ง ไทยเองก็มีความจำเป็นต้องกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ไม่ผูกพันอยู่กับตลาดใดตลาดหนึ่งมากจนเกินไป การรักษาความสัมพันธ์กับรัสเซียจึงเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์สร้างสมดุลระหว่างมหาอำนาจ

โลกหลายขั้วกับโจทย์ใหม่ของการทูตไทย :

ความท้าทายสำคัญของประเทศไทยในปัจจุบัน ไม่ใช่การ “เลือกข้าง” ระหว่าง…รัสเซียกับตะวันตก หรือระหว่าง…จีนกับสหรัฐอเมริกา

แต่คือ…การรักษาความสัมพันธ์กับทุกฝ่าย โดยไม่สูญเสียอิสระในการตัดสินใจ!!!

นี่คือ…แนวคิดที่นักวิชาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเรียกว่า “Strategic Autonomy” หรือ “อิสระทางยุทธศาสตร์”

ประเทศไทยยังคงต้องพึ่งพาการค้าและการลงทุนจากสหรัฐอเมริกาและยุโรป ขณะเดียวกันก็ต้องรักษาความสัมพันธ์อันดีกับจีน รัสเซีย อินเดีย และประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ

ภายใต้โลกหลายขั้ว การทูตไทยจึงไม่อาจยึดติดกับกรอบความคิดแบบเดิม หากต้องอาศัยความยืดหยุ่นและการคำนวณผลประโยชน์แห่งชาติอย่างรอบคอบ

บทเรียนจากอดีตสู่อนาคต :

วาระครบรอบ 130 ปีความสัมพันธ์ไทย–รัสเซีย และ การประชุมสุดยอดอาเซียน–รัสเซีย ณ เมืองคาซาน อาจดูเหมือนเป็นเพียงเหตุการณ์ทางการทูตตามปกติ แต่แท้จริงแล้วกลับสะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของระเบียบโลก!!??

เมื่อ 130 ปีก่อน สยามใช้มิตรภาพกับรัสเซียเพื่อรักษาเอกราชจากแรงกดดันของจักรวรรดินิยมตะวันตก

วันนี้ ประเทศไทยกำลังใช้ความสัมพันธ์เดียวกันเพื่อรักษาอิสระทางยุทธศาสตร์ท่ามกลางการแข่งขันของมหาอำนาจในโลกหลายขั้ว

ประวัติศาสตร์อาจ “ไม่ซ้ำรอยเดิม” ทุกประการ แต่บทเรียนสำคัญยังคงเหมือนเดิม นั่นคือ…ประเทศเล็กและขนาดกลางจะสามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคง ก็ต่อเมื่อรู้จักสร้างสมดุล รักษามิตรภาพกับทุกฝ่าย และยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นศูนย์กลางเหนือความขัดแย้งของมหาอำนาจโลก!!!.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password