‘กินรวบ’ ค่อนประเทศ แต่ต้องเว้น…!!!

บทเรียนในอดีต สอนให้ แกนนำ “ระบอบสีน้ำเงิน” จำต้องคิดหนัก! หากคิดจะกินรวบประเทศไทย กับแผนครอบงำ “อำนาจรัฐ” เปิดเกมรุกแต่งตั้งโยกย้าย “โผทหาร” หากแกนนำการเมือง รู้กิน…รู้อยู่ คงมิต่างจาก “รู้รักษาตัวให้อยู่รอดปลอดภัย?”

กับข้อกล่าวหาของ ฝ่ายค้าน พรรคประชาชน ที่แม้ยังหาบทสรุปไม่ได้? แต่สังคมไทยมากกว่าครึ่ง เชื่อกันไปแล้วว่า…ระบอบสีน้ำเงิน มีอยู่จริง!

ในบริบทการเมืองไทย…“ระบอบสีน้ำเงิน” ได้ถูกสะท้อนภาพ “เครือข่ายอำนาจ” ภายใต้การนำของ พรรคภูมิใจไทย ที่มีการวางแผนอย่างแยบยลในการขยายอิทธิพลทุกระดับ? ครอบคลุมทั้ง…

วุฒิสภา (สว. สายสีน้ำเงิน) องค์กรอิสระ และกระทรวงเกรด A

แกนของปัญหาที่นำไปสู่ “ข้อกล่าวรุนแรง” คือ “กินรวบประเทศไทย” คงหนีไม่พ้นพฤติกรรมการแต่งตั้งโยกย้ายราชการในกระทรวงสำคัญๆ โดยเฉพาะ กระทรวงมหาดไทย ด้วยหวังจะครอบงำเครือข่ายการถือครองอำนาจผ่านกลไกการปกครองในมิติต่างๆ

ที่เห็นจากข่าว…นอกจาก ปัญหาการทุจริตสอบข้าราชการปกครองส่วนท้องถิ่น ก็ยังจะมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ ปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ภายใต้ “ระบอบสีน้ำเงิน” นี้ ที่กำลังถูกจับตาอย่างหนัก

โดยเฉพาะในเรื่อง การจัดวางบุคคลเพื่อกุมดุลอำนาจรัฐและขยายฐานการเมือง

ตั้งแต่…การเปลี่ยนตัวข้าราชการระดับสูง เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าฯ และนายอำเภอ เพื่อหวังให้เครือข่ายของตนเข้าควบคุมกลไกปกครองส่วนภูมิภาค  

นอกจากนี้ พรรคประชาชน ยังได้ตั้งข้อสังเกต กรณีโยกย้ายนายอำเภอกว่า 300 ตำแหน่ง ในช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งถูกมองว่า…เป็นกลไกเครือข่าย “ช่วยน้ำเงินด้วย” เพื่อคุมพื้นที่และกำกับการเลือกตั้ง

รวมถึง การวางรากฐานเมืองเศรษฐกิจ กระทั่ง เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถามเกี่ยวกับการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในพื้นที่ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ เช่นที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งส่อแววเอื้อประโยชน์ให้กับ กลุ่มอิทธิพลในเครือข่าย

กับการปรากฏหลักฐาน…แชตหลุด ข้อมูลไลน์ และคลิปเสียงซื้อขายตำแหน่ง ก็มีให้เห็นกันมาแล้ว

การจัดวางเครือข่าย “อำนาจรัฐ” กับฝ่ายพลเรือน ยังถูกแฉ ถูกประจาน และถูกต่อต้านมากถึงเพียงนี้ แล้วหากสิ่งที่สังคมไทยกำลังเป็นห่วง กับ กระแสข่าวลือ ที่ว่า…

“ระบอบสีน้ำเงิน” กำลังรุกคืบไปถึงการแต่งตั้งโยกย้ายภายในกองทัพ???

กับแผนลึก! ที่ถูกระบุว่า…พวกเขา (บ้านบุรีรัมย์) อาจกำลังคิดจะ “วางตัว” นายทหารที่มีความใกล้ชิดกับใครบางคน? โดยเฉพาะ “เพื่อนร่วมรุ่น วปอ.61” ที่เติบโตมาจากพื้นที่ชายแดนอีสานใต้

หวังจะให้ขยับขึ้นกุมตำแหน่งสำคัญในกระทรวงกลาโหมและกองทัพ!!!

สร้างความไม่พอใจอย่างที่สุด! ต่อ…บรรดาแกนนำระดับสูงของกองทัพ เพราะพฤติการณ์เช่นนี้ มันไม่ต่างจากการ “ลดทอน” เกียรติภูมิของบรรดาผู้นำระดับสูงของกองทัพ โดยเฉพาะ “บอร์ด 7 เสือกลาโหม” ที่ถืออำนาจในการกลั่นกรองรายชื่อ “โผทหาร” อยู่ก่อนแล้ว

หากสิ่งนี้เกิดขึ้นจริง! มันจะเกิดปรากฏการณ์ที่รุนแรงยิ่งกว่า…แรงต้านจากพรรคฝ่ายค้าน จากบรรดาข้าราชการประจำ และจากผู้คนในสังคมไทย ชนิด…เทียบกันไม่ได้!!??

และไม่รู้ว่า…ปลายทางของแรงต้านจากคนในกองทัพ จะไปได้ไกลขนาดไหน? ถึงขั้นเกิดเหตุการณ์เหมือนเมื่อ 19 กันยายน 2549 และ 22 พฤษภาคม 2557 หรือไม่? อย่างไร?

“ทีมข่าวยุทธศาสตร์” ยังเชื่อว่า…กองทัพจะไม่ทำเหมือนเช่นที่ ผู้นำเหล่าทัพในอดีตเคยทำเอาไว้!!?? นั่นเพราะ…ยังพอจะมี “ทางออก” ที่ดีพอและเหมาะสม สำหรับการป้องกันการรุกคืบ หวังจะ “กินรวบ – อำนาจกองทัพ” ของ “ระบอบสีน้ำเงิน” และ “บ้านบุรีรัมย์”

นั่นคือ…การคานอำนาจของฝ่ายการเมือง!!! ไม่ว่าจะเป็น…

การใช้กลไกและเครื่องมือทางกฎหมาย รวมถึงบารมีทางการเมืองที่มีสูงของกองทัพไทย (สถาบันรัฐพันลึก) สกัดกั้นการรุกคืบ

การใช้สิทธิยับยั้ง ผ่าน “บอร์ด 7 เสือกลาโหม”  ในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารระดับชั้นนายพล เพื่อสกัดกั้น “ใบสั่ง” หรือ “ปฏิเสธรายชื่อ” ที่ส่งมาจากฝ่ายการเมือง ได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

กลไก “สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)” โดยกองทัพสามารถส่งสัญญาณเตือนภัยด้านความมั่นคงผ่านช่องทาง สมช. โดยอ้างเหตุผลเรื่องเสถียรภาพตามแนวชายแดน ความสงบเรียบร้อย หรือความมั่นคงภายใน เพื่อกดดันไม่ให้ฝ่ายการเมืองเปลี่ยนแปลงตัวผู้บังคับบัญชาในหน่วยคุมกำลังรบหลัก

รวมถึง การพึ่งพิง “อำนาจดุลยภาพที่เหนือกว่า” โดย กองทัพ ในฐานะ “กลไกความมั่นคง” สามารถจะใช้ “แต้มต่อ” และ “สัญญาณพิเศษ” จาก…เครือข่ายอนุรักษ์นิยม “ระดับบน” ทำการกดดันฝ่ายการเมืองให้ล่าถอย หากพบว่า…มีการล้ำเส้นเขตแดนของกองทัพ

นอกจากนี้ กองทัพสามารถจะเปิดปฏิบัติการ “ดื้อแพ่งเงียบ” ด้วยการไม่ให้ความร่วมมือในภารกิจการเมืองของรัฐบาล ชะลอโครงการจัดซื้อจัดจ้าง หรือไม่เข้าร่วมงานสำคัญเพื่อส่งสัญญาณอารยะขัดขืนในระบบราชการ

สัญญาณเหล่านี้จากกองทัพ อาจกระตุกเตือนให้ แกนนำ “ระบอบสีน้ำเงิน” จำต้องผ่อนปรนอำนาจของตัวเองลงได้บ้าง

หรืออย่างน้อย…ก็ไม่คิด “เปิดศึก” กับกองทัพ เหมือนที่ “ระบอบทักษิณ” เคยและโดนมาก่อนแล้ว

แม้ว่า…พวกเขาจะมีแต้มต่อตรงนี้ เป็น “ตัวสกัดกั้น” มิให้ กลุ่มเสรีนิยมก้าวหน้า อย่าง…พรรคประชาชน ได้ก้าวถึงมาบริหารประเทศ ซึ่งตรงใจกับ…บางส่วนของกองทัพ และเครือข่ายอนุรักษ์นิยม “ระดับบน” ก็ตาม

หาก “ระบอบสีน้ำเงิน” จะครอบงำฝ่ายการเมือง ข้าราชการประจำ ทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น รวมถึง สว.และองค์กรอิสระ โดยไม่รุกล้ำเขตอธิปไตยของกองทัพ รวมถึงไม่ “มูมมาม” ระดับกินล้างผลาญงบประมาณแผ่นดินแล้วล่ะก็

โอกาสจะอยู่รอดปลอดภัย โดยไร้ “อำนาจพิเศษ” เข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลง ทั้งในรูปแบบ…ค่อยๆ เปลี่ยนแปลง หรือเปลี่ยนแปลงแบบปัจจุบันทันด่วน! ย่อมจะไม่เกิดขึ้นเช่นกัน!!!.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password