First Jobber : ‘เหยื่อ’ หรือ ‘ผู้ก่อปัญหา?’

(บทพิสูจน์ ‘ปมหนี้ครัวเรือนไทย!’ อาจไม่ได้เริ่มจาก…คนเป็นหนี้ แต่เป็น…ระบบที่สร้างหนี้?)

เมื่อ “คนวัยเริ่มทำงาน” กลายเป็นกลุ่มหนี้เสียสูงสุดของประเทศ ปัญหาจริงอาจไม่ใช่ปม “ใช้เงินเกินตัว” แต่ใครต่างหาก? ที่ร่วมสร้างสภาพแวดล้อม First Jobber ก่อหนี้ได้ง่ายกว่าสร้างความมั่นคงในชีวิต มาร่วมมองลึกกว่าตัวเลขหนี้ แล้วค้นหา “ต้นตอจริง!” ของปัญหาหนี้ครัวเรือนไทย

สัญญาณเตือนจากคนรุ่นใหม่!!!

ข้อมูลล่าสุดจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สะท้อนภาพที่น่ากังวล เมื่อ กลุ่มวัยเริ่มทำงาน (First Jobber) อายุ 20–35 ปี กลายเป็น…กลุ่มที่มีอัตราหนี้เสียสูงที่สุด! ในระบบการเงินไทย ขณะที่ บริการ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” (BNPL) เติบโตอย่างรวดเร็ว

ข้อมูลเชิงลึกระบุว่า…พบยอดผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในแต่ละปี และกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มคนอายุน้อย

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าฯ ธปท. ระบุตอนหนึ่งว่า…จากการรวบรวมข้อมูลพบตัวเลขการขยายตัวของ BNPL รายใหญ่ 6 ราย มีการเติบโตจากปี 2564 ราว 6 แสนบัญชี ขยับขึ้นเป็น 4.91 ล้านบัญชีในอีก 3 ปีต่อมา หรือเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 99.9% ต่อปี

สอดคล้องกับด้านมูลค่าสินเชื่อ BNPL ที่พบจากการวิเคราะห์งบการเงินของ 8 ผู้ประกอบการรายใหญ่ ว่า…มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องด้วยอัตราเฉลี่ย 38% ต่อปี

โดยเฉพาะ ตัวเลขสินเชื่อรวมในระบบ ณ สิ้นปี 2567 ที่พุ่งสูงถึงราว 1.8 หมื่นล้านบาท

ผู้ว่าฯ ธปท. ย้ำว่า…BNPL ไม่ใช่คนร้าย เพียงแต่อาจมีส่วนสำคัญทำให้เกิดพฤติกรรมการใช้จ่ายที่ไม่มีวินัยของกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะต้องระวัง ซึ่งตอนนี้ หลายประเทศก็เริ่มวางระบบในการกำกับดูแลการใช้งาน BNPL ก็เริ่มเข้ามากำกับดูแลกันบ้างแล้ว

จากข้อมูลข้างต้น อาจทำให้ใครหลายคนหลาย รีบสรุปอย่างง่ายๆ ในทำนอง…คนรุ่นใหม่ขาดวินัยทางการเงิน ใช้จ่ายเกินตัว หรือหลงใหลวัตถุนิยม!!!

แต่หากพิจารณาให้ลึกลงไป ปัญหาอาจซับซ้อนกว่านั้น??? เพราะ คนรุ่นใหม่ จำนวนไม่น้อยกำลังเริ่มต้นชีวิต ท่ามกลาง…ต้นทุนการดำรงชีพที่สูงขึ้น รายได้ที่เติบโตไม่ทันค่าครองชีพ และแรงกดดันจากสังคมดิจิทัลที่กระตุ้นการบริโภคตลอด 24 ชั่วโมง

ประเด็นสำคัญจึงอาจไม่ใช่เพียงแค่ว่า…“ใครเป็นหนี้” แต่เป็น…“ใครกำลังสร้างคนเป็นหนี้”

กับดักหนี้ยุคดิจิทัล!

ในอดีต การก่อหนี้อาจต้องผ่านกระบวนการที่ซับซ้อน ต้องเดินทางไปธนาคาร ใช้เอกสารจำนวนมาก และผ่านการพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้อย่างละเอียด แต่ในยุคดิจิทัล การก่อหนี้สามารถเกิดขึ้นได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส

การซื้อสินค้าออนไลน์ การผ่อนชำระรายเดือน การได้รับวงเงินสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชัน หรือ การเข้าถึงบริการ BNPL ล้วนทำให้การเป็นหนี้กลายเป็นเรื่องง่ายกว่าที่เคย

ขณะที่ ผู้บริโภคจำนวนมาก อาจไม่ได้ตระหนักด้วยซ้ำ ว่า…พวกเขากำลังเข้าสู่สถานะลูกหนี้

ยิ่งไปกว่านั้น “อัลกอริทึม” ของแพลตฟอร์มดิจิทัล ยังทำหน้าที่ “เรียนรู้พฤติกรรม” ของผู้ใช้งาน และนำเสนอสินค้า โปรโมชั่น และข้อเสนอทางการเงินที่ตรงกับความต้องการอย่างแม่นยำ

ผลลัพธ์ ก็คือ…“ความอยาก” ถูกสร้างขึ้นตลอดเวลา ขณะที่ “ความสามารถในการชำระหนี้” กลับไม่ได้เพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน

ใครควรรับผิดชอบ?

เมื่อ First Jobber กลายเป็นกลุ่มหนี้เสียสูงสุดของประเทศ การโยนความผิดไปที่คนรุ่นใหม่เพียงฝ่ายเดียวอาจไม่ใช่คำตอบ ของแนวทางแก้ไขปัญหานี้!!””

ภาครัฐ เองต้องยอมรับว่า…ปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้คนจำนวนมากต้องพึ่งพาสินเชื่อเพื่อรักษาคุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐาน ขณะที่ ระบบการศึกษากลับให้ความสำคัญกับความรู้ทางวิชาการมากกว่าความรู้ด้านการเงินส่วนบุคคล

ผู้ให้บริการสินเชื่อ ก็ต้องยอมรับเช่นกันว่า…การแข่งขันทางธุรกิจในปัจจุบัน ผลักดันให้การอนุมัติสินเชื่อเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วมากขึ้น แต่ในหลายกรณี ความสะดวกดังกล่าวกลับกลายเป็นความเสี่ยงที่ถูกผลักไปยังผู้บริโภค

ด้าน แพลตฟอร์มดิจิทัลและสื่อสังคมออนไลน์ แม้จะไม่ได้ปล่อยกู้โดยตรง แต่มีบทบาทสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมการบริโภค การกระตุ้นความต้องการ และการทำให้การใช้จ่ายเกินตัวกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน

ขณะเดียวกัน ครอบครัวและตัวผู้บริโภค เอง ก็ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ เพราะวินัยทางการเงินยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจทางเศรษฐกิจของแต่ละบุคคล

ดังนั้น ปัญหานี้…จึงไม่ใช่ความผิดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็น “ผลลัพธ์” ของระบบ! ที่หลายภาคส่วนมีส่วนร่วมสร้างขึ้น และจะต้องร่วมกันแก้ไขปัญหานี้!!??

จากการแก้หนี้ สู่การป้องกันหนี้

สิ่งที่น่าสนใจ นั่นคือ…แนวคิดของหน่วยงานกำกับดูแล (ธปท.) ที่กำลังเปลี่ยนจากการแก้ปัญหาหนี้หลังเกิดขึ้นแล้ว ไปสู่การป้องกันไม่ให้เกิดหนี้ตั้งแต่ต้นทาง

“ธปท.อยู่ระหว่างหารือกับผู้ประกอบการ เพื่อวางกติกาคุ้มครองผู้บริโภค เช่น การกำกับดูแลผู้ให้บริการสินเชื่อ โดยกำหนดคุณสมบัติผู้ใช้บริการ ทั้งอายุขั้นต่ำ ส่วน การกำหนดขอบการให้บริการ โดยกำหนดประเภทสินค้าและมูลค่าสินค้าขั้นต่ำ และกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยสูงสุด” ผู้ว่าฯธปท. ระบุและย้ำว่า….

ด้าน แนวทางการให้ข้อมูลลูกค้าและเสนอสินเชื่อ โดยการให้ข้อมูลต้องครบถ้วน เข้าใจง่าย ไม่กระตุ้นให้กู้ยืม ต้องไม่มีกรณีลูกค้าได้รับวงเงินสินเชื่อโดยไม่รู้ตัว และต้องไม่ให้ลูกค้าชำระ BNPL โดยไม่รู้ตัว

รวมถึง ด้านการประเมินศักยภาพการชำระคืน โดยการผ่อนชำระสินค้ามูลค่าสูงจะต้องวิเคราะห์ความเสี่ยงมากขึ้น

ผู้ว่าฯ ธปท. คาดการณ์ว่า…อาจได้เห็นแนวทางกำกับ BNPL ที่ชัดเจนภายในเดือน ตุลาคม-พฤศจิกายนนี้

ในมุมมองของ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” เชื่อว่า…การกำกับดูแล BNPL ที่เข้มงวดขึ้น การควบคุมการโฆษณาสินเชื่อ การกำหนดคุณสมบัติผู้ใช้บริการ และการส่งเสริมหลัก Responsible Lending ล้วนสะท้อนแนวคิดใหม่ว่า…การเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ควรตั้งอยู่บนการผลักดันให้ประชาชนก่อหนี้เกินศักยภาพ

อย่างไรก็ตาม การออกกฎเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากยังไม่สามารถสร้างรายได้ที่เหมาะสม เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ และยกระดับความรู้ทางการเงินให้กับประชาชนได้

บทพิสูจน์ของสังคมไทย

ปัญหา First Jobber ไม่ใช่เพียงเรื่องของคนวัยเริ่มทำงาน แต่เป็นบททดสอบสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ

หากคนหนุ่มสาว เริ่มต้นชีวิตด้วยภาระหนี้สินจำนวนมาก โอกาสในการสร้างครอบครัว การซื้อที่อยู่อาศัย การลงทุน และการออมเพื่ออนาคตจะลดลงตามไปด้วย

ส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว!!!

จนถึงบรรทัดนี้ ประเด็นสำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่…First Jobber เป็นเหยื่อหรือเป็นผู้ก่อปัญหา??? แต่คือ…

สังคมไทยจะยอมรับความจริงหรือไม่? ว่า…ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทย อาจไม่ได้เริ่มจากคนเป็นหนี้ หากแต่อาจเริ่มจากระบบที่ทำให้การก่อหนี้เป็นเรื่องง่ายกว่าการสร้างอนาคตที่มั่นคง

และหากวันหนึ่ง…คนรุ่นใหม่ กลายเป็นหนี้เร็วกว่าการมีโอกาสสร้างตัว ปัญหาที่แท้จริง! อาจไม่ได้อยู่ที่…คนรุ่นใหม่?

แต่มันอาจอยู่ที่…ครงสร้างของประเทศ ที่กำลัง “ผลิตลูกหนี้” ได้เก่งกว่า…การ “ผลิตความหวัง” ให้กับประชาชนของตนเอง ก็เป็นได้!!??.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password