BNPL : นวัตกรรมการเงิน V รง.ผลิตหนี้ยุคดิจิทัล?

(เมื่อการเข้าถึงเงินง่ายขึ้น แต่เส้นแบ่งระหว่าง “โอกาส” กับ “ภาระหนี้” กลับบางลงทุกวัน)

จากคำถามในบทความ “First Jobber : เหยื่อ หรือ ผู้ก่อปัญหา?” ที่ชวนสังคมไทยหันกลับมามองโครงสร้างการสร้างหนี้ วันนี้…คำถามใหม่กำลังเกิดขึ้น? เมื่อบริการ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” หรือ BNPL เติบโตอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นทั้งเครื่องมือทางการเงินและความเสี่ยงในเวลาเดียวกัน

จากคนเป็นหนี้ สู่ระบบที่สร้างหนี้ :

ในบทความ First Jobber : เหยื่อ หรือ ผู้ก่อปัญหา?” (บทพิสูจน์ ‘ปมหนี้ครัวเรือนไทย!’ อาจไม่ได้เริ่มจาก…คนเป็นหนี้ แต่เป็น…ระบบที่สร้างหนี้?) https://yutthasartonline.com/strategies/167021 ก่อนหน้านี้…

“ทีมข่าวยุทธศาสตร์” ได้ตั้งคำถามต่อสังคมไทยว่า…ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยอาจไม่ได้เริ่มต้นจากคนเป็นหนี้เพียงฝ่ายเดียว แต่อาจมีรากฐานมาจากโครงสร้างทางเศรษฐกิจ สังคม และระบบการเงินที่เอื้อให้การก่อหนี้เกิดขึ้นได้ง่ายกว่าการสร้างความมั่นคงทางการเงิน

คำถามดังกล่าว ยังคงมีความสำคัญ แต่สถานการณ์ล่าสุด! ได้เพิ่มอีกหนึ่งประเด็นที่ควรจับตามอง นั่นคือ…การเติบโตอย่างรวดเร็วของบริการ “Buy Now Pay Later” หรือ BNPL ซึ่งกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของ วิถีชีวิตคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ…กลุ่มวัยเริ่มทำงาน

สิ่งที่น่าสนใจคือ…ในขณะที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เดินหน้าลดภาระค่าธรรมเนียมทางการเงินให้กับประชาชนหลายรายการ กลับมีสัญญาณชัดเจนว่าจะเข้ามากำกับดูแล BNPL อย่างจริงจังมากขึ้น

ประเด็นสำคัญ มันจึงไม่ใช่ BNPL ดีหรือไม่ดี แต่คือ…เหตุใดผู้กำกับดูแลระบบการเงินจึงเลือก “ผ่อนคลาย” ในด้านหนึ่ง และ “เข้มงวด” ในอีกด้านหนึ่ง…ไปพร้อมๆ กัน

การเงินที่เข้าถึงง่ายขึ้น :

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แนวคิดสำคัญของระบบการเงินโลก คือ Financial Inclusion หรือการทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินได้มากขึ้น

เทคโนโลยีดิจิทัล ทำให้การเปิดบัญชี การโอนเงิน การชำระค่าสินค้า หรือแม้แต่การขอสินเชื่อ สามารถดำเนินการผ่านโทรศัพท์มือถือได้ภายในไม่กี่นาที

ในมุมหนึ่ง นี่คือ…ความก้าวหน้าที่ช่วยลดต้นทุนทางเศรษฐกิจ เพิ่มโอกาสให้ประชาชน และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ

BNPL เองก็เกิดขึ้นจากแนวคิดเดียวกัน!!!

แทนที่ผู้บริโภคจะต้อง รอเก็บเงินครบก่อนซื้อสินค้า ทว่าพวกเขาสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้ทันที แล้วค่อยทยอยชำระในภายหลัง

สำหรับผู้มีรายได้จำกัดหรือมีความจำเป็นเร่งด่วน BNPL จึงเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ไม่น้อย

เมื่อความสะดวกกลายเป็นความเสี่ยง :

อย่างไรก็ตาม ความสะดวกอาจเป็น “ดาบสองคม???” ทั้งนี้ สิ่งที่ “ผู้กำกับดูแล” หลายประเทศเริ่มกังวลไม่ใช่ตัวผลิตภัณฑ์ แต่มันคือ…

พฤติกรรมที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น!!??

เมื่อ การก่อหนี้ทำได้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยอาจไม่รู้สึกว่า…ตนเองกำลังเป็นหนี้

การผ่อนชำระสินค้าเพียงหลักสิบหรือหลักร้อยบาทต่อเดือน อาจดูเป็นภาระเล็กน้อย

แต่เมื่อเกิดขึ้นพร้อมกันหลายรายการ หลายแพลตฟอร์ม และหลายบัญชี ภาระหนี้สะสมก็สามารถขยายตัวเกินกว่าความสามารถในการชำระคืนได้อย่างรวดเร็ว

ยิ่งในยุคที่ “อัลกอริทึม” ของแพลตฟอร์มออนไลน์ สามารถเรียนรู้พฤติกรรมผู้บริโภค และนำเสนอสินค้า โปรโมชั่น หรือวงเงินทางการเงินได้ตรงกับความต้องการมากขึ้น ความเสี่ยงดังกล่าวก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย!!!

เส้นแบ่งที่บางลง :

สิ่งที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย กำลังพยายามทำ ไม่ใช่การต่อต้านนวัตกรรมทางการเงิน

ในทางตรงกันข้าม นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ย้ำหลายครั้งว่า…BNPL ไม่ใช่ผู้ร้าย และยังมีประโยชน์ต่อประชาชนในหลายกรณี

แต่หากระบบดังกล่าวเข้าถึงง่ายเกินไป ขาดการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ หรือปล่อยให้เกิดการกระตุ้นการบริโภคเกินตัวโดยไม่มีมาตรการกำกับดูแลที่เหมาะสม ผลลัพธ์ที่ตามมาอาจกลายเป็นปัญหาหนี้ครัวเรือนในระยะยาว!

ดังนั้น สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น! จึงไม่ใช่การปิดกั้นการเข้าถึงบริการทางการเงิน หากแต่เป็นความพยายามสร้างสมดุลระหว่าง “โอกาส” กับ “ความรับผิดชอบ”

บททดสอบของระบบการเงินไทย :

ความท้าทายสำคัญของประเทศไทยในวันนี้ ไม่ใช่การทำให้คนเข้าถึงเงินได้มากขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่คือ…การทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างรับผิดชอบและยั่งยืน!

เพราะหากระบบการเงินเปิดกว้างจนเกินไป อาจนำไปสู่ปัญหาหนี้สินสะสม แต่หากเข้มงวดมากเกินไป ก็อาจปิดกั้นโอกาสของประชาชนจำนวนมากเช่นกัน

“เส้นแบ่ง” ระหว่าง 2 สิ่งนี้ จึงเป็นโจทย์สำคัญที่ทั้ง…ผู้กำหนดนโยบาย สถาบันการเงิน แพลตฟอร์มดิจิทัล และผู้บริโภค จะต้องเร่งร่วมกันหาคำตอบให้ได้โดยเร็ว???

สมดุลใหม่ของอนาคต :

ถึงบรรทัดนี้ ประเด็นสำคัญอาจไม่ใช่คำถามที่ว่า…BNPL เป็นนวัตกรรมทางการเงิน หรือเป็นโรงงานผลิตหนี้ยุคดิจิทัล กันแน่???

แต่คือ…ประเทศไทยจะออกแบบระบบการเงินอย่างไร? เพื่อให้ประชาชนคนไทย สามารถเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจได้ โดยไม่ต้องแลกกับการตกอยู่ในกับดักหนี้ตั้งแต่เริ่มต้นชีวิต!!!

เพราะ “บทเรียน” จากหนี้ครัวเรือนไทย ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มันได้สะท้อนให้เห็นแล้วว่า…การสร้างโอกาสทางการเงินเป็นเรื่องสำคัญ

แต่การสร้างวินัยและความรับผิดชอบทางการเงิน อาจเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่า!!??

และนั่น…อาจเป็นเหตุผลที่วันนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังเดินบนเส้นทางที่ดูเหมือนขัดแย้งกันในสายตาหลายคน

ด้านหนึ่ง ลดภาระค่าธรรมเนียมให้ประชาชน อีกด้านหนึ่ง เพิ่มมาตรการกำกับดูแลหนี้ดิจิทัล

แต่แท้จริงแล้ว ทั้ง 2 เรื่อง อาจมีเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ…การสร้างระบบการเงินที่เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงได้มากขึ้น โดยไม่ปล่อยให้โอกาสนั้นกลายเป็นภาระหนี้ในอนาคต!!!.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password