ทิศทางเศรษฐกิจไทย!!??

(จาก…ภาษีทรัมป์ สู่ปีแห่งการลงทุน : เกมเร่ง FDI ของ ‘เอกนิติ + รัฐบาลอนุทิน’)

ผลพวง…ศาลสูงสหรัฐ “ติดเบรก!” อำนาจภาษีทรัมป์ ได้เขย่าเกมการค้าโลกรอบใหม่! ฝั่งไทย…“นายกฯอนุทิน” เรียกประชุมด่วน! “ทีมเศรษฐกิจ” ประเมิน 150 วันอ่อนไหวก่อนเจรจารอบใหม่ ด้าน ก.คลัง มองเป็น “หน้าต่าง” เร่ง FDI ดันปี 2569 โต 2.5–3% ชี้! โจทย์ใหญ่ จะเปลี่ยน “เงินร้อน” เป็นฐานผลิตถาวรได้อย่างไร? ในยุคที่โลกการค้าถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อรองการเมืองข้ามทวีป!!!

ไม่เฉพาะ ชาวอเมริกันเกือบ 350 ล้านคน หากแต่ พลเมืองทั่วโลกราว 8  พันล้านคนเศษ อาจต้องจดจำชื่อ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนนี้ ไปตลอดกาล

คนๆ เดียว แต่สามารถทำลายระบบการค้าเสรีของโลก เพียงแค่ 2 ปีที่เขาเข้ามาบริหารประเทศสมัยที่ 2

เพราะแม้ ศาลสูงสหรัฐฯ จะมีคำพิพากษา ว่า “ประธานาธิบดี…ไม่มีอำนาจใช้อำนาจตามกฎหมาย IEEPA ตั้งกำแพงภาษีนำเข้าแบบกว้างขวาง”

ทว่า แรงสะเทือนทางการเมืองเศรษฐกิจระดับโลก มันไม่ได้คลายตัวลงเลย???

แม้จะเป็นการ “เบรก” อำนาจฝ่ายบริหาร แต่ในทางปฏิบัติ รัฐบาลสหรัฐฯ ยังเดินหน้าเก็บภาษีนำเข้า (ภาษีศุลกากร) ในอัตราร้อยละ 10–15 เป็นการชั่วคราว 150 วัน เพื่อเปิดพื้นที่ต่อรองกับประเทศคู่ค้า

ภาพจึงไม่ใช่…การถอยเต็มรูปแบบ หากเป็นการ “สลับเครื่องมือ” ในเกมการค้า

ที่กรุงเทพฯ ภาพความเคลื่อนไหวของรัฐบาลรักษาการ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เรียก “ทีมเศรษฐกิจ” หารือด่วน!

โดยมี ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ และ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ พร้อมเจ้าหน้าที่ระดับสูง เข้าร่วมประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์

จากนั้น…ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์นี้ อย่างใกล้ชิด

ดร.เอกนิติ ระบุว่า…แม้อัตราภาษีศุลกากรที่ทางการสหรัฐฯ ประกาศจะนำมาใช้  10–15% จะมีผลเพียง 150 วัน แต่สถานการณ์นี้ ได้ทำให้ทุกประเทศถูกเก็บภาษีในอัตราใกล้เคียงกัน ส่งผลให้ความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบของไทยกลับมา “สมดุล” มากขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า

ก่อนจะสะท้อนมุมมองที่ว่า…ความเชื่อมั่นต่างชาติ เริ่มไหลกลับเข้าตลาดทุนไทย เห็นได้จากดัชนีตลาดหุ้นไทยเขยิบขึ้นไปแตะที่ระดับ 1,500 จุด สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อพื้นฐานเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ ดร.เอกนิติ ย้ำ ไม่ได้อยู่ที่ตลาดหุ้น หากอยู่ที่การเปลี่ยนเงินทุนไหลเข้าให้กลายเป็นการลงทุนโดยตรง (FDI)

“รัฐบาลกำหนดปีนี้เป็นปีแห่งการลงทุน เราอยากได้ FDI มากกว่าเงินเก็งกำไร” รองนายกฯและรมว.คลัง ระบุ และย้ำว่า…

รัฐบาลพร้อมผลักดัน BOI Fast Pass วงเงิน 4.8 แสนล้านบาท ขณะเดียวกัน ได้สั่งการให้ เร่ง “ปลดล็อก” ข้อจำกัดทางกฎหมาย เพื่อดึงเม็ดเงินตั้งฐานการผลิตในไทยให้เร็วที่สุด

ภาพนี้…สะท้อนการอ่านเกมแบบการเมืองเศรษฐกิจ เพราะในโลกที่กำลัง เปลี่ยนจาก Free Trade ไปสู่ Managed Trade ประเทศที่ได้เปรียบ! ไม่ใช่ประเทศที่ภาษีต่ำที่สุด แต่คือ…ประเทศที่ตัดสินใจลงทุนง่ายที่สุด!!!

หาก 150 วันนี้เป็น “หน้าต่างเวลา” ไทยจำเป็นต้อง “ตอกเสาเข็ม” ฐานผลิตให้ทันก่อนที่ “คลื่นลูกใหม่” จะมาถึงในเร็วนี้

ด้าน นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เตือนให้มองลึกกว่าตัวเลขภาพรวม โดยเฉพาะ ความเป็นไปได้ที่ ทางการสหรัฐฯ อาจหันไปใช้มาตรการรายสินค้า

“ต้องประเมินเป็นรายประเภทว่าอะไรจะถูกเก็บเพิ่ม และกระทบมากน้อยแค่ไหน” ปลัดฯลวรณ ระบุและเห็นว่า…อัตรา 15% ในช่วง 5 เดือน เป็นกลไก “กดดัน” เพื่อเปิดโต๊ะเจรจา มากกว่าจะเป็น…โครงสร้างถาวรของระบบภาษีใหม่

นั่นก็หมายความว่า…หลัง 150 วัน ความไม่แน่นอน…อาจกลับมาอีกครั้ง!!!

ขณะที่ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ประเมินว่า… แม้ทุกประเทศจะถูกเก็บในอัตราเดียวกัน แต่ความเสี่ยงแท้จริง! อยู่ที่สินค้าที่สหรัฐมองว่า…ประเทศเขาเสียเปรียบ!!??

หากถูกจัดเก็บในอัตราสูงเป็นพิเศษ ผู้ส่งออกไทย…จึงต้องเร่งแสดงศักยภาพและใช้จังหวะนี้ปรับโครงสร้างตลาด

เลขาฯสภาพัฒน์ ชี้ว่า…ช่วงเวลานี้ อาจกลายเป็นแรงกระตุ้นให้ไทย จำต้องเร่งกระจายตลาดและยกระดับความสามารถแข่งขัน มากกว่าการ “ตั้งรับ” เพียงอย่างเดียว!!!

นี่จึงเป็นช่วงเวลา “หัวเลี้ยวหัวต่อ” ของนโยบายเศรษฐกิจไทย เพราะแม้กระทรวงการคลัง มั่นใจว่า…GDP ปี 2569 จะเติบโต 2.5–3% ถึงขั้นประกาศเป็น “3 พลัส” จากโมเมนตัมไตรมาส 4 ที่ขยายตัว 2.5%

แต่การเติบโตดังกล่าว ยังตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า…โลกจะไม่กลับเข้าสู่ “สงครามภาษี” รายอุตสาหกรรมอีกครั้ง!

ดังนั้น ในเชิงยุทธศาสตร์ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” เชื่อว่า…“รัฐบาลอนุทิน” กำลังพยายามเปลี่ยน “แรงสะเทือนภายนอก” ให้เป็น “แรงส่งภายใน” ผ่าน 3 กลไกหลักสำคัญ นั่นคือ…

เร่งส่งออกในระยะสั้น ดึง FDI ในระยะกลาง และปลดล็อกกฎหมาย

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความแน่นอนในระยะยาว พร้อมกันนั้น ยังต้องเร่งประสานภาครัฐและเอกชน เพื่อให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ไทยยังคงมีคำถามสำคัญรออยู่ข้างหน้า??? เพราะหากทางการสหรัฐฯ กลับมาใช้มาตรการเฉพาะสินค้า หรือหากการเมืองภายในสหรัฐฯ ทำให้ “การค้าโลก” กลายเป็น…เครื่องมือหาเสียง

แน่นอนว่า…สิ่งจะสร้างความผันผวนเพิ่มขึ้นทันที!!!

และ เงินทุนที่ไหลเข้าวันนี้…ก็อาจไหลออกไปได้รวดเร็วพอ ๆ กัน

เกมสงครามภาษี ในครั้งนี้…จึงไม่ใช่เพียงการ “รับมือ” ภาษีทรัมป์ หากเป็น “บททดสอบ” ความสามารถของรัฐบาลอนุทิน ในการใช้ “ช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอน” ให้กลายเป็นโอกาสเชิงโครงสร้าง

แม้ ศาลสูงสหรัฐฯ อาจ “จำกัด” อำนาจฝ่ายบริหารได้บางส่วน แต่คงไม่อาจหยุดโลก! จากการเข้าสู่ยุค…การค้าเชิงยุทธศาสตร์!!??

สำหรับไทย 150 วันข้างหน้า อาจดูเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ “ผลลัพธ์” ของการตัดสินใจในวันนี้ มันอาจกำหนดทิศทางเศรษฐกิจไทย…ไปได้อีกหลายปีเลยทีเดียว!!!.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password