ทองคำไทย! อิงวินัยการคลัง? (1)

(ทองคำ = แต้มต่อ! : ไทยยืนตรงไหน? ในเกมการเงินโลกที่กำลังเปลี่ยน!!!)

ในโลกที่ “เงินดอลลาร์” ไม่มั่นคงเหมือนเดิม ดอกเบี้ย…กลายเป็น “เครื่องมือ” ทางการเมือง และชาติมหาอำนาจเอง ยังต้องเผชิญปัญหา…วินัยการคลัง ทว่าประเทศที่ถูกจับตามอง! กลับไม่ใช่ประเทศที่เติบโตหวือหวาที่สุด? แต่เป็นประเทศที่ระบบเศรษฐกิจยัง “ไม่พัง” และมีสินทรัพย์จริงค้ำ…คอยยันระบบ! และประเทศไทย ยืนอยู่ตรงจุดนั้น…อย่างเงียบๆ
โลกการเงิน…กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง? ความเชื่อมั่นที่เคยผูกอยู่กับ “สกุลเงินหลัก” และ “สถาบันการเงิน” ของชาติมหาอำนาจโลก ที่เริ่มถูกตั้งคำถามมากมาย? ทั้งจาก…
ปัจจัยทางการเมือง!
หนี้สาธารณะที่พุ่งสูง!
และ บทบาทของธนาคารกลางที่ไม่อาจแยกออกจากการเมืองภายในประเทศได้อย่างชัดเจนเหมือนในอดีต!
แม้ เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ยังคงเป็น “แกนกลาง” ของระบบการเงินโลก! แต่ความ “คาดเดาได้” ของนโยบายกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ???
ในบริบทเช่นนี้ สินทรัพย์ที่ไม่ขึ้นกับ…คำสัญญาทางการเมือง ไม่ผูกกับนโยบายการเงิน และไม่เสื่อมค่าด้วยเงินเฟ้อ กลับมามีบทบาทอีกครั้ง!!??
สิ่งนั้นคือ…ทองคำ!!!
ทองคำ…ไม่ได้เป็นเพียงโลหะมีค่า หากแต่เป็น “สัญลักษณ์” ของความเชื่อถือได้ ในโลกที่ความเชื่อมั่นผันผวน
ประเทศที่มี “ทองคำสำรอง” ในระดับสูง! ย่อมถูกมองว่า…มี “กันชน” รองรับความเสี่ยงได้มากกว่าประเทศที่พึ่งพาเพียง…กระแสเงินทุนและความคาดหวังของตลาด
ประเทศไทย จัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มี “ทุนสำรองทองคำ” ในระดับต้น ๆ ของโลก ราว 234.52 ตัน (ตัวเลขไตรมาสล่าสุดที่รายงาน) และเป็น อันดับหนึ่งในอาเซียน
ข้อเท็จจริงนี้…ไม่ได้ทำให้ไทย กลายเป็น “มหาอำนาจทางการเงิน” แต่มันทำให้ไทย…ไม่ใช่ “ประเทศเปราะบาง” ในสายตาของนักลงทุน และ “ผู้กำหนดกติกาโลก”
เมื่อประกอบกับการที่ ไทยมีระบบธนาคารที่มีเสถียรภาพสูง เงินเฟ้ออยู่ในระดับควบคุมได้ และไม่มีวิกฤตหนี้ต่างประเทศในระดับรุนแรง
เราจึงถูก “จัดวาง” ให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่ “ประคองตัวได้” ท่ามกลางความผันผวนของโลก!!!
ท่าทีเชิงนโยบายของ “รัฐบาลไทย” ช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะ รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และมี “หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ” ที่ชื่อ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง โดยพยายามสื่อสาร “ภาพเดียวกัน” ในเวทีระหว่างประเทศ ในทำนอง…
ไทยไม่ต้องการเป็น “ผู้ท้าทาย” ระบบการเงินโลก! แต่ต้องการเป็นประเทศที่ “เชื่อถือได้” ภายในระบบเศรษฐกิจ–การเงิน–การค้าระหว่างประเทศที่โลกต้องใช้กัน…
นายอนุทิน เคยอธิบายในบริบทนโยบายเศรษฐกิจและการต่างประเทศว่า…
เสถียรภาพ คือ…“ทุนที่สำคัญที่สุด!” ของประเทศขนาดกลางอย่างไทย เพราะเป็นเงื่อนไขให้สามารถร่วมมือกับทุกฝ่ายได้โดยไม่ถูกบีบให้เลือกข้าง และทำให้การเจรจาทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นบนฐานความไว้วางใจ ไม่ใช่ความจำเป็น
มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดของ “ทีมเศรษฐกิจรัฐบาล” ที่มองว่า…ความได้เปรียบของไทย ไม่ได้อยู่ที่การเร่งแสดงบทบาท แต่คือ…
การรักษาภาพของประเทศที่ “คาดเดาได้” ในสายตาตลาดโลก!!!
ด้าน ดร.เอกนิติ ได้เคยอธิบายในหลายเวทีว่า…การรักษาเสถียรภาพมหภาค ไม่ใช่การไม่ทำอะไร? แต่มันคือ…การเลือกจังหวะและขอบเขตของนโยบายให้เหมาะสมกับสถานการณ์โลก
เพราะในช่วงที่ ระบบการเงินโลกผันผวน? ประเทศที่เร่งใช้นโยบายการคลัง โดยไม่คำนึงถึงผลระยะยาว จะยิ่งถูกตลาดตั้งคำถามตามมามากยิ่งขึ้น!!??
อย่างไรก็ตาม การมี “แต้มต่อ” ไม่ว่าจะเป็น…ทุนสำรองทองคำติด Top 20 ของโลก หรือการมี…ระบบเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพ ก็ไม่ได้แปลว่า…ไทยจะชนะในเกมนี้??? นั่นเพราะ…
ทองคำ…เป็นเพียงศักยภาพ ไม่ใช่…หลักประกันถาวร!!!
ประวัติศาสตร์การเงินโลก แสดงให้เห็นชัดว่า…หลายประเทศที่มีทรัพยากรจำนวนมาก กลับล้มเหลว เพียงเพราะออกนโยบายที่ “เผา” ฐานของตนเอง
จุดแข็ง! ของไทยในวันนี้ จึงไม่ได้อยู่ที่ปริมาณทองคำ หรือมีระบบเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพ เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “ตำแหน่ง” ที่ไทยยืนอยู่ใน “โครงสร้างอำนาจโลก” มากกว่า???
หากเลือกใช้อย่างสุขุม…ไทยก็จะเป็น “รัฐฐานสมดุล” ที่บรรดา “ชาติมหาอำนาจ” ต้องคำนวณทุกครั้งอย่างละเอียด หากจะก่อนขยับนโยบายหรือมาตรการใดๆ กับไทย!!!
แต่หากใช้ “แต้มต่อ” นี้ อย่าง…ผิดจังหวะ! ความได้เปรียบที่ว่านี้ ก็อาจจะหายไปเร็วกว่าที่คิด ก็เป็นไปได้!!??
ตอนที่หนึ่งของซีรีส์นี้ จึงเป็นการตั้งโจทย์ที่ว่า…ไทยมีไพ่อะไรในมือ? และไพ่ใบนั้น…มีความหมายเพียงใด? ใน “เกมการเงินโลก” ที่กำลังเปลี่ยนไป!!??
คำตอบที่แท้จริง! จะถูกตัดสินจากการตัดสินใจเชิงนโยบายในขั้นต่อไป.
(ติดตามตอนจบพรุ่งนี้ – วินัยการคลัง = เงื่อนไข! : รัฐบาลใหม่จะรักษาแต้มต่อ หรือใช้จนหมด!!??)






