(เช็กชัดๆ…ใครได้ – ใครเสีย? ก่อน ‘ศึกซักฟอก’ รัฐบาลน้ำเงิน!)
จากคำเตือนของ “ปิยบุตร” สู่ถ้อยคำสวนกลับของฝ่ายรัฐบาล “บันเทิงธิปไตย” กำลังเปลี่ยนสนามตรวจสอบให้เป็นสนามชิงความน่าเชื่อถือ พรรคประชาชนต้องพิสูจน์น้ำหนักหลักฐาน ขณะที่รัฐบาลน้ำเงินต้องตอบข้อกล่าวหาให้พ้นวาทกรรม ก่อนประชาชนกลายเป็นผู้จ่ายต้นทุนของการเมืองที่มีแต่คนดู
คำบางคำไม่ได้เปลี่ยนจำนวนเสียงในสภา แต่เปลี่ยนวิธีที่ประชาชนไทยมองการเมืองได้…
“บันเทิงธิปไตย” เป็นหนึ่งในนั้น
ทันทีที่คำๆ นี้ เคลื่อนจาก….ข้อวิจารณ์เรื่องคุณภาพการเมือง ไปอยู่ในปากของ “ฝ่ายรัฐบาล” ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ก่อนถึง…ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ความหมายของมันก็ขยายจาก…คำเตือนให้รักษาสาระ กลายเป็นเครื่องมือชิงนิยาม ว่า…
สิ่งที่ฝ่ายค้านกำลังทำคือ…การตรวจสอบอำนาจ หรือการแสดงเพื่อเรียกความสนใจ!
“เดิมพัน” ทั้งหมด จึงอยู่ทั้งที่…ความน่าเชื่อถือของผู้กล่าวหา ความรับผิดชอบของผู้ถูกกล่าวหา และ สิทธิของประชาชนไทยที่จะได้รับคำตอบ
คำเตือนกลายเป็นอาวุธ :
นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า อธิบายปัญหา “บันเทิงธิปไตย” โดยตั้งข้อสังเกตถึง…ความบันเทิงที่เข้าครอบงำการเมือง จนการสร้างกระแสและความโดดเด่นของตัวบุคคลอาจเบียดบังงานความคิด อุดมการณ์ และเป้าหมายของพรรค
ข้อวิจารณ์นี้…จึงมีน้ำหนักมากกว่าการตำหนิวิธีพูดหรือรูปแบบการสื่อสารของนักการเมืองบางคน?
หากอ่านใน เชิงโครงสร้าง คำถามของ นายปิยบุตร นั่นคือ…พรรคการเมืองกำลังใช้ความสนใจของสังคมเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมาย หรือกำลังปรับเป้าหมายให้ตอบสนองความสนใจรายวัน
ความแตกต่าง! อยู่ตรงนี้เอง…
นักการเมืองอาจสื่อสารสนุก ใช้ถ้อยคำคม และทำคลิปให้เข้าถึงคนจำนวนมากได้ แต่เมื่อความสำเร็จถูกวัดด้วยยอดชมเพียงอย่างเดียว งานที่ต้องใช้เวลา เช่น การออกแบบกฎหมาย การติดตามงบประมาณ และการแก้ปัญหาเชิงระบบ ก็เสี่ยงที่จะถูกผลักออกไปจาก…พื้นที่สาธารณะ???
อย่างไรก็ตาม เมื่อคำเตือนดังกล่าวถูกนำมาใช้ในสนามแข่งขันระหว่างพรรค มันย่อมมีผลทางการเมืองเกินกว่าเจตนาของผู้พูด!!!
นายสรกล อดุลยานนท์ หรือ “หนุ่มเมืองจันท์” ได้ตั้งข้อสังเกตถึง…ต้นทุนที่พรรคประชาชนต้องรับจากคำนี้ ขณะที่ นายปิยบุตร ชี้แจงเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมว่า…ไม่ได้คิดคำขึ้นมาเพื่อเชือดเฉือนพวกเดียวกัน และยืนยันเสรีภาพในการวิจารณ์ในบทบาททางวิชาการของตน
ภาพที่ปรากฏ! จึงเป็น…การเผชิญกันของ 2 เหตุผล
ฝ่ายหนึ่ง…ห่วงคุณภาพของขบวนการการเมือง อีกฝ่าย…ห่วงผลของคำวิจารณ์ต่อการต่อสู้เฉพาะหน้า
ทั้ง 2 เรื่องสามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องรีบตัดสินว่า…ใครหวังดี หรือประสงค์ร้าย!!??
“ปิยบุตร” ได้พื้นที่ – เสียแรงหนุน? :
ในมุมการวิเคราะห์ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” เชื่อว่า…นายปิยบุตรได้เปิดพื้นที่ให้สังคมได้ถกเถียงคำถามที่พรรคการเมืองควรตอบ แม้คำถามนั้น…จะทำให้ฝ่ายที่ตนเคยร่วมก่อตั้งรู้สึกไม่สบายใจ
การยอมให้วิจารณ์…คนใกล้กันได้ ถือเป็น “บททดสอบสำคัญ” ของการเมืองที่อ้างเสรีภาพและความเป็นประชาธิปไตย เพราะหาก…คำวิจารณ์มีคุณค่าต่อเมื่อใช้กับฝ่ายตรงข้าม เสรีภาพทางความคิด ก็จะเหลือเพียงเครื่องมือประจำค่ายการเมือง ก็เท่านั้น
แต่ “ต้นทุน” ของ นายปิยบุตร กลับเป็น…ความเสี่ยงที่สาระจะถูกกลบด้วยข้อถกเถียงเรื่องความสัมพันธ์ ผู้สนับสนุนบางส่วนอาจสนใจ ว่า…เหตุใดจึงพูดในเวลานี้ มากกว่าสนใจว่าปัญหาที่พูดถึงมีอยู่จริงเพียงใด???
ยิ่งตอบโต้กันด้วยอารมณ์มากเท่าไร? ข้อถกเถียงเรื่อง “บันเทิงธิปไตย” ก็ยิ่ง…เสี่ยง! กลายเป็นความบันเทิงเสียเอง!!!
ทางออก! จึงอยู่ที่การทำให้คำวิจารณ์ตรวจสอบได้ ประมาณว่า…
นักการเมืองทำงานอะไรไว้?
งานนั้นเกิดผลอย่างไร?
และ ส่วนใดถูกกระแสรายวันเบียดบัง?
การถกเถียงจึงจะเดินพ้นจากการ “วัด”…ความภักดี ไปสู่การ “วัด”…คุณภาพการเมือง!
รัฐบาลได้จังหวะ – ยังติดคำตอบ :
ฝ่ายรัฐบาล เป็น…ผู้ได้ประโยชน์เฉพาะหน้าจากวลีนี้ เพราะสามารถหยิบ “คำวิจารณ์” จากบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางความคิดกับพรรคประชาชน มาใช้ตั้งข้อสงสัยต่อฝ่ายค้านได้ทันที!!??
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง ญัตติซักฟอก 18 รัฐมนตรี ว่า…เป็น “บันเทิงธิปไตย” พร้อมโยนให้ไปถามความหมายจาก นายปิยบุตร
ขณะเดียวกัน ก็ยืนยันว่า…รัฐบาลพร้อมชี้แจง และต้องจัดสรรเวลาอย่างเป็นธรรมแก่ผู้ถูกกล่าวหา
หากมองเป็นยุทธวิธี นี่คือ…การช่วงชิงกรอบการรับรู้ก่อนฝ่ายค้านเปิดหลักฐาน เมื่อผู้ฟังถูกชวนให้มองการอภิปรายเป็นการแสดง ข้อกล่าวหาที่ตามมาอาจต้องฝ่าความกังขามากขึ้น
แต่ความได้เปรียบนี้ ก็มีอายุจำกัด!!??
หาก ฝ่ายค้าน สามารถจะนำเสนอ “เอกสาร” ที่ตรวจสอบได้ เชื่อมโยง…การตัดสินใจของรัฐมนตรีกับความเสียหายได้ชัด และ ตั้งคำถามตรงประเด็น
ฝั่งรัฐบาลเอง ก็อยู่นิ่งไม่ได้? จะต้องตอบคำถามในระดับเดียวกัน เช่นกัน การเรียกทั้งหมดว่า…เป็นความบันเทิงจะไม่ช่วยอธิบายข้อเท็จจริง ให้สังคมได้เข้าใจได้!!!
ในทางกลับกัน หาก…ฝ่ายค้านมีเพียงถ้อยคำรุนแรงแ ละข้อมูลที่เชื่อมโยงอย่างหลวม ๆ วลีนี้ก็อาจย้อนกลับมาลดความน่าเชื่อถือของผู้กล่าวหาได้จริง
ดังนั้น ผู้ได้เปรียบในวันนี้…อาจยังไม่ใช่ผู้ชนะในวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ!!??
ฝ่ายค้านต้องมีมากกว่าฉากเด็ด :
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้าน ขอให้…รอฟังเนื้อหาและคำชี้แจงก่อนตัดสิน พร้อมยืนยันว่า…ฝ่ายค้านมีพยานหลักฐาน โดยคาดหวังเวลาอภิปรายอย่างน้อย 5 วันสำหรับรัฐมนตรี 18 คน
ทั้งนี้ การกำหนดวันและกรอบเวลายังต้องผ่านการพิจารณาที่เกี่ยวข้อง
สิ่งที่…พรรคประชาชนต้องพิสูจน์ จึงมี 2 ชั้น???
ชั้นแรก คือ…ข้อกล่าวหามีน้ำหนักเพียงใด?
และ ชั้นที่สอง คือ…พรรคสามารถใช้พื้นที่สภาให้เกิดผลต่อการตรวจสอบได้อย่างไร
คลิปที่คนแชร์จำนวนมาก! อาจ “เปิดประตู” ให้ประชาชนไทยสนใจ แต่…การตรวจสอบ! ต้องพาคนดูไปถึงคำตอบชัดๆ ที่ว่า…
ใครมีอำนาจตัดสินใจ?
ทำอะไรหรือไม่ทำอะไร?
เกิดความเสียหายอย่างไร?
และ มีหลักฐานรองรับส่วนไหน?
ข้อกล่าวหา…ต้องไม่ถูกนำเสนอเสมือนเป็นคำตัดสิน ขณะเดียวกัน การที่คดียังไม่ถึงที่สุด! ก็ไม่ควรถูกใช้ปิดกั้นคำถามเรื่องความรับผิดชอบทางการเมือง
ฝ่ายค้าน…ย่อมเสียหาย? หากข้อมูลสำคัญคลาดเคลื่อน เพราะความผิดพลาดหนึ่งจุด อาจถูกใช้ทำลายความน่าเชื่อถือของทั้งชุด! แต่หากเตรียมข้อมูลรัดกุม เปิดให้ตรวจสอบ และติดตามหลังอภิปราย พรรคก็มีโอกาสเปลี่ยนคำปรามาสให้เป็นแรงส่งของงานตรวจสอบ
ชัยชนะที่มีความหมายจึงต้องยาวกว่าช่วงเวลาที่ติดกระแส!!!
สื่อได้ยอด – สังคมได้อะไร? :
คำถามเรื่อง “บันเทิงธิปไตย” ย้อนมาถึงสื่อมวลชนด้วยเช่นกัน???
หากข่าวเลือกขยายเฉพาะ…คำเหน็บ ฉากเผชิญหน้า และปฏิกิริยาของผู้สนับสนุน!
สื่อ…ก็อาจได้ความสนใจเพิ่มขึ้น แต่ประชาชนไทยกลับได้รับข้อมูลน้อยลง ว่า…
ข้อกล่าวหาคืออะไร?
หลักฐานอยู่ตรงไหน?
และ รัฐบาลตอบครบหรือยัง?
พาดหัวข่าวที่คม…มีประโยชน์ เมื่อพาคนเข้าสู่เนื้อหาได้จริง! ความคม…จะสูญความหมาย หากผู้อ่านจำได้เพียงว่า…ใครด่าใคร? แต่ไม่รู้ว่า…เรื่องนั้นกระทบชีวิตตนอย่างไร???
บทบาทของสื่อมวลชนใน “ศึกซักฟอก” จึงต้องไปถึงการตรวจคำกล่าวอ้าง เปรียบเทียบข้อกล่าวหากับคำชี้แจง และติดตามเรื่องที่ยังไม่ได้คำตอบ แม้วันลงมติจะผ่านไปแล้ว
เพราะ…การเมืองที่ถูกเล่าเป็นการแข่งขันระหว่างคนดัง อาจทำให้ประชาชนค่อย ๆ ถูกลดบทบาทจากเจ้าของอำนาจมาเป็นกองเชียร์
ชนะโหวต – ไม่จบคำถาม :
“ศึกซักฟอก” มีผลลงมติเป็นปลายทางในสภาผู้แทนราษฎร แต่ทว่า…ความรับผิดชอบต่อสังคม อาจไม่ได้สิ้นสุดไปพร้อมการนับคะแนนในครั้งนี้!!??
รัฐบาลที่ผ่านการลงมติเสียงข้าง! ยังต้องตอบข้อสงสัยที่มีน้ำหนัก
ขณะที่ ฝ่ายค้านที่ได้กระแสตอบรับยังต้องรับผิดชอบต่อความถูกต้องของข้อมูล
และ ผู้วิจารณ์ทุกฝ่ายยังต้องยอมให้เหตุผลของตนถูกตรวจสอบ
ก่อนถึง…วันอภิปราย วลี…“บันเทิงธิปไตย” จึงสร้างทั้ง…โอกาสและต้นทุนแก่ทุกฝ่าย???
นายปิยบุตร ได้เปิดโจทย์ใหญ่
พรรคประชาชนถูกเร่งให้พิสูจน์สาระ
รัฐบาลได้จังหวะตอบโต้
ส่วน สื่อมวลชน เอง ก็ถูกทดสอบว่า…จะขยายความขัดแย้งหรือขยายความเข้าใจของคนในสังคมไทย
ทว่า…ผู้ที่จะเสียมากที่สุด! อาจเป็น…็น็ประชาชนไทย หากข้อกล่าวหาและคำชี้แจงถูกกลบด้วยการชิงถ้อยคำ จนไม่มีใครต้องตอบเรื่องการใช้อำนาจอย่างจริงจัง!
เสียงหัวเราะ?…อาจจบพร้อมคลิป! แต่ความเสียหายจากการใช้ “อำนาจ” จะยังอยู่กับประชาชนไทย ดังนั้น ศึกซักฟอกครั้งนี้ จึงต้อง “วัด” กันว่า…เมื่อการแสดงจบลง? ใครทิ้งข้อเท็จจริง? และคำตอบไว้ให้ประเทศนี้กันบ้าง!!!.

