เร่งโชว์ผลงาน…สวนทางคะแนน ‘เชื่อมั่นรัฐ’ ถดถอย?

ผลงานเชิงรุก! เดือนแรกของ “รัฐบาลอนุทิน” ที่เร่งขับเคลื่อนทั้งปมความมั่นคง ชายแดนใต้ และปราบอาชญากรรมข้ามชาติ ทว่า เสียงประชาชน…สะท้อนผ่าน “สวนดุสิตโพล” กลับบ่งบอกถึงความไม่พอใจ โดยเฉพาะเรื่อง “เศรษฐกิจและปากท้อง” น่าสนใจ? ช่องว่างระหว่าง “ผลงาน” และ “ความรู้สึกของประชาชน” หรือนี่คือ…โจทย์ใหญ่ทางการเมืองของ “นายกฯอนุทิน”
ภาพการเมืองไทยในห้วงต้นเดือนพฤษภาคม 2569 กำลังสะท้อน “ความย้อนแย้ง” อย่างมีนัยสำคัญ??? ระหว่าง…ความพยายามของรัฐบาล ในการ “เร่งสร้างผลงานเชิงรูปธรรม” กับ “ระดับความเชื่อมั่นของประชาชน” ที่กลับลดลงอย่างต่อเนื่อง!!??
ข้อมูลจาก “ผลสำรวจ” ดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนเมษายน ของสวนดุสิตโพล พบว่า…คะแนนภาพรวมลดลงเหลือ 3.79 จาก 3.89 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการลดลงในแทบทุกตัวชี้วัด
สะท้อนให้เห็นว่า…ความรู้สึกของประชาชนไม่ได้มองแค่ประเด็นใดประเด็นหนึ่ง แต่เป็นการประเมินภาพรวมของรัฐบาล ทั้งด้านเศรษฐกิจ การบริหาร และคุณภาพชีวิต
สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน! นั่นก็คือ…เป็น “ฝ่ายค้าน” ที่กลับได้คะแนนสูงสุดในสายตาประชาชน ในขณะที่ “รัฐบาลอนุทิน” ซึ่งมี ผลงานเชิงรุกในหลายมิติ! กลับไม่สามารถแปลงผลงานเหล่านั้น ให้กลายเป็น “ความเชื่อมั่น” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อพิจารณา ผลงานของรัฐบาลในช่วงเวลาเดียวกัน จะพบว่า…มีการขับเคลื่อนนโยบายอย่างเข้มข้นใน 2 มิติสำคัญ คือ “ความมั่นคงภายใน” และ “ภาพลักษณ์ระหว่างประเทศ”
ในมิติแรก น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า…รัฐบาลได้เร่งแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างจริงจัง โดยเน้นแนวทาง “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ควบคู่กับการ ยกระดับคุณภาพชีวิต การศึกษา และกระบวนการพูดคุยสันติภาพ การลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีตั้งแต่สัปดาห์แรก
สะท้อน ความพยายามสร้างความไว้วางใจระหว่างรัฐกับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งถือเป็น…ยุทธศาสตร์ระยะยาวในการลดความขัดแย้งเชิงโครงสร้าง
ขณะเดียวกัน ในมิติที่สอง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังคงยืนยันว่า…รัฐบาลยังได้เดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ ผ่านความร่วมมือกับสหรัฐอเมริกา การยึดทรัพย์ขบวนการขนาดใหญ่
รวมถึง การพัฒนาระบบความร่วมมือระหว่างประเทศ อย่าง “SHIELD” ล้วนเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลก และมีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับประเทศสู่มาตรฐานสากล
อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลจะมี “ผลงานเชิงนโยบาย” ที่จับต้องได้ แต่ปัญหาหลักกลับอยู่ที่ “การรับรู้ของประชาชน” ซึ่งยังคงยึดโยงกับปัญหาเศรษฐกิจในชีวิตประจำวันเป็นหลัก
ผลสำรวจของ “สวนดุสิตโพล” ชี้ชัดว่า…ประชาชนต้องการให้รัฐบาลแก้ปัญหาปากท้องและค่าครองชีพมากที่สุด!
ขณะที่ คะแนนด้านเศรษฐกิจยังอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับ ปัจจัยภายนอก เช่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลต่อราคาพลังงานและสินค้า ยิ่งซ้ำเติมความรู้สึกของประชาชน ให้มองว่า…
รัฐบาลยังไม่สามารถรับมือกับวิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพ!!!
ประเด็นสำคัญกว่าคำถามที่ว่า…“รัฐบาลทำอะไร?” นั่นก็คือ “ประชาชนรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่รัฐบาลทำ???”
กล่าวอีกนัยหนึ่ง รัฐบาลกำลังเผชิญกับช่องว่าง ระหว่าง…“ผลงานเชิงนโยบาย” กับ “ผลลัพธ์เชิงความรู้สึก” ซึ่งเป็น…โจทย์ทางการเมืองที่ซับซ้อนกว่าการบริหารงานทั่วไป???
เพราะ แม้นโยบายจะถูกต้อง หรือมีทิศทางที่ดี แต่หากไม่สามารถทำให้ประชาชนรู้สึกได้ถึง…การเปลี่ยนแปลงในชีวิตจริงได้! แล้วล่ะก็…
ความเชื่อมั่นก็ยากที่จะเพิ่มขึ้น!!!
สถานการณ์นี้…ยังได้ส่งผลทางการเมืองโดยตรง เพราะเมื่อความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลลดลง บทบาทของฝ่ายค้านในการตรวจสอบก็จะยิ่งโดดเด่นมากขึ้น ดังที่ปรากฏในผลสำรวจ ซึ่งสะท้อนว่า…
“ดุลอำนาจทางความรู้สึก” ของประชาชนกำลังเอนเอียงออกจากฝ่ายรัฐบาล!!??
ในภาพรวม…ข่าวการเมืองที่เกิดขึ้นในสถานการณ์นี้ จึงอาจเชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน กล่าวคือ ขณะที่ รัฐบาลกำลังเร่งสร้างผลงานเพื่อยืนยันศักยภาพในการบริหารประเทศ ทั้งด้านความมั่นคงภายใน และความร่วมมือระหว่างประเทศ
ขณะที่ ประชาชนกลับให้ความสำคัญกับปัญหาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตเป็นอันดับแรก
เมื่อ 2 สิ่งนี้ ยังมิอาจจะสอดประสานกันได้ มันจึงนำไปสู่การ “ลดลง” ของดัชนีความเชื่อมั่นทางการเมืองอย่างที่โพลบอกเอาไว้???
ถึงบรรทัดนี้…ภาพความความท้าทายของ “รัฐบาลอนุทิน” ในเบื้องหน้า จึงอาจไม่ใช่แค่การ “ทำงานให้มากขึ้น” แต่ต้อง “ทำให้ประชาชนรู้สึกและสัมผัสได้จริง และมากขึ้น” ว่า…
ชีวิตของพวกเขาดีขึ้นจริง!!??
เพราะในทางการเมือง ความสำเร็จไม่ได้วัดจาก “ผลงาน” เพียงอย่างเดียว แต่ถูกตัดสินจาก…ความเชื่อมั่นของประชาชนเป็นสำคัญ
รัฐบาลมาถูกทางแล้ว แต่ยังไม่ถูกทิศอย่างที่ประชาชนคนไทยต้องการจริงๆ หรือไม่???.






