เกมจัดโผ ครม. ลดปมคลื่นใต้น้ำ

แรงกระเพื่อมภายใน “พรรคสีน้ำเงิน” ก่อนจัดตั้ง “รัฐบาลอนุทิน 2” อาจไม่ใช่แค่ “ศึกแย่งเก้าอี้ รมต.” แค่เป็น “บททดสอบ” การบริหารอำนาจ บนกลยุทธ์ “จัดสมดุล” ระหว่างบ้านใหญ่ที่คุมฐานเสียง กับ “ดาวรุ่ง–มืออาชีพ” โจทย์ใหญ่…ไม่ใช่แค่ใครได้กระทรวงอะไร? แต่เป็นออกแบบ ครม. ให้ผสาน 2 โลกเข้าด้วยกัน ลดแรงต้านใต้ผิวน้ำ สร้างเสถียรภาพทั้งในพรรคและนอกพรรค
สถานการณ์ “แรงกดดัน” จนไปเพิ่ม…อุณหภูมิทางการเมือง! ภายในพรรคภูมิใจไทย ยามนี้ ถือเป็น…ภาวะปกติที่ไม่ปกติ???
แม้จะไม่ถึงขั้น “ปะทุ!” จากการเคลื่อนไหวในแบบ “คลื่นใต้น้ำ” ของกลุ่มบ้านใหญ่ ที่ดูด ส.ส.ในสังกัด เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรได้จำนวนมาก
แต่อีกด้าน…ภาพลักษณ์ “รัฐบาลยุคใหม่-อนุทิน 2” ก็ต้องการ…สัญญาณ “มืออาชีพและคนรุ่นใหม่” เข้ามาเสริมทัพ
นี่จึงเป็น “เกมจัดโผ” ที่ซับซ้อนที่สุดครั้งหนึ่ง! ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ต้อง “ลดปมคลื่นใต้น้ำ” โดยไม่ทำให้ “เสียสมดุล” ภายในพรรคสีน้ำเงิน และไม่ทำให้ภาพลักษณ์ภายนอก…สั่นคลอน!!!
แกนยุทธศาสตร์ที่เริ่มเห็นชัด! เกิดขึ้นภายใต้กรอบแนวคิด “ผสาน 2 โลก…มืออาชีพและคนรุ่นใหม่ กับบ้านใหญ่”
โลกใบแรก…บ้านใหญ่ภูมิภาค ที่คุมฐานเสียงจริงในสนามเลือกตั้ง กลุ่มเหล่านี้…ต้องได้รับการจัดสรรบทบาทเพื่อรักษาความเป็น…เอกภาพพรรค
ส่วน โลกใบที่สอง คือ “ดาวรุ่ง–ดาวฤกษ์” ทั้งสาย “มืออาชีพ” ด้านเศรษฐกิจ และ “สายเลือดใหม่” ซึ่ง “ครูใหญ่…ผู้นำจิตวิญญาณ” คาดหวังจะวางตัวให้เป็น “หน้าตา” ของรัฐบาลยุคใหม่ ภายใต้การนำของ นายกฯอนุทิน
ชื่อของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ และ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้ถูกพูดถึงในฐานะ “แม่ทัพเศรษฐกิจ” หากถูกดึงเข้ามาจริง ซึ่งก็ไม่ต่างจาก นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ผู้กำชะตากรรม “เกมการเมืองระหว่างประเทศ”
ทั้งหมด…ดูจะเป็น “สัญญาณบวก” ที่ชัดเจนต่อตลาดทุนและนักลงทุน ที่เห็นร่วมกันว่า…รัฐบาลได้เลือกเส้นทางความเชื่อมั่นมากกว่าการเมืองล้วน ๆ
ขณะเดียวกัน การขยับบทบาทของ “กลุ่มลูกเทพ” หรือ “คนรุ่นใหม่” ในพรรค ไม่ว่าจะเป็น…แนวสายบริหารรุ่นสอง–รุ่นสาม หรือกลุ่ม Young Blood ที่เริ่มมีพื้นที่ในโครงสร้างพรรคมากขึ้น
นี่คือ…การวางหมากระยะยาว สร้างความต่อเนื่องของอำนาจ ไม่ให้พรรคยึดติดเฉพาะเครือข่ายดั้งเดิม
เป็นสิ่งที่ คนโตในพรรค คาดหวังจะได้เห็นสิ่งนี้ เกิดขึ้นในรุ่นของตน โดยเฉพาะแนวคิดในการจะ ผลักดันให้ “คนรุ่นใหม่” เติบโต และสร้างภาพพรรคสมัยใหม่ ควบคู่กับการรักษาโครงสร้างบ้านใหญ่
และเป็นสูตรที่ถูกทดลองมาหลายรอบ แต่ดูเหมือนรอบนี้…จะถูกนำมาใช้เต็มรูปแบบอย่างที่สุด!
คำถามคือ “สูตรผสาน 2 โลก” จะลดแรงเสียดทานได้จริงหรือไม่??? แต่คำตอบ…มันอยู่ที่ “สัดส่วน” ไม่ใช่ “รายชื่อ”
หาก “บ้านใหญ่” ได้กระทรวงหลักในเชิงฐานเสียง เช่น มหาดไทย คมนาคม หรือเกษตรฯ ขณะที่ สายเศรษฐกิจมืออาชีพได้ดูแลภารกิจด้านการคลัง พาณิชย์ หรืออุตสาหกรรม
โครงสร้างจะดูสมดุล ทั้งในเชิงการเมืองและเชิงเศรษฐกิจ!!??
แต่หากการ “จัดโผ” เอนเอียงข้างใดข้างหนึ่งมากเกินไป “คลื่นใต้น้ำ” อาจไม่หายไปไหน? คงเป็นเพียงแค่ลมเปลี่ยนทิศ!!!
อีกมิติที่ต้องจับตา! นั่นคือ…ความสัมพันธ์กับพรรคร่วม โดยเฉพาะ “แรงชิงพื้นที่” เชิงนโยบายจากพรรคเพื่อไทย ดังนั้น เกมนี้…จึงไม่ใช่แค่ต่อรองภายในพรรค
แต่เป็นการ “วางหมาก…ระดับรัฐบาล?”
หาก พรรคภูมิใจไทย สามารถส่งสัญญาณ ได้ว่า…ครม. ชุดใหม่ มีทั้ง “ฐานการเมืองที่แข็งแรง” ผสมกับ “ทีมเศรษฐกิจมืออาชีพ – พลังของคนรุ่นใหม่”
สิ่งนี้…ก็จะช่วยลดแรงกดดันจากภายนอกไปพร้อมกัน
ในทางการเมือง ความนิ่ง! คือ…พลังที่ทรงพลานุภาพ แต่มันต้องเป็น ความนิ่ง!…ที่เกิดจากการจัดสมดุล ไม่ใช่การกดทับ เหมือนที่หลายพรรคการเมืองในอดีตเคยนำมาใช้ และประสบปัญหาภายในพรรคตามมา
ดังนั้น “เกมจัดโผ ครม. หวังลดปมคลื่นใต้น้ำ” จึงไม่ใช่แค่…การดับข่าวลือ!!! แต่มันคือ…การออกแบบโครงสร้าง “อำนาจใหม่” ที่หนุนนำให้พรรคเติบโต โดยไม่เกิดอาการแตกตัว!!??
หาก นายอนุทิน เลือก “โมเดล” ผสาน 2 โลก ได้อย่างลงตัว พรรคจะได้ทั้งเสถียรภาพภายใน และความเชื่อมั่นภายนอก
แต่หากจัดโผได้ไม่ลงล็อก อาการ “คลื่นใต้น้ำ” อาจยังไม่กลายเป็น คลื่นยักษ์สึนามิ…พัดถล่มในวันนี้ ทว่า…มันก็พร้อมจะกลับมาสาดซัดได้อย่างรุนแรงยิ่งขึ้นในวันข้างหน้า
นี่คือ…บทพิสูจน์ “บารมี” ครั้งสำคัญของ แกนนำพรรคสีน้ำเงิน ก่อนเปิดสภาฯ และก่อนที่ “รัฐบาลใหม่” จะต้องเผชิญกับโจทย์ “เศรษฐกิจจริง” ในสนามใหญ่…ระดับประเทศ!!!.






