ทบทวน…บทบาท!!??

(ถนนทุกสาย จี้! กกต. ต้อง ‘ทบทวน’ บทบาทตัวเอง??? ก่อนสร้างวิกฤติศรัทธาต่อระบอบประชาธิปไตย!!!)

เสียงวิพากษ์ต่อการทำหน้าที่ของ กกต. ในการเลือกตั้งล่วงหน้า ไม่ได้มาจากพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่ง หากแต่สะท้อนความกังวลร่วมของนักการเมืองหลายขั้วและประชาชนจำนวนมาก ต่อความพร้อม ความโปร่งใส และความน่าเชื่อถือของระบบเลือกตั้ง ก่อนถึงวันชี้ขาด 8 กุมภาพันธ์

หลายเสียงจาก ฝ่ายการเมืองและฝั่งนักวิชาการ ที่ต่างก็ “ตะโกนใส่หน้า” คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้งในส่วนของ…บอร์ด กกต. และ สำนักงาน กกต. ซึ่งไม่ว่า…พวกเขาจะรู้สึกรู้สากันอย่างไร? ทว่า…เสียงนี้ จะยังคงดังกึกก้องกันต่อไป!!??

แม้ การเลือกตั้งใหญ่…ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จะผ่านพ้นไปแล้ว นานสักเพียงใด? สิ่งนี้…ก็จะถูกนำมา “ปัดฝุ่น!” ถากถางและกดดัน กกต. ในทุกครั้งที่มีการจัดการเลือกตั้งใหญ่

ชนิด…ไม่ต้องหยุดกัน!!!

ตราบใดที่…การเลือกตั้ง ยังคงเป็น “หัวใจ” ของระบอบประชาธิปไตย และเป็นพื้นที่ที่ประชาชนใช้สิทธิ์กำหนดอนาคตของประเทศด้วยตนเอง

หน่วยงานที่ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง อย่าง… กกต.จึงต้องมีมาตรฐานสูงสุด ทั้งในด้านความพร้อม ความรอบคอบ และความเป็นธรรม ไม่ใช่เพียงทำให้ การเลือกตั้ง “เกิดขึ้นได้” แต่ต้องทำให้การเลือกตั้งนั้นสะท้อนเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง

ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้งใหญ่ เสียงตั้งคำถามต่อการทำหน้าที่ของ กกต. ดังขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากทั้ง…นักการเมือง พรรคฝ่ายค้าน พรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลเดิม ตลอดจน ภาคประชาชน และนักวิชาการ

สาเหตุสำคัญมาจาก ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า! ในการเลือกตั้งล่วงหน้า ตั้งแต่…การอำนวยความสะดวกให้ผู้ไปใช้สิทธิ์ การบริหารจัดการบัตรเลือกตั้ง ไปจนถึง ข้อผิดพลาดที่กระทบโดยตรงต่อ “ความถูกต้องของคะแนนเสียงและเจตนารมณ์ของประชาชน”

หนึ่งในมุมมองที่น่าสนใจ นั่นคือ เสียงจาก นายภูมิธรรม เวชยชัย ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ซึ่งได้ ตั้งคำถามต่อบทบาทและความรับผิดชอบของ กกต. อย่างตรงไปตรงมา โดยชี้ว่า..

“ความบกพร่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงปัญหาเชิงเทคนิคหรือความผิดพลาดเฉพาะหน้า หากแต่กำลังบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบเลือกตั้งทั้งระบบ และอาจลุกลามกลายเป็นวิกฤติศรัทธาต่อระบอบประชาธิปไตย หากยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง”

อย่างไรก็ดี เสียงวิพากษ์ต่อ กกต. มิได้จำกัดอยู่เพียงพรรคเพื่อไทย หากแต่…พรรคฝ่ายค้านหลายพรรคสะท้อนความกังวลในทิศทางเดียวกัน ในทำนอง…ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นซ้ำซาก! โดยเฉพาะในกระบวนการเลือกตั้งล่วงหน้า เป็นสัญญาณเตือนถึงความไม่พร้อมของระบบ

ขณะที่ พรรคการเมืองฝั่งรัฐบาลเดิม แม้จะระมัดระวังในการแสดงท่าที แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะยอมรับว่า…หากข้อผิดพลาดเหล่านี้ ไม่ได้รับคำอธิบายที่ชัดเจน ย่อมสร้างแรงกดดันต่อความน่าเชื่อถือของผลการเลือกตั้งโดยรวม!!!

ในบรรดาพรรคการเมืองที่ถูกจับตามองมากที่สุด! คงไม่พ้น…พรรคภูมิใจไทยและหัวหน้าพรรคฯ อย่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งถูกสังคมไทยกล่าวถึงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในฐานะ…นักการเมืองที่สังคมไทยบางส่วน? มองว่า…

มีอิทธิพลสูงต่อโครงสร้างอำนาจเดิม โดยเฉพาะวุฒิสภา และโดยนัยอาจเชื่อมโยงไปถึงองค์กรอิสระ รวมถึง กกต.!!??

นายอนุทิน ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวในหลายโอกาส โดยยืนยันว่า…พรรคภูมิใจไทย ไม่สามารถสั่งการวุฒิสภาได้ และไม่มีอำนาจแทรกแซงการทำหน้าที่ของ กกต. พร้อมกับชี้ว่า…การกล่าวหาในลักษณะนี้เป็นการเหมารวมทางการเมือง และเป็นอันตรายต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจในระบอบประชาธิปไตย

ท่าทีดังกล่าว สะท้อนความพยายามของ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในการ “วางจุดยืน” ที่ว่า…พรรคของตนเป็นเพียงผู้เล่นภายใต้กติกา และไม่ได้เป็นผู้ได้ประโยชน์จากความบกพร่องของระบบเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม ในทางการเมือง การปฏิเสธเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอจะคลี่คลายข้อสงสัยของสังคมไทย หากโครงสร้างที่ถูกตั้งคำถามยังคงดำรงอยู่ และยังไม่เปิดให้ตรวจสอบอย่างโปร่งใส???…

ด้าน พรรคการเมืองอื่นๆ เช่น พรรคก้าวไกล มี แกนนำพรรคหลายคน? ที่ได้ออกมาแสดงความกังวลใจว่า…ปัญหาของ กกต. ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงอุบัติเหตุทางการบริหาร แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมาอย่างยาวนาน ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีประสบการณ์ในการเลือกตั้งหลายสมัย

พร้อมกับเรียกร้องให้ กกต. เร่งชี้แจงข้อร้องเรียนต่อสาธารณะอย่างตรงไปตรงมา และใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกฝ่าย เพื่อป้องกันไม่ให้ผลการเลือกตั้งถูกตั้งคำถามในภายหลัง

ด้าน นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์และกฎหมายรัฐธรรมนูญ จำนวนหนึ่ งให้ความเห็นสอดคล้องกันว่า…ปัญหาที่เกิดขึ้นในวันนี้ ไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคล ไม่ว่าจะเป็น กกต. รายใด หรือหัวหน้าพรรคการเมืองคนใด หากแต่อยู่ที่ “สถาปัตยกรรมทางอำนาจ” ที่ทำให้องค์กรอิสระจำนวนมากขาดความยึดโยงกับประชาชน แต่กลับยึดโยงกันเองผ่านกระบวนการสรรหาและการตรวจสอบในวงจำกัด

ในบริบทเช่นนี้ แม้นักการเมืองบางคน? จะยืนยันว่า…ไม่เคยสั่งการวุฒิสภา หรือ กกต.

แต่ทว่า คำถามของสังคมไทย ก็ยังคงอยู่ที่ว่า…ระบบปัจจุบันเปิดช่องให้เกิดการครอบงำหรืออิทธิพลทางการเมืองโดยไม่ต้องมีคำสั่งอย่างเป็นทางการหรือไม่? และใครคือ…ผู้ได้ประโยชน์สูงสุดจากระบบที่ถูกตั้งคำถามนี้?

การตั้งคำถามต่อ บทบาทของ กกต. ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง จึงไม่ใช่การเข้าข้างพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่ง หากแต่เป็นการปกป้องความหมายของการเลือกตั้ง และปกป้องระบอบประชาธิปไตยไม่ให้ถูกลดทอนจนกลายเป็นเพียงพิธีกรรมทางการเมือง หรือเครื่องมือของอำนาจที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน

ทางออก” ของปัญหานี้ ไม่ใช่ความสิ้นหวัง!!! แต่มันคือ….การใช้พลังของประชาชน

โดยใน ระยะสั้น คือ…การจับตาการทำหน้าที่ของ กกต. อย่างเข้มข้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อไม่ให้เกิดความบกพร่องหรือความผิดพลาด

และใน ระยะยาว คือ…การผลักดันให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อปรับปรุงกลไกการสรรหา การตรวจสอบ และความยึดโยงขององค์กรอิสระกับประชาชนให้มากขึ้น

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ จึงไม่ใช่เพียง “วันเลือกตั้ง” แต่จะเป็น…วันทดสอบความน่าเชื่อถือของทั้งระบบ และเป็นวันที่ ประชาชนต้องใช้สิทธิ์ของตนเองอย่างมีสติ ไม่สนับสนุนพรรคการเมืองหรือกลไกอำนาจใดที่ใช้อำนาจในทางมิชอบ

ทั้งนี้ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับตนเอง เพื่อให้การเลือกตั้งยังคงมีความหมายตรงตามเจตจำนงของประชาชน และไม่บิดเบือนไปจากหลักการของระบอบประชาธิปไตย!!!.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password