การเมือง ‘ส่งต่อ’ ภารกิจบริหารบ้านเมือง

(จาก…เก้าอี้นายกฯ ถึงภารกิจ ‘ส่งต่อ’ ประเทศ…ให้กับคนรุ่นถัดไป การเมืองพร้อมแค่ไหน???)

วันเด็กฯ จะไม่ใช่เพียงวันแห่งรอยยิ้ม แต่คือ “กระจกสะท้อน!” ภาระทางการเมืองที่ “ผู้ใหญ่” กำลังส่งต่อไม้แห่งความรับผิดชอบในวันข้างหน้ามาให้ กับคำพูดของนายกฯ ที่ว่า “ในอนาคตวันหนึ่งจะเป็นปัจจุบัน ณ ที่นี้” กำลังย้อนถามกลับไปยัง “ระบบการเมืองไทย” ในวันนี้ พวกคคุณได้เตรียมประเทศไว้ให้เด็กบริหารแล้วหรือยัง???

นับแต่ช่วงแรกๆ ที่มีการมอบ…คำขวัญวันเด็กแห่งชาติ!!! จากจุดเริ่มต้น…ภายหลังการปรับเปลี่ยนจากห้วงเวลาเดิม…วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมในปี 2489 มาเป็น…วันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคมในปีรุ่งขึ้น (2499)

จอมพล ป. (แปลก) พิบูลย์สงคราม กับคำขวัญวันเด็กฯ ที่ว่า “จงบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและส่วนรวม”

ผ่านมา 70 ปีพอดีในปี 2569 นี้ มี อดีตนายกฯหลายท่าน ที่ได้ให้…คำขวัญวันเด็กฯ หลายครั้งในห้วงที่ดำรงตำแหน่ง “ผู้นำประเทศ”

แต่ก็ใช่ว่า…คนเป็นนายกรัฐมนตรีทุกคน จะมีโอกาสได้มอบ…คำขวัญวันเด็กฯ ให้กับเด็กและเยาวชนไทย นั่นก็ด้วย เหตุผลทางการเมืองที่มีการเปลี่ยนแปลงในแบบปัจจุบันทันด่วน! นั่นเอง…

ปี 2569 นี้ แม้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล “นายกฯไม่ครบ 4 เดือน” จะอยู่ในสถานะ “รักษาการฯ” ทว่า…ก็มีศักดิ์และสิทธิ์ที่จะมอบ…คำขวัญวันเด็กฯ ในปีนี้ กับประโยคที่ว่า “รักชาติไทย ใส่ใจโลก”

ความหมายของคำขวัญฯเป็นอย่างไร? เดี๋ยวค่อยมาว่ากัน แต่ตอนนี้…อยากให้ “ย้อนกลับ” ไปเมื่อช่วงสายของวันที่ 8 ม.ค.2569 ซึ่ง…บรรดาเด็กและเยาวชน “ยกทีม” ในนาม กระทรวงศึกษาธิการ ไปพบกับ นายกฯอนุทิน ถึงทำเนียบรัฐบาล

“ในอนาคตวันหนึ่งจะเป็นปัจจุบัน ณ ที่นี้…”

ข้างต้น คือ…ถ้อยคำที่ นายกฯอนุทิน ได้กล่าวถึง…ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนอบอุ่นของงานในวันนั้น

หากฟังเพียงผิวเผิน อาจเป็นแค่…คำอวยพรให้กำลังใจเด็กและเยาวชน แต่เมื่อพิจารณาในเชิงการเมือง นี่คือ…ประโยคที่สะท้อนความจริงของประเทศอย่างตรงไปตรงมาที่สุด!

การเมืองในวันนี้ ไม่ได้จบลงที่วาระของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง หากแต่เป็นภาระที่กำลังถูกผลักไปให้คนรุ่นถัดไปแบกรับ

วันเด็ก…จึงไม่ใช่เรื่องของเด็กอย่างที่หลายคนเข้าใจ หากแต่เป็น “พื้นที่” ที่รัฐใช้แสดงท่าทีต่ออนาคตประเทศ!!!

ผ่าน…ถ้อยคำ สัญลักษณ์ และการกระทำ ที่สะท้อนว่า…ผู้มีอำนาจกำลังคิดถึง “วันข้างหน้า” มากเพียงใด? หรือยังคงติดอยู่กับการเมืองเฉพาะหน้าและการรักษาอำนาจในปัจจุบัน!!??

อย่างที่เกริ่นในตอนต้น? ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีทุกคน จะมีโอกาสได้สื่อสารกับอนาคตผ่านคำขวัญวันเด็กฯ บางรัฐบาลมีอายุสั้น บางช่วงอยู่ท่ามกลางวิกฤต หรือความขัดแย้ง! จนการเมืองถูกบีบให้หมุนวนอยู่กับการเอาตัวรอด มากกว่า…ที่จะมีเวลาคิดถึงเรื่องการออกแบบอนาคตของชาติ ผ่านเด็กและเยาวชนไทย

สิ่งนี้…ได้สะท้อน ปัญหาเชิงโครงสร้างของการเมืองไทย! ที่มัก ใช้พลังทั้งหมดไปกับปัจจุบัน จนละเลยต้นทุนระยะยาวของประเทศ!!!

ในบริบทเช่นนี้ กิจกรรม “วันเด็กฯ” ในรัฐบาลปัจจุบัน จึงมีความหมายทางการเมือง! มากกว่า…ภาพความน่ารักที่ปรากฏต่อสาธารณะ

การเปิดโอกาสให้เด็กได้ “นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี” ซึ่งปีนี้ โอกาสตกเป็นของ หนูน้อยวัย 1 ปี 4 เดือน ที่ชื่อ ด.ญ.วิภาพร กลันทานนท์ หรือ “น้องชมพู่” จาก จ.สมุทรปราการ ที่มาพร้อม คุณยายแสงจันทร์ และพี่ชาย

รวมถึง….การให้เด็กลงนามในฐานะ “ว่าที่นายกฯ ในอนาคต”

กิจกรรมเหล่านี้ ไม่ได้เป็นเพียง…พิธีกรรมเชิงสัญลักษณ์ แต่มันคือ การสื่อสารอย่างชัดเจน ว่า..อำนาจรัฐไม่ใช่สมบัติของผู้ใหญ่ในวันนี้ แต่เป็นสิ่งที่ต้อง “ส่งต่อ” ในวันข้างหน้า…อย่างมีความรับผิดชอบ!!!

คำกล่าวของ นายกฯอนุทิน ที่ระบุว่า…เยาวชนจะเป็น “ที่พึ่งของพวกเราในยามเข้าสู่สูงวัย”

สิ่งนี้…ยิ่งตอกย้ำถึงความเป็นจริง! ในเชิงโครงสร้างของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!!??

กับ สถานการณ์จริง! ที่ประเทศไทย…กำลังก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ” ดังนั้น เด็กในวันนี้…จึงไม่ใช่เพียงอนาคตของแรงงาน แต่คือ…ผู้ที่จะต้องรับภาระหนี้, การคลัง, สวัสดิการ และความเสี่ยงทางการเมืองทั้งหมด! ที่ผู้ใหญ่ในวันนี้…กำลังสร้างขึ้นมา

การเมือง…จึงไม่ใช่เรื่องเฉพาะของ “ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” ในปัจจุบัน แต่คือ หนี้ที่ถูกส่งต่อไปยังคนที่ยังไม่มีสิทธิเลือกอนาคตของตนเอง!!!

ถ้อยคำอย่าง “ทีมไทยแลนด์ไม่มีวันตาย” ที่ นายกฯอนุทิน กล่าวต่อหน้าเด็กและเยาวชนจำนวนมาก อาจฟังดูเป็นแรงบันดาลใจ แต่ในเชิงการเมือง!

นี่คือ…คำถามย้อนกลับไปยังรัฐและพรรคการเมืองโดยตรง ว่า…

ทีมไทยแลนด์” จะยืนอยู่ได้จริงหรือไม่? หากระบบการเมืองยังคิดสั้น! นโยบายยังผูกติดกับคะแนนเสียง และการบริหารประเทศ…ยังคงสร้างภาระมากกว่าสร้างขีดความสามารถให้คนรุ่นใหม่

กับ คำขวัญวันเด็กฯในปีนี้ ที่ว่า…“รักชาติไทย ใส่ใจโลก” จึงไม่ใช่ถ้อยคำประดับเวที แต่คือ การปรับนิยามคำว่า “ชาติ” ให้ทันโลกยุคใหม่ เป็น…ชาตินิยมที่ไม่ปิดประเทศ ภูมิใจในอัตลักษณ์ไทย แต่ไม่ปฏิเสธความจริงของการแข่งขัน เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และกติกาโลก

ซึ่งทั้งหมด! ล้วนเป็น…โจทย์ทางการเมืองโดยตรงของทุกพรรคและทุก “แคนดิเดทนายกรัฐมนตรี” ที่จะต้องใส่ใจ…

เด็กนั่งเก้าอี้นายกฯ ได้เพียงไม่กี่นาที แต่การตัดสินใจของผู้ใหญ่ในวันนี้…จะอยู่กับเด็กเหล่านี้ไปทั้งชีวิต!!!

คำถามสำคัญ จึงไม่ใช่ว่า…เด็กอยากเป็นอะไรในอนาคต??? แต่คือ…ผู้ใหญ่กำลังส่งประเทศแบบไหนให้เด็กได้บริหาร ในวันข้างหน้า???

ส่งต่อ…ประเทศที่มี “ภาระสะสม!” มากกว่า…ศักยภาพ, ประเทศที่…ระบบการศึกษาและการเมืองไม่ทันโลก!  หรือ ประเทศที่ “เปิดพื้นที่” ให้กับ “คนรุ่นใหม่” ได้มีบทบาทจริง ไม่ใช่แค่ในพิธีกรรมวันเด็ก

ในมุมนี้ วันเด็กฯ คือ “ภาพสะท้อน” ของอนาคตทางการเมืองอย่างชัดเจน!!!

พรรคการเมืองไม่อาจมองเด็กและเยาวชน เป็นเพียง “สัญลักษณ์” ทางอารมณ์…อีกต่อไป???

เพราะเด็กวันนี้ คือ ฐานความชอบธรรมของการเมืองวันหน้า!!!

พรรคการเมือง…ที่ไม่ลงทุนกับ “คุณภาพ” ของเด็กและเยาวชนไทย เท่ากับกำลัง “ลดโอกาส” ทางการเมืองของตนเองในระยะยาว!!??

นโยบายด้านเด็ก…จึงต้อง “ก้าวให้พ้น” จากกรอบการศึกษาแบบแยกส่วน ไปสู่…การเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ,  เทคโนโลยี, สิ่งแวดล้อม และประชาธิปไตย

เพราะ การบริหารประเทศ…ไม่ใช่การแข่งขันระยะสั้น! หากคือ การส่งไม้ต่อ ที่มีต้นทุนและความรับผิดชอบตามมา

ท้ายที่สุด! วันเด็กในปีนี้ ไม่ได้มีเพียงกับคำถาม ทำนองเด็กและเยาวชนไทยจะมีความสุขหรือไม่??? แต่กำลังตั้งคำถาม “กลับ” ไปยัง…ผู้ใหญ่ในระบบการเมือง ว่า…

พวกคุณ…พร้อมหรือยังที่จะรับผิดชอบต่ออนาคตของเด็กเหล่านี้???

เพราะเมื่อ “อนาคตวันหนึ่งกลายเป็นปัจจุบัน ณ ที่นี้” เด็กที่เคย “นั่งเก้าอี้นายกฯ” อาจไม่ถามว่า…ใครเป็นรัฐบาล? แต่จะถามว่า…

ผู้ใหญ่ในวันนี้ ได้เตรียมประเทศไว้ให้เขาบริหารอย่างไรบ้าง!!??.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password