เปลี่ยนรหัส!!??

(รัฐไทย ‘รีแบรนด์ตัวเอง’ บนกระดานโลก สู่ ‘ศูนย์กลางยุทธศาสตร์โลกใหม่’…ตอนที่ 1/3)

“จากปารีสถึงภูมิรัฐศาสตร์ใหม่ : ไทยกำลังขายอนาคตประเทศให้ยุโรป”…รัฐบาลอนุทินไม่ได้กำลังทำเพียง “การทูตเศรษฐกิจ” ในยุโรป แต่กำลังพยายาม “รีแบรนด์ประเทศไทย” ครั้งใหญ่ จากฐานผลิตโลกเก่า…สู่ศูนย์กลางยุทธศาสตร์ของโลกยุคใหม่
ในบทความชุด “สัญญาณรัฐใหม่” 2 ตอนจบ ก่อนหน้านี้ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” เคยชวนสังคมไทยมอง “การจัดระเบียบอำนาจรัฐ” ครั้งใหม่ของ “รัฐบาล” ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย
จาก…“วงเจ้าสัว” สู่…“โต๊ะองคมนตรี” และ จาก…ภัยแล้ง สู่ชายแดนและความมั่นคง
ทุก “จิ๊กซอว์” ดูเหมือนแยกจากกัน แต่เมื่อ “เชื่อมต่อ” เข้าด้วยกัน กลับกำลังประกอบเป็น “รัฐแบบใหม่” ที่มีความพยายามจะ “รวมศูนย์” เชิงยุทธศาสตร์มากขึ้นเรื่อย ๆ
และวันนี้…ภาพนั้น กำลังขยายออกจาก “รัฐภายใน” ไปสู่ “การรีแบรนด์ประเทศไทยบนเวทีโลก” ผ่านภารกิจฝรั่งเศสของนายกรัฐมนตรีไทย
นั่นเพราะ…สิ่งที่เกิดขึ้นในกรุงปารีส ตลอดหลายวันที่ผ่านมา อาจไม่ใช่เพียง “ทริปต่างประเทศ” ของรัฐบาลไทย แต่กำลังเป็นความพยายาม reposition ประเทศครั้งสำคัญที่สุด! ครั้งหนึ่งในรอบหลายปี
ไทยกำลัง “รีแบรนด์ประเทศ?”
นี่อาจเป็น “ภาพใหญ่ที่สุด” ของภารกิจยุโรปครั้งนี้ ภาพที่รัฐบาลไทย กำลังพยายาม “เปลี่ยนภาพเดิม” ของประเทศไทย จาก…ประเทศท่องเที่ยว, ฐานผลิตต้นทุนต่ำ, เศรษฐกิจดั้งเดิม
ไปสู่…ประเทศเทคโนโลยี, Green Economy, AI & Data Infrastructure, Strategic Hub, ศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งอนาคตของภูมิภาค
และ ที่สำคัญที่สุด!…“รัฐบาลอนุทิน” กำลังพยายามทำให้ “รัฐไทยดูทันสมัย” ในสายตาของทุนยุโรปและโลกตะวันตก
มันจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ “ตลอดทริป” ในฝรั่งเศส เราจะได้เห็นคำว่า…AI, Green Energy, Cybersecurity, Aerospace, EV, Smart Infrastructure, Data Center, OECD, FTA ไทย–EU
ทั้งหมด…ได้ถูกนำมาพูดถึงพร้อมเพรียงกันทั้งหมด นั่นเพราะ…“รัฐบาลไทย” ไม่ได้กำลังขายแค่ “โครงการลงทุน” แต่กำลังขาย “ภาพอนาคตของประเทศไทย” ให้กับโลก!!!
ฝรั่งเศส…ไม่ใช่เพียงประเทศคู่ค้า
หากสังเกต…รายชื่อองค์กร และบริษัทที่ “รัฐบาลไทย” ได้พบในฝรั่งเศส จะเห็นทันทีว่า…นี่ไม่ใช่ “โครงสร้างเศรษฐกิจแบบโลกเก่า”
เพราะทั้ง…Airbus, Thales, บริษัทพลังงานสะอาด, อุตสาหกรรมดิจิทัล, Aerospace, Defense Technology และกลุ่มนักลงทุนยุโรประดับสูง
ทั้งหมด! คือ “เศรษฐกิจยุคใหม่” ของยุโรปแทบทั้งชุด!!!
ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญเช่นกัน ที่ “รัฐบาลไทย” ได้เลือกให้ “ฝรั่งเศส” เป็น “จุดเริ่มต้น” ของการ reposition ไทยในยุโรป???
เพราะ ฝรั่งเศส…ไม่ได้มีเพียง Soft Power ระดับโลก แต่ยังมี…เทคโนโลยี, พลังงาน, Aerospace, Defense Industry และอิทธิพลสูงในสหภาพยุโรป
หรือจะกล่าวอีกแบบ นั่นก็คือ…หากจีนคือ “ฐานการค้า” และสหรัฐฯ คือ “ฐานความมั่นคง” แล้วล่ะก็…
ยุโรปในสายตาของ “รัฐบาลไทย” กำลังถูกใช้เป็น…“ตราประทับมาตรฐานโลก” ของรัฐไทยยุคใหม่
ไทยกำลังใช้ “ยุโรป” เป็นแกนถ่วงดุลใหม่?
ท่ามกลางโลกที่กำลังแบ่งขั้วมหาอำนาจรอบใหม่ ประเทศขนาดกลางอย่างไทย กำลังเผชิญโจทย์สำคัญที่สุด! ข้อหนึ่ง นั่นก็คือ “แล้วไทยจะยืนอยู่ตรงไหน?”
ที่ผ่านมา ไทยพึ่งพาจีนมากขึ้น ทั้งด้านการค้า การลงทุน และห่วงโซ่อุปทาน ขณะเดียวกัน ไทยก็ยังต้องรักษาความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงกับสหรัฐอเมริกา
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในยุโรปในทริปล่าสุดนี้ มันได้สะท้อนภาพให้เห็นได้ชัด! ว่า…รัฐบาลไทยกำลังพยายามสร้าง “เสาที่ 3” ให้กับประเทศไทย
และ เสานั้น ก็คือ…“ยุโรป”
โดยเฉพาะ ในมิติ…เทคโนโลยี, Green Economy, มาตรฐาน ESG, พลังงานสะอาด และโครงสร้างเศรษฐกิจยุค AI
ดังนั้น ภาพในวันนี้ นั่นคือ…“รัฐบาลอนุทิน” กำลัง reposition ไทยให้เป็น “จุดสมดุลใหม่” ระหว่างมหาอำนาจ
โดยใช้…ยุโรป เป็น “แกนถ่วงดุล” ทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และภาพลักษณ์ประเทศ!!??
Soft Power ไทย…กำลังถูกยกระดับเป็น “ยุทธศาสตร์รัฐ”
อีกภาพที่สำคัญ…ไม่แพ้ “โต๊ะเจรจาเศรษฐกิจ” นั่นก็คือ…การผลักดัน Soft Power ไทยในกรุงปารีส ไม่ว่าจะเป็น…ผ้าไทย, งานหัตถศิลป์, อาหารไทย, วัฒนธรรมไทย, หรือแฟชั่นไทย
ทั้งหมด…กำลังถูก “ยกระดับ!” จาก “วัฒนธรรม” ไปสู่ “ทุนทางเศรษฐกิจ” และนี่ก็คือ…
“โมเดล” เดียวกับที่หลายประเทศใช้สร้างอำนาจทางเศรษฐกิจในโลกยุคใหม่!!!
โดยที่ “รัฐบาลไทย” กำลังพยายามเปลี่ยน Soft Power ให้กลายเป็น…Creative Economy, Luxury Branding และภาพจำใหม่ของประเทศไทย
นั่นเพราะ…ในโลกปัจจุบัน “ภาพลักษณ์ประเทศ” คือ…หนึ่งในทรัพยากรทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุด! นั่นเอง
ไทยเปลี่ยนจริง หรือเพียงเปลี่ยนภาพ?
อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญที่สุดอาจไม่ใช่เพียงว่า…ไทยจะดึงเม็ดเงินลงทุนได้มากแค่ไหน? แต่มันคือ…
รัฐไทยกำลัง “เปลี่ยนโครงสร้างประเทศ” จริง? หรือเพียงกำลัง “รีแพ็กเกจภาพลักษณ์” เพื่อแข่งขันบนเวทีโลกเท่านั้น!!??
เพราะการจะเป็น Strategic Hub ของโลกยุคใหม่ นั้น โลกเข้าไม่ได้วัดกันที่…คำประกาศ!!! แต่วัดกันที่…
คุณภาพระบบราชการ
ความเร็วในการอนุมัติโครงการ
เสถียรภาพเชิงนโยบาย
คุณภาพแรงงาน
ระบบพลังงาน
และ ความสามารถของรัฐไทยในการรองรับเศรษฐกิจยุค AI จริงหรือไม่?
ทั้งหมดนี้…จึงยังเป็น “โจทย์ใหญ่” ของประเทศไทยในโลกความเป็นจริง
และใน โลกที่กำลังเปลี่ยนขั้ว? และ ประเทศไทยก็กำลังพยายาม “เปลี่ยนรหัส” ของตัวเอ งเช่นกัน นั้นคำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า…รัฐบาลจะดึงทุนยุโรปเข้ามาได้มากแค่ไหน?
แต่คือ…ประเทศไทยกำลังสร้าง “อนาคตใหม่” จริง หรือเพียงกำลังสร้าง “ภาพลักษณ์ใหม่” ให้รัฐไทยดูทันสมัยกว่าเดิมเท่านั้น
และในตอนต่อไป…“ทีมข่าวยุทธศาสตร์” จะพาไปดูว่า…เหตุใด AI, Green Energy, Data Center, EEC และ Landbridge
จึงไม่ใช่แค่โครงการเศรษฐกิจ!!??
แต่กำลังกลายเป็น “ยุทธศาสตร์ความมั่นคงใหม่” ของรัฐไทยบนกระดานโลก ในยุค…มหาอำนาจแบ่งขั้ว…
แล้วพบกันในตอนที่ 2/3.






