นายกฯ สั่งเยียวยา ‘หลักล้าน’ กว่า 30 เหยื่อเครนถล่ม! ชี้รัฐปล่อยไม่ได้

นายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่โคราช จี้ รฟท.-คปภ. ยกระดับการเยียวยาเหตุเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถโดยสาร ย้ำชีวิตคนไม่ใช่ “เบื้องต้น–เบื้องท้าย” ชี้ความผิดอยู่ที่ผู้รับจ้างอย่างปฏิเสธไม่ได้
เมื่อเวลา 17.50 น. วันที่ 14 มกราคม อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุเครนโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟโดยสารด่วนดีเซลรางปรับอากาศ ขบวนที่ 21 เส้นทางกรุงเทพอภิวัฒน์–อุบลราชธานี บริเวณช่วงสถานีหนองน้ำขุ่น–สถานีสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 32 ราย และยังอยู่ระหว่างค้นหาผู้สูญหายอีก 3 ราย
ทันทีที่เดินทางถึง นายกรัฐมนตรีได้เข้าพูดคุยและให้กำลังใจญาติของผู้สูญหาย พร้อมยืนยันว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างเต็มที่ จากนั้นได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด โดยเฉพาะบริเวณรถไฟตู้ที่ 2 และ 3 ซึ่งได้รับความเสียหายรุนแรง พร้อมสอบถามถึงสัญญาการก่อสร้าง ผู้ควบคุมงาน และสาเหตุของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น
รายงานเบื้องต้นจากผู้รับผิดชอบโครงการ ระบุว่า ตัวรับน้ำหนักเครนบริเวณกึ่งกลางเกิดการทรุดตัวหรือเสียรูป ส่งผลให้ซัพพอร์ตหลุดจากตอม่อในจังหวะเดียวกับที่ขบวนรถไฟแล่นผ่าน เครนซึ่งมีน้ำหนักกว่า 400 ตัน จึงตกลงมาทับรถไฟอย่างจัง ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมนำเครนขนาด 400–500 ตัน เข้าดำเนินการเคลื่อนย้ายซากโคร่งสร้าง
ด้านผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย ระบุว่า ได้ตั้งคณะทำงานสืบสวนข้อเท็จจริง และเตรียมเชิญวิศวกรผู้ควบคุมงาน ผู้รับจ้าง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสอบสวน โดยตั้งเป้าสรุปผลภายใน 15 วัน ขณะที่แนวทางเยียวยาเบื้องต้นของ รฟท. เสนอช่วยเหลือค่าปลงศพและเงินสมทบรวมรายละ 80,000 บาท พร้อมประกันภัยโครงการวงเงิน 50 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวถูกนายกรัฐมนตรีทักท้วงอย่างหนัก โดยระหว่างรับฟังรายงานจากสำนักงานคปภ. ที่เสนอการเยียวยาผู้เสียชีวิตเบื้องต้นเพียงรายละ 150,000 บาท นายกรัฐมนตรีได้กล่าวอย่างชัดเจนว่า “แบบนี้คงไม่ได้” พร้อมย้ำว่าผู้โดยสารใช้บริการสาธารณะของรัฐ แต่กลับไม่ได้รับความคุ้มครองด้านความปลอดภัยอย่างเพียงพอ การเยียวยาระดับหลักหมื่นหรือแสนบาทไม่สอดคล้องกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น
นายกรัฐมนตรีกล่าวอย่างหนักแน่นว่า การเสียชีวิตกว่า 30 ราย ไม่ควรถูกแบ่งเป็น “เบื้องต้น” หรือ “เบื้องท้าย” เพราะเมื่อเสียชีวิตแล้วคือการสูญเสียที่ไม่อาจประเมินค่าได้ พร้อมยืนยันว่าการเยียวยาจากประกันภัยต้องอยู่ในระดับ “หลักล้านต่อราย” โดยให้ รฟท.เร่งประชุมบอร์ดกำหนดแนวทางทันที ส่วนการไล่เบี้ยกับบริษัทผู้รับจ้างหรือบริษัทประกัน ให้เป็นขั้นตอนภายหลัง แต่ความรับผิดชอบต่อประชาชนต้องมาก่อน
“ผู้รับจ้างผิดแน่นอน ผู้ควบคุมงานจะผิดหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่อง แต่วันนี้ชีวิตคนต้องมาก่อน ทรัพย์สินของรัฐหรือของผู้รับเหมาไม่ใช่ประเด็นหลัก” นายกรัฐมนตรีกล่าว
ขณะที่ผู้บริหารบริษัทผู้รับเหมาซึ่งกำกับดูแลโครงการ ยอมรับความผิดพลาดและแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ พร้อมยืนยันว่าบริษัทจะรับผิดชอบการเยียวยาอย่างเต็มที่ ทั้งในส่วนที่อยู่ในความคุ้มครองของประกัน และส่วนที่เกินจากนั้น โดยจะเร่งเคลียร์พื้นที่และเปิดเส้นทางรถไฟให้กลับมาใช้งานได้ภายใน 3 วัน.






